ติดคุก หมดอนาคต!? ฝากขัง “เวหา” มือโพสต์ไสยศาสตร์ในวัง ผิด ม.112-พรบ.คอมพ์ ตร.ไม่ค้านประกัน แต่ไม่มีญาติมาประกัน!!?

1935

ติดคุก หมดอนาคต!? ฝากขัง “เวหา” มือโพสต์ไสยศาสตร์ในวัง ผิด ม.112-พรบ.คอมพ์ ตร.ไม่ค้านประกัน แต่ไม่มีญาติมาประกัน!!?

จากกรณีที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ @abigblackdogis เรียกตัวเองว่า “III ฟ้าฝน ver. เกรี้ยวกราด” อ้างว่าเป็นข้าราชการรายหนึ่ง ได้โพสต์เรื่องเล่าในเชิงไสยศาสตร์ในวัง และคุกแห่งหนึ่ง อ้างว่า เคยถูกลงโทษจนตัวเองมีภาวะ PTSD ต้องลาออกจากงาน

โดยมี นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ปัจจุบันลี้ภัยที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นคนแนะนำให้อ่าน แต่ออกตัวไม่รับรองว่าข้อความทั้งหมดเป็นความจริง เอามาให้ทุกคนร่วมกันพิจารณา ปรากฏว่า มีแนวร่วมม็อบราษฎรให้ความสนใจตามอ่านจำนวนมาก ขณะที่ผู้ที่ผ่านงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่างออกมาตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์นำมาโพสต์นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 (บก.ส.2) คุมตัว นายเวหา แสนชนชนะศึก หรือ สิริพงษ์ บุตรดีวงษ์ หรือ ทยา บุตรดีวงษ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีโพสต์ข้อความเกี่ยวกับไสยศาสตร์ในวัง, แอร์ไม่เย็น ผ่านทวิตเตอร์ “ฟ้าฝน ver. เกรี้ยวกราด” ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 195/2564 ลงวันที่ 10 ส.ค. 2564 ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จอันน่าจะเสียหายต่อความั่นคงปลอดภัยของประเทศ เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเสียหายต่อความมั่นคง

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง, Micro SD ยี่ห้อ Kingston จำนวน 1 อัน, ซิมโทรศัพท์ จำนวน 6 อัน และกล่องโทรศัพท์ จำนวน 2 กล่อง มาส่งให้พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ทำการสอบสวน

ต่อมา ร.ต.ท.เมธา ช่วยบำรุง พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรก ผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้สอบสวนมาจะครบกำหนด 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จจะต้องสอบปากคำพยาน จำนวน 7 ปาก, รอผลตรวจสอบของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษ มาประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณา
จึงขออำนาจศาลฝากขังไว้ระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-22 ส.ค.2564 แต่หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกัน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ทั้งนี้ ปรากฎว่าไม่มีญาติผู้ต้องหามายื่นประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวไปขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม นายเวหา ถือว่าเป็นคนที่มีประวัติเป็นอดีตนักต้มตุ๋นงานวิ่งมาราธอนที่จังหวัดพิษณุโลกและยังเป็นแอดมินเพจ “พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ” เคยถูกจับหลังโพสต์กุเรื่องจับแกนนำไปในค่ายเจ้าพระยาจักรี ซึ่งก็เป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด กองทุนราชประสงค์ ของสามกีบ ที่มีการเปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อนำเงินไปประกันตัวผู้ชุมนุมหรือคนที่ถูกดำเนินคดีจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง ถึงไม่ออกมาช่วยเหลือ