พระอารยวังโส เห็นเด็กมือขาดแล้วสงสารถึงพ่อแม่-สงสารจนท.รับแรงกระแทกจากมวลชน

1395

จากที่วันนี้ 15 สิงหาคม 2564  เฟซบุ๊ก ปักธง ธรรม ส่องโลก ได้โพสต์ข้อความ ซึ่งเป็นคำสอนธรรมะของ พระอาจารย์อารยวังโส วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย

บทธรรม แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ข้อควรพิจารณาและปฏิบัติ

#พุทธศาสนา #ธรรมโอสถ #share #dhamma

เจริญพร คณะศิษย์ศรัทธา ผู้ประพฤติธรรมในพระพุทธศาสนา

ในห้วงเวลาต้นพรรษา ปี 2564 ทุกคนในสังคม ไม่ว่าฐานะ วรรณะ เพศ ตระกูลใด หรือชาติใด ล้วนต้องสาละวนกับการจัดการชีวิตเพื่อให้สามารถเผชิญกับ วิกฤติการณ์ต่าง ๆ ที่กำลังเกิดให้ผลอย่างดีที่สุดตามขีดความรู้ ความสามารถโดยเฉพาะในสมัยวิกฤติการณ์โรคันตภัย ที่กำลังปรากฏและภัยธรรมชาติในมิติต่าง ๆ ที่กำลังทยอยกันเข้ามา

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

การดำรงชีวิตอยู่อย่างมีสติปัญญา เพื่อตั้งอยู่ในความไม่ประมาท จึงนับเป็นหลักธรรมหนึ่งเดียวเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่สำคัญที่สุด เพื่อการดำเนินไปของชีวิตในท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติการณ์ ที่หลากหลาย ซับซ้อนยากจะแก้ไข

การเตรียมพร้อมในการเผชิญปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังทยอยกันเข้ามาโดยเฉพาะปัญหาความยากจน การขาดแคลนอาหาร และปัจจัยดำรงชีพขั้นพื้นฐาน จึงเป็นเรื่องที่ทุกชีวิต ต้องพร้อมด้วยการเตรียมรับมือแต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่บัดนี้

การช่วยกันประคับประคองให้สังคม ชุมชน ครอบครัว ผ่านพ้นทุกวิกฤติการณ์ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรคำนึงโดยเฉพาะการป้องกัน และขจัดปัญหาความแตกแยกให้สิ้นไป ในสมัยอมนุสภัยปรากฏซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยกขึ้นมากล่าวเพื่อล้อเล่น เพราะในธรรมชาติของสังคมมนุษยชาติได้ปรากฏภัยทั้งสามขึ้นแล้วจริงในทุกภูมิภาคของโลก ไม่เว้นแม้บ้านเรา

การแก้ปัญหาด้วย “สันติวิธี”จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่หัวข้อพูดคุยโก้เก๋ทางวิชาการ แต่เป็นเรื่องที่ทุกคน ในทุกฐานะอาชีพ เพศ วัย ต้องร่วมกันพิจารณาศึกษาในแนวทางสันติวิธีของสังคมก่อนจะสายเกินคิดแก้ไขเพื่อสังคมสงบสุข ซึ่งคงจะไม่ทันการหากทุกคนยังขาดความใส่ใจ ในปัญหาของมนุษยชาติและประเทศชาติอย่างจริงจัง

การเริ่มต้นคิดพิจารณาอย่างมีสติ ในทุกเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวใน ขณะนี้ ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวทุกคน ควรเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการมีส่วนร่วมในการศึกษาปัญหาภาคสังคมร่วมกัน

ด้วยการหยุดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเล่าข่าวสารต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นอย่างขาดสติ ขาดการใส่ใจพิจารณา สืบสาวสอบสวนหาเหตุ หาผลที่แท้จริง และควรหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ในตัวบุคคลแห่งเรื่องนั้นๆ เพื่อขจัดอคติธรรมที่จะเกิดขึ้นมาปิดบังไม่ให้เข้าถึงความจริงแท้ในเรื่องราวนั้นๆ

