กัมพูชาเล็งทิ้งดอลลาร์สหรัฐฯ!?!ดันใช้ “บากง” สกุลเงินดิจิทัลของตนเองแทน สอดคล้องรัสเซีย-จีนเททิ้ง อิงสกุลท้องถิ่น

1205

ธนาคารกลางทั่วโลกต่างเร่งพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของตนเอง เพื่อเสนอระบบการชำระเงินที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย เนื่องจากระบบดิจิทัลได้ขยายไปสู่ภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เงินดิจิทัล ‘บากง:Bakong’ ของกัมพูชา ได้รับกระแสตอบรับจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเติบโตขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงกระแสเงินดิจิทัลในปัจจุบัน ที่เป็นส่วนหนึ่งจากผลกระทบการระบาดโควิด-19 สอดคล้องกับกระแสใหญ่ที่รัสเซียและจีนประกาศเทดอลลาร์สหรัฐอย่างเป็นทางการ โดยรัสเซียจัดหนักเลิกใช้สกุลดอลลาร์ในกองทุนแห่งชาติเรียบร้อย ส่วนจีนดันหยวนดิจิทัลเต็มสูบด้านการค้าและการลงทุน ทำสหรัฐอยู่ไม่เป็นกำลังดิ้นรนสร้างเงินดิจิทัลของรัฐบาลแต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ด้วยกำลังเร่งดันมาตรการยื้อบทบาทและมูลค่าเงินดอลลาร์อย่างเต็มที่ และสิ่งนี้ได้ส่งผลกระทบกับค่าเงินบาทของไทยที่ผูกตะกร้าไว้กับดอลลาร์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

สงครามปริวรรตเงินตราเริ่มแล้วอย่างดุดัน แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนของคลื่นความเปลี่ยนแปลงนี้

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2564 สำนักข่าวเอเซียนิเคอิรายงานว่า ประเทศจีนได้ทดสอบเงินหยวนดิจิทัลในหลายเมือง ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรปประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่ามีแผนจะดำเนินการโครงการยูโรดิจิทัลและเปิดตัวการสอบสวนสองปีที่จะพิจารณาถึงการพัฒนาและผลกระทบของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง(CBDC:Central Bank Digital Currency)

ในขณะที่ธนาคารกลางกว่า 60 แห่งทั่วโลกกำลังสำรวจความเป็นไปได้ของ CBDC แต่กัมพูชากลายเป็นผู้นำออกหน้าในการแข่งขันในเอเซียจนถึงขณะนี้

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

กัมพูชา สมาชิกอาเซียนและเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เปิดตัวสกุลเงินดิจิทัล “บากง:Bakong” ในเดือนตุลาคม 2020 ก่อนแผนการเปิดตัวจากเศรษฐกิจหลักของโลก และปัจจุบันเป็นโครงการ CBDC ที่ดำเนินอยู่เพียงโครงการเดียวนอกเหนือจากดอลลาร์ทรายบาฮามาส (Bahamas Sand)

Bakong ได้รับการพัฒนาโดยธนาคารแห่งชาติกัมพูชา โดยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทเทคโนโลยีบล็อคเชนของญี่ปุ่นโซระมิทสึ (Soramitsu) เพื่อเพิ่มการแสดงตนของ”เรียล” สกุลเงินของตัวเอง  และค่อยๆ เปลี่ยนจากการใช้ดอลลาร์สหรัฐฯไปสู่เงินท้องถิ่นของตนเอในรูปดิจิทัล

เชีย เสรี(Chea Serey) ผู้อำนวยการทั่วไปของธนาคารชาติแห่งกัมพูชา (NBC:National Bank of Cambodia) ซึ่งเป็นผู้นำโครงการกล่าวว่า “Bakong เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะเชื่อมโยงระบบการชำระเงินที่กระจัดกระจายในกัมพูชาเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

ณ เดือนมิถุนายน ผู้ใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของ Bakong เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากประมาณสามเดือนก่อนหน้านั้นถึง 200,000 คน ระบบโดยรวมของ Bakong เข้าถึงผู้ใช้ประมาณ 5.9 ล้านคน ซึ่งรวมถึงผู้ใช้ทางอ้อมผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือของธนาคารที่เป็นสมาชิก และสำหรับครึ่งแรกของปี 2564 มีการบันทึกธุรกรรมทั้งหมด 1.4 ล้านรายการ มูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เชีย เสรีกล่าวว่าผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก “เป็นที่น่าพอใจมากที่ได้เห็น” เธอชี้ให้เห็นว่าการยอมรับการชำระเงินดิจิทัลเริ่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการระบาดของโควิด-19 โดยกล่าวว่า “สถานการณ์นั้นสุกงอมแล้วสำหรับผู้คนที่จะเปลี่ยนไปใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้นย่อมเป็นโอกาสของเงินดิจิทัลด้วย”

