เหมือนรู้ว่าม็อบจะรุนแรง? “ณัฐวุฒิ” คุยโวหลังตามคนกลับ เหตุปะทะแยกดินแดง ลั่นมีมวลชนบางกลุ่มจงใจก่อเรื่อง คิดหนักหากจัดชุมนุมครั้งต่อไป!!

828

หลังจากสถานการณ์การชุมนุม คาร์ม็อบ 15 สิงหา ที่ภายหลังจบการเคลื่อนขบวนในเวลา 17.00 น. ได้มีผู้ชุมนุมบางส่วนได้เคลื่อนการชุมนุมด้วยรถจักรยานยนต์ไปยังบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง จุดที่จะผ่านไปยังหน้าบ้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

โดยเจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งขวางถนนไว้ จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายต่างเผชิญหน้ากัน โดยมีกลุ่มคนบางส่วนได้ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมจนแตกฮือ ก่อนสถานการณ์บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

จากนั้นเวลา 18.15 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายขับไล่ประยุทธ์ ได้เดินทางมายังสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อให้ผู้ชุมนุมบริเวณดังกล่าวถอยออกมาและลดการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่

โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้หากเปรียบเป็นมวย วันนี้ประชาชนชนะพล.อ.ประยุทธ์แล้ว แต่ตอนนี้เลยเวลา 6 โมงเย็นแล้ว โดยเราต้องรักษาความพูดกับประชาชน หลังประกาศไปว่าจะทำภารกิจขับไล่พล.อ.ประยุทธ์และยุติชุมนุมในเวลา 6 โมงเย็น เมื่อถึงเวลาและบรรลุภารกิจแล้ว จึงขอให้ผู้ชุมนุมถอยมาก่อน โดยตนจะเจรจากับเจ้าหน้าที่เอง หวังจะเจรจาให้สถานการณ์คลี่คลายก่อนมืดค่ำ

“สถานการณ์ตอนนี้อยากร้องขอกับประชาชนและน้อง ๆ ขอให้ฟังผม พร้อมปรบมือให้ชัยชนะและเรียกพี่น้องเรากลับมา จึงอยากขอให้ทุกคนถอยกำลังออกมาและเดินทางกลับบ้านทันที เพราะไม่ปลอดภัย และภารกิจเราไม่ใช่เผชิญหน้ากับตำรวจ แต่เป็นการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์” แต่การชุมนุมยังคงยืดยื้อ จนถึงเวลา 21.30 น. ถึงจะสงบลง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

 

ล่าสุดในเฟซบุ๊กของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า CAR PARK 15 สิงหาคม เราได้เห็นทุกอย่างที่เชื่อว่าจะได้เห็น ขบวนขับไล่ประยุทธ์ล้นหลามทรงพลังทั่วประเทศ

3 เส้นทางในกรุงเทพฯเต็มไปด้วยรถนานาชนิด สองข้างทางมีพี่น้องชูป้ายชูมือแสดงสัญลักษณ์ ผู้คนหลากหลายสถานะแสดงออกชัดเจนไม่ยอมรับอำนาจบริหารนี้อีกต่อไป สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องรู้คือถ้าไม่ใช่สถานการณ์โรคระบาด จะเห็นคนหลายแสนคนไหลบ่ามารวมกันในกรุงเทพฯเดินขบวนขับไล่

ขอบคุณทุกพลังบริสุทธิ์ ทั้งที่ออกมาในขบวน ยืนสองข้างทาง และมีส่วนร่วมทุกรูปแบบรวมถึงทุกกำลังใจที่มอบให้ แม้บางพื้นที่ถูกคุกคามแต่การต่อสู้ยังต้องดำเนินต่อขอทุกคนอย่าหวั่นไหว รูปแบบและเป้าหมายของกิจกรรมสื่อสารชัดเจน หลีกเลี่ยงเงื่อนไขเผชิญหน้าทุกประการและประชาชนก็ร่วมกันทำจนสำเร็จ ไม่มีเหตุปะทะใดๆในเส้นทาง ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงตามเวลา เวทีออนไลน์มีเนื้อหาสาระหลายช่วงตอนน่าสนใจ ขอแนะนำให้หาดูย้อนหลัง

สิ่งที่ห่วงใยคือความรุนแรงที่มีต่อเนื่อง ในที่สุดก็เกิดขึ้นตรงจุดเดิมซึ่งไม่อยู่ในภารกิจของเรา เมื่อประเมินชัดว่าเกิดเหตุผมจึงรีบเดินทางไปสามเหลี่ยมดินแดง
พยายามสื่อสารกับมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวควบคู่ไปกับการเจรจากับเจ้าหน้าที่ กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของทุกคน ไม่มีเจตนาก้าวก่ายหรือถ่วงรั้งการต่อสู้ เดิมตั้งใจว่าเลิกแล้วจะกลับบ้าน แต่เมื่อมีเหตุผมทิ้งพวกเขาไว้แบบนั้นไม่ได้

เท่าที่เห็นคนหน้างานมี 3 กลุ่ม

1.ตั้งใจไปที่นั่น รู้อยู่แล้วว่าไปก็มีเรื่อง ไม่ฟังและไม่คิดจะฟังแนวทางของกิจกรรมตั้งแต่ต้น