เพื่อการสรุปเรื่องราวได้ตรงเหตุ ตรงผล ตรงธรรม ก่อนที่ค่อยลำดับพิจารณาไปยังตัวตน บุคคลที่ประกอบด้วยจิตใจที่มีความเข้าใจในเรื่องราวได้อย่างเป็นธรรม และยึดหลักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก่อนคิดพิจารณากล่าวพิพากษาใครๆ เมื่อจำเป็นต้องกล่าว

ที่สำคัญที่สุด ต้องปรับสภาพจิตใจของเราให้เป็นกลางๆ โดยอิงอาศัยอานาปานสติวิธีขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักปฏิบัติง่าย 3 ข้อคือ 1. รู้ อยู่กับ รูปกาย  2. รู้ เต็ม รูปกาย  3. รู้ เป็น กลางๆ ในทุกลมหายใจเข้าออกที่มีสติ ไม่ขาดตอน

เมื่อเราได้จิตเป็นกลางๆแล้ว ให้เติมเมตตาธรรมลงไป เติมกรุณาลงไป  แผ่ไปส่งออกไปถึงทุกคน อย่างเสมอกับเราหรือญาติเรา และค่อยๆ พิจารณาถึงสิ่งที่เขากำลังกระทำ กระทำแล้ว หรือคิดจะกระทำว่าเป็นคุณ เป็นโทษ อย่างไร ทำไมเขาต้องทำทำไปแล้วได้อะไรด้วยจิตใจที่ไม่มีอคติ

สักพัก จิตใจเราจะอ่อนโยนลง และเริ่มมองบุคคลและเรื่องราว แม้ปัญหานั้น อย่างเข้าใจ เราจะรู้ทันที ว่า ทำไมเขาต้องทำ ทำแล้วได้อะไร และเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

เมื่อมาถึงตรงนี้การยกระดับความรู้สึกทางจิตวิญญาณของสัตว์ประเสริฐ จะเกิดขึ้นด้วยอำนาจสติปัญญาและคุณธรรม ปรากฏการณ์สันติธรรมจักปรากฏในกลางใจของเรา ให้จิตใจของเราเยือกเย็นสงบที่จะนำไปสู่การมองปัญหารอบด้านอย่างเข้าใจด้วยจิตใจที่มีมิตรภาพต่อทุกคน ดุจญาติมิตร

รัก เข้าใจ สงสาร คิดช่วยเหลือก็จะเกิดขึ้นกลางใจของเรา อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนอุทานในใจว่า สันติภาพ ต้องเกิดขึ้นในกลางใจ ด้วยใจที่เป็นกลาง ปราศจากอคติธรรมอย่างนี้เอง

มองเห็นน้องที่นิ้วมือขาดจากระเบิดแล้วสงสาร สงสารถึงพ่อแม่ของน้อง มองน้องๆ ทุกคนที่กำลังดุดันอย่างเข้าใจ คิดจะช่วยเขาอย่างไร ให้กลับมาต่อสู้อย่างถูกต้อง ไม่เดือดร้อน และสมหวังตามตั้งใจ

สงสารเจ้าหน้าที่ ทุกคน ที่ต้องออกมารับแรงกระแทกจากมวลชน จนนำไปสู่การกระทบกระทั่ง อย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงมองเห็นโทษภัยของการใช้กำลัง เข้าต่อสู้กันอย่างขาดสติที่จะนำพาสังคมประเทศชาติไปสู่ความหายนะ

มองเห็นหนทางสายกลาง ที่จะนำทุกคนไปสู่ความสงบสุขบรรลุสันติธรรม คือ การนั่งหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน อย่างมีสติด้วยจิตใจที่มีความเมตตากรุณาต่อกัน

สติ สันติ คติ จะกลับมาทันที ทุกปัญหา จบด้วยสันติวิธี ที่มีได้ด้วย การเจริญสติ จริงๆ สมดังพระพุทธภาษิตที่ว่า

สัตว์ทั้งหลาย ล่วงความโศก ดับความทุกข์ได้ ด้วย การมีสติ