CBDC เป็นรูปแบบของเงินดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนและออกโดยธนาคารกลาง

ซึ่งแตกต่างจาก cryptocurrencies รูปแบบอื่นเช่น bitcoin ether หรือเหรียญต่างๆที่กำลังฮิตฮอตและประเทศต่างๆกำลังจับตาผลกระทบด้านลบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น

Bakong อนุญาตให้ชาวกัมพูชาชำระเงินที่ร้านค้าหรือส่งเงินผ่านแอพฯมือถือโดยไม่ต้องใช้เงินสด และอนุญาตให้ชำระและโอนเงินเป็นเรียลหรือดอลลาร์สหรัฐก็ได้ เหตุผลหลักประการหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังโครงการ Bakong คือการสนับสนุนการใช้เงินเรียล เงินท้องถิ่นของตนเอง

กัมพูชาใช้ระบบสองสกุลเงิน โดยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง ค่าเงินของประเทศเริ่มขึ้นในทศวรรษ 1980 และ 90 หลังจากเกิดสงครามกลางเมืองและความไม่สงบเป็นเวลาหลายปี

เจีย เสรี กล่าวว่า ค่าเงินดอลลาร์เป็นประโยชน์ต่อประเทศในช่วงการฟื้นฟู แต่ถึงเวลาแล้วที่จะ “เลิกพึ่งพาอาศัยแบบนั้น” ในขณะที่เศรษฐกิจของกัมพูชาเติบโตขึ้น การเพิ่มการใช้สกุลเงินท้องถิ่น จะช่วยให้ธนาคารกลางรักษานโยบายการเงินที่เป็นอิสระ ซึ่งรวมถึงการควบคุมปริมาณเงินและการหมุนเวียนของเงินด้วย

เธอกล่าวว่า แม้การใช้เรียลจะเพิ่มขึ้นในแง่ของการทำธุรกรรมดิจิทัลตั้งแต่เปิดตัว Bakong แต่สกุลเงินดิจิทัลเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถเปลี่ยนกัมพูชาจากเศรษฐกิจที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้ “ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่จำเป็นต้องดำเนินการ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพ ตลอดจนแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ” 

ขณะที่เธอกล่าวว่า “การลดค่าเงินดอลลาร์” เป็นคำที่เธอพยายามหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนสำหรับนักลงทุนทั่วโลกในประเทศ ภารกิจของ Bakong คือการ “เพิ่มการใช้สกุลเงินท้องถิ่น” โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะ “ใช้สกุลเงินท้องถิ่นของเราเท่านั้น”

NBC กำลังสำรวจธุรกรรมข้ามพรมแดนผ่าน Bakong ขณะนี้กำลังดำเนินการกับ Maybank ของมาเลเซียและธนาคารกลางของประเทศไทย

เจีย เสรี อธิบายว่าผู้หญิงกัมพูชาจำนวนมากอพยพมาทำงานที่มาเลเซีย ดังนั้น “จึงต้องการวิธีส่งเงินให้ครอบครัวอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ” เธอยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า Bakong จะช่วยให้ผู้หญิงรู้สึกมีพลัง เพราะพวกเขาจะ “สามารถจัดการการเงินของพวกเขาเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม”

ในขณะที่ประเทศต่างๆ กำลังดำเนินการวิจัยและพัฒนา CBDC การเคลื่อนไหวที่ผันผวนของ bitcoin ได้ผลักดันให้หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเข้มงวดกับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีอย่างจริงจัง

ก่อนหน้านี้ เกิดปรากฎการณ์สะเทือนโลกเมื่อรัสเซียประกาศทิ้งดอลลาร์เกลี้ยง หันไปใช้หยวน ทองคำในกองทุนความมั่งคั่งฯแทน

ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อันตอน ซิลัวนอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัสเซียแถลงเทขายสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทิ้งทั้งหมด จากพอร์ตกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (National Wealth Fund) เพื่อลดผลกระทบการแทรกแซงของทำเนียบขาว และหันไปเพิ่มสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินอื่นแทน 

ตามข้อมูลจากกระทรวงการคลังของรัสเซีย เมื่อผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ จะส่งให้พอร์ตการลงทุน ปรับขึ้นมามีสัดส่วนสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินยูโร 40% ตามมาด้วยในรูปเงินหยวน 30% ขณะที่อีก 20% เป็นทอง และ อีกอย่างละ 5% คือสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินเยนของญี่ปุ่นและปอนด์ของสหราชอาณาจักร เรื่องนี้ทำพันธมิตรชิดใกล้อย่างจีนปลื้มไม่หยุดที่รัสเซียรับหยวนเข้าสู่พอร์ตสำคัญของชาติรัสเซีย