2.อัดอั้น โกรธแค้นการบริหารของรัฐบาล เจ็บปวดจากการถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ ไม่ได้เตรียมตัวจะไปแต่เมื่อมีสถานการณ์ก็ไปรวมตัวกัน

3.สังเกตุการณ์ อยากเห็นเหตุการณ์จากพื้นที่จริง

ที่เหลือน่าจะเป็นคนละแวกนั้น สื่อมวลชน อาสาสมัครต่าง ๆ

ผมเคลื่อนรถไปถึงสามเหลี่ยมดินแดงต้นถนนวิภาวดี เห็นแนวหน้าสุดเป็นคนกลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มที่สองสลับเข้าออกเป็นกองหนุน กลุ่มที่สามยืนดูห่างออกมา
เสียงระเบิดแก๊สน้ำตา กระสุนยาง พลุ ประทัด ดังต่อเนื่อง ยืนอธิบายความอยู่พักใหญ่ ช่วงแรกทุกอย่างยังร้อนหลายคนยังมุ่งไปแนวหน้า มีบ้างที่หยุดฟังหรือเดินกลับ ผ่านไปอีกระยะบรรยากาศเริ่มเย็นลง ผมชวนมวลชนส่วนหนึ่งเดินตามกลับมา ประมาณ 60 – 70 เมตรหยุดรถพูดคุยกันอีกครั้ง ที่ฟังและเดินกลับมีมากขึ้น

ชั่วโมงเศษผ่านไปเริ่มมืด ผมได้รับโทรศัพท์จากตำรวจว่าจะส่งคฝ.ออกเคลียร์พื้นที่ จึงบอกสถานการณ์ให้พี่น้องทราบและชวนกลับบ้าน กลุ่มใหญ่เดินกลับ มอเตอร์ไซค์หลายคันสตาร์ตเครื่อง เราพากันถอนตัวจนผมมองกลับไปเห็นถนนโล่งทั้งคนทั้งรถขาดช่วง ประเมินว่าคนส่วนใหญ่ออกจากพื้นที่แล้ว ส่วนแนวหน้าเกินกำลังผมจะพากลับได้ ประคองน้อง ๆ มาส่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บอกทุกคนให้กลับบ้านแล้วผมก็ออกจากพื้นที่

ถ้ากลุ่มปะทะเป็นพวกไม่สนใจอะไรเลย ตั้งใจออกมาบวกหรือเจตนาสร้างสถานการณ์ เป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับทุกกลุ่มเคลื่อนไหว ต้องระวัง ตรวจสอบและรู้เท่าทัน พบเห็นความจริงต้องรีบเปิดเผยเพราะไม่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้

หากเป็นแนวทางที่น้อง ๆ ตัดสินใจเลือกเชื่อว่าทำได้ ผมก็เคารพไม่ด้อยค่าผลักไส เพียงแต่ผมเชื่ออีกแนวทางหนึ่งและจะสรุปบทเรียนเพื่อเดินต่อ จะว่าไม่สู้ ใจไม่ถึง ล้าหลัง ผมน้อมรับไม่โต้แย้ง ผมเพียงอยากสร้างและรักษาพื้นที่ให้คนที่เข้าไม่ถึงแนวทางแบบนี้ได้ร่วมแสดงพลัง ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนมั่นคงและสู้ต่อไป
สถานการณ์ถึงตรงนี้พล.อ.ประยุทธ์ต้องตัดสินใจ ถ้าเป็น POPCAT ต้องมีคนกดปุ่มถึงอ้าปากพูดได้เครือข่ายอำนาจนั้นก็ต้องคิด ระหว่างรักษาเก้าอี้นายกฯบนความล้มเหลวโควิด 19 และอาจต้องปราบปรามประชาชนถึงชีวิตซึ่งเดาภาพจบไม่ออกว่าคราวนี้จะเลยเถิดไปถึงไหน กับยุติเพียงเท่านี้เอาประยุทธ์ออก อยู่ก็ยิ่งพังจะดึงดันไปทำไม ถ้ารักประชาชนประยุทธ์ต้องออกไป

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวคาร์ม็อบ ที่นำโดยนายณัฐวุฒินั้น เจ้าตัวได้ชิงประกาศก่อนการเคลื่อนขบวนว่า ไม่ต้องการให้มีการปะทะ และพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว บริเวณแยกดินแดง แต่การที่เจ้าตัววกรถกลับมา และประกาศให้มวลชนกลับนั้น ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะรู้แน่ชัดว่า ยังไงก็ต้องมีการปะทะเกิดขึ้นจึงได้กลับไปในเส้นทางดังกล่าว แม้จะตามมวลชนกลับไม่ได้ทั้งหมด เพราะต้องยอมรับตามที่เจ้าตัวได้แจ้งว่า มีมวลชนบางกลุ่มจงใจมาป่วน และสร้างความรุนแรงอยู่แล้วทันทีที่รู้ว่าจะมีการชุมนุม ดังนั้นต้องจับตาว่า การชุมนุมครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในวันไหน และจะมีการควบคุมไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้หรือไม่