หมอวรงค์ยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตฯ!?!ยิ่งลักษณ์และข้าราชการแก้สัมปทานเอื้อ’ไทยคม 7-8′ ผิดกฎหมาย เช็คดูเลยใครมีสิทธิ์ติดคุกยาว??

2005

ความฉ้อฉลของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่สมคบกับข้าราชการแสวงหาผลประโยชน์ นำไปสู่การเอื้อประโยชน์ให้ไทยคม และเปลี่ยนระบบสัมปทานดาวเทียม ไปสู่ระบบใบอนุญาต ซึ่งนำไปสู่การฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางครั้งนี้สะท้อนระบอบกินเมือง 2 พี่น้องขวัญใจสามกีบ “ทักษิณคิดยิ่งลักษณ์ทำ” ตั้งแต่นาข้าวไปสู่อวกาศก็ไม่ละเว้น งานนี้ยังไงก็ไม่รอด ขณะเดียวกันได้ยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินยับยั้งการประมูลครั้งใหม่ 28 ส.ค.นี้ หากกสทช.เดินหน้าต่อเท่ากับขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2564 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ฟ้องศาลดำเนินคดีนางสาวยิ่งลักษณ์และครม. กระทรวงไอซีที กสทช.และกทค. กรณีการออกใบอนุญาตให้ไทยคม7 และไทยคม8 ไม่ชอบ ฐานความผิดตามมาตรา157 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

จำเลยที่ถูกฟ้องทั้งหมดมี 4กลุ่มจำนวน 52 คน คือ 1.ยิ่งลักษณ์ และ ครม. 2.ปลัดและรองปลัดกระทรวงไอซีที 3.คณะกรรมการ กสทช.และ 4. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือกทค.

เนื้อหาการฟ้องร้องมี 4 ประเด็นสำคัญดังนี้

  1. มติคณะรัฐมนตรีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ วันที่ 20 กันยายน 2554 ที่มอบให้ บริษัท ไทยคม นำใบเอกสารข่ายงานดาวเทียม ตำแหน่งที่ 120E ไปร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการพิเศษฮ่องกงฯ
  2. ให้ กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ให้ บริษัทไทยคม เพื่อจะเปลี่ยน ระบบสัญญาสัมปทาน เป็น ระบบใบอนุญาต ทำให้กรรมสิทธิ์ดาวเทียมไม่ต้องโอนเป็นของรัฐ แต่ยังเป็นของเอกชน
  3. ปลัดและรองปลัดกระทรวง ให้ความช่วยเหลือ เอื้อประโยชน์ ไม่บังคับให้เป็นไปตามสัญญาสัมปทานและไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
  4. กสทช. และ กทค. ไม่มีอำนาจที่จะออกใบอนุญาต การอนุญาตเป็นการกระทำความผิดตาม รัฐธรรมนูญ และกฎหมายกิจการโทรคมนาคม

การกระทำดังกล่าวของบุคคลตั้งแต่ นางสาวยิ่งลักษณ์ คณะรัฐมนตรี ปลัดและรองปลัดกระทรวง กสทช. และ กทค. จึงเป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ดังต่อไปนี้

มาตรา 83 ผู้ใดร่วมกระทำความผิด ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเป็นตัวการ

มาตรา 84 ผู้ใช้ให้กระทำความผิด

มาตรา 86 ช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิด

มาตรา 152 เจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น

มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อได้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต

นพ.วรงค์กล่าวว่า “ผมมีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะลงโทษต่อผู้เกี่ยวข้อง และได้รวบรวมพยานหลักฐาน ประเด็นดังกล่าว ฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมแนบรายชื่อจำเลยทั้งสิ้นจำนวน 52 คน”

คดีนี้เมื่อถึงมือหมอวรงค์และทีม ทั้งหลักฐานเพียบพร้อมแล้วยิ่งลักษณ์และพวกก็ไม่น่าจะรอด

สำหรับปัญหาการฉ้อฉลในกิจการดาวเทียมนั้น  กรณี ดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 เป็นผลสืบเนื่องจากการทุจริตข้างต้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจาก ระบบสัมปทาน เป็น ระบบใบอนุญาต ทำให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของแผ่นดินต้องตกเป็นของเอกชน เดิมสัญญาดาวเทียมไทยคมในระบบสัมปทาน ดาวเทียมทุกดวงและสถานีภาคพื้นดินจะต้องโอนมาเป็นของประเทศไทย

เมื่อสัมปทานดาวเทียมไทยคมจะหมดอายุ ในวันที่ 10 ก.ย. 2564 กสทช.กำลังจะเปิดประมูลครั้งใหม่ ให้สัญญา 20 ปี ยังไม่ทันเริ่มต้น ก็ล็อกคุณสมบัติ ให้บริษัทที่มีประสบการณ์ดาวเทียมเท่านั้นจึงเข้าประมูลได้  ซึ่งทั้งประเทศมีแค่ไทยคมบริษัทเดียว แต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนายทักษิณประมูล ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ดาวเทียม แต่กลับให้ประมูลได้

สำหรับประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ของ กสทช. จึงเป็นประกาศที่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 60

สำหรับเรื่องนี้หมอวรงค์ได้ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งการระงับและให้เป็นไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ และหวังว่ากสทช.ควรต้องล้มการประมูลใบอนุญาตดาวเทียมรอบ 28 สิงหาคม 2564นี้ออกไปก่อน

กสทช.ที่กำลังเดินหน้าประมูลใบอนุญาต วงจรดาวเทียมควรคิดให้ดี เพราะกำลังทำในสิ่งที่เรียกว่าขัดรัฐธรรมนูญ ควรกลับมาตั้งหลักใหม่ดีกว่า ถ้ายิ่งเดินหน้า ชาติยิ่งเสียหาย

อย่าให้ประว้ติศาสตร์ซ้ำรอย ดาวเทียมไทยคมต้องเป็นของแผ่นดินไทย ไม่ใช่ของเอกชนตระกูลใดตระกูลหนึ่งผูกขาด แล้วเปิดช่องต่างชาติมาล้วงตับประเทศไทย??