ความจริงต้องปรากฎ!! ตำรวจแกะรอย กล้องวงจรปิด มือมืดยิงเจาะคอตำรวจ กลางม็อบ 7 สิงหา!?

1910

จากกรณีของการชุมนