ไทย-จีน หลังโควิดฯ ฟื้นฟูเศรษฐกิจไปด้วยกัน นรม.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับมอบเวชภัณฑ์จากรัฐบาลจีน อุปทูตจีนฯชื่นชมไทยรับมือโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2109

รัฐบาลจีนส่งเวชภัณฑ์แก่ไทยเป็นครั้งที่ 2 โดยนรม.ประยุทธ์ จันทร์โอชารับมอบที่ทำเนียบรัฐบาลไทย ขณะที่อุปทูตจีน ตัวแทนส่งมอบได้กล่าวชื่นชมไทย รับมือการระบาดโควิด-19 ได้ดียิ่ง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจร่วมกันภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563เวลา 09.00 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับมอบเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จากนายหยาง ซิน (Mr. Yang Xin) อุปทูตรักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยในฐานะตัวแทนรัฐบาลจีน ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรียินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน มีความใกล้ชิดยาวนาน พร้อมขอบคุณรัฐบาลจีนที่มอบความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่ประเทศไทย ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ของฝ่ายไทย ซึ่งเป็นส่วนช่วยสนับสนุนการดำเนินการของไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และสะท้อนความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มั่นคงต่อกัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายมณฑล ไทยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจีนจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุปทูตจีนฯ ชื่นชมการดำเนินมาตรการของไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศยาวนานกว่า 30 วัน เป็นผลสำเร็จของการจัดการและมาตรการที่มีประสิทธิภาพของไทย พร้อมทั้งยินดีกับความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทย-จีน เพราะแม้ว่าในสถานการณ์โควิด-19 ทั้งสองประเทศยังคงติดต่อทำการค้าต่อกันอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไทยส่งออกผลไม้มาจีนจำนวนมาก อาทิ ทุเรียน นอกจากนี้ อุปทูตจีนฯ ยืนยันพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อส่งเสริมความร่วมมืออันดีระหว่างกันต่อไป

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจร่วมกันภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งจะมีการพิจารณาร่วมกันต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนมอบความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์ให้แก่รัฐบาลไทยในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยมีรายการเวชภัณฑ์ ดังต่อไปนี้ (1) หน้ากากอนามัย จำนวน 1,300,000 ชิ้น (2) หน้ากาก N95 จำนวน 70,000 ชิ้น (3) ชุดตรวจ Test Kit COVID-19 จำนวน 150,000 ชุด และ (5) ชุด PPE จำนวน 70,000 ชุด

เศรษฐกิจของไทยในช่วงเวลาของวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา ประคองตัวได้ด้วยเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ มิใช่ความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างแท้จริง ทำให้การฟื้นตัวกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติอาจใช้เวลา ดังนั้นการดำเนินนโยบายต่างประเทศจึงมีบทบาทสำคัญที่จะเสริมสร้างโอกาสในการฟื้นตัวให้เร็วขึ้น อาศัยการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีน ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจขนาดมหาศาล อาจทำให้สถานการณ์พลิกฟื้นได้

อย่างไรก็ตาม นโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศที่ผ่านมา ภาครัฐเน้นการผลักดันตัวเลข GDP เป็นหลักมาโดยตลอด นั่นหมายถึง
การพึ่งพาเม็ดเงินจากต่างชาติ จึงเป็นด้านหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสะท้อนผลกระทบหนักหน่วงเมื่อเศรษฐกิจ
ต่างประเทศมีปัญหา ประเทศไทยก็สาหัสด้วย

ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเชียนครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา นรม.ประยุทธ์ฯ ได้ผลีกดันแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มาใช้ในการปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างเพื่อนมิตรอาเซียน สำหรับประเทศจีน รัฐบาลอาจต้องคำนึงถึงควาสม
สมดุลย์ ระหว่างความสามารถในการพึ่งตนเองสูงสุดของประเทศไทย กับความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนและก
การท่องเที่ยว ในรูปแบบปกติใหม่ “New Normal” สู่ความยั่งยืนที่พึ่งตนเองได้ในที่สุด

………………………………………………