พี่ศรีฯชี้ม็อบบุกสาดสีหน้าค่ายทหารผิด 4 ข้อหา หากไม่แจ้งความโดนม.157

3054

จากที่บริเวณหน้ากองพันทหารม้า ที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ฝั่งตรงข้ามรัฐสภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ระยอง พร้อมด้วย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่งนั้น

ทั้งนี้ได้มีการจัดกิจกรรม “ตามหานาย” ได้มาทวงถามความคืบหน้าจากผู้บังคับบัญชากรณีการลงโทษพลทหารนอกเครื่องแบบ 3 นายที่ได้ไปล็อกคอหนึ่งในประชาชนที่มาให้กำลังใจกลุ่มไอลอว์ และให้ลบภาพถ่ายป้ายบริเวณด้านหน้ากองพันทหารม้าที่ 4 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา

ขณะที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ได้มาทวงถาม นานกว่าเกือบ 2 ชั่วโมงแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารคนใดออกมาเจราจาด้วย ทำให้กลุ่มแนวร่วมธรรมร่วมธรรมศาสตร์ฯแสดงความไม่พอใจโดยขว้างปาไข่  และสาดสีเข้าไปบริเวณด้านหน้ากองพัน และบริเวณป้ายที่หน้าป้ายด้วยนอกจากนี้นายภาณุพงศ์ ยังกล่าว ด้วยว่าหากไม่มีคำตอบว่าจะลงโทษ 3 นายทหารดังกล่าวอย่างไร ตนจะพามวลชนไปทวงกับหัวหน้าใหญ่ที่กองทัพบก

ล่าสุดวันนี้(29ก.ย.63) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และมวลสมาชิกจำนวนหนึ่ง เดินทางไปที่หน้ากองพันทหารม้า ที่ 4 รักษาพระองค์ ฝั่งตรงข้ามรัฐสภา เมื่อวันที่ 28 ก.ย.63 เพื่อทวงถามความคืบหน้าการลงโทษพลทหารนอกเครื่องแบบที่ปรากฏภาพล็อกคอประชาชนที่มาให้กำลังใจกลุ่มไอลอว์ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา

“แต่ไม่มีตัวแทนออกมาชี้แจงความคืบหน้า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ บางส่วนแสดงความไม่พอใจด้วยการขว้างปาไข่และนำสีไปละเลงป้ายกองพันทหารม้า ที่ 4 รักษาพระองค์ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.เตาปูน กว่า 20 นาย ที่มาคอยควบคุมสถานการณ์อยู่ด้วยนั้น

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

การกระทำดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ มีความผิดตามกฎหมายหลายข้อหา อาทิ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตาม ป.อาญา ม.358 ที่บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

นอกจากนั้นยังมีความผิดตาม พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 ม.12 ที่บัญญัติไว้ว่า “ห้ามมิให้ผู้ใด ขูด กระเทาะ ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือ รูปรอยใด ๆ ที่กำแพงที่ติดกับถนน บนถนน ที่ต้นไม้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่อยู่ติดกับถนนหรืออยู่ในที่สาธารณะ” และถ้าฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ตาม ม.56 อีกด้วย

แต่การที่มีผู้ร่วมเดินทางไปชุมนุมกันหลายคนในพื้นที่ด้านหน้าขวางทางเข้า-ออกที่ทำการหน่วยงานของรัฐ(ค่ายทหาร) ถือเป็นการฝ่าฝืน ม.8(1) ตาม พรบ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป

และบุคคลอื่นสามารถร่วมการชุมนุมด้วยได้นั้นเรียกว่า เป็นการชุมนุมสาธารณะ ต้องมีการแจ้งต่อหัวหน้าหรือผู้บังคับการตำรวจเจ้าของพื้นที่ก่อนอย่างน้อย 24 ชม.หากไม่ดำเนินการถือว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม ม.10 มีความผิดตาม ม.27 ม.28 และ ม.31 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

อันที่จริง การชุมนุมดังกล่าว “เป็นความผิดซึ่งหน้า” เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าจับกุมได้ทันที หรือหลังจากนี้ ผบ.ม.พัน 4 พล.1 รอ. อาจมอบหมายให้นายทหารเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแกนนำม็อบดังกล่าวได้ตามข้อหาข้างต้น หากไม่ดำเนินการใด ๆ ผบ.ม.พัน 4 พล.1 รอ. ก็อาจมีความผิด ตาม ป.อาญา ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร ต้องเอาจริงต่อผู้ที่มีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมนั่นเอง” นายศรีสุวรรณ กล่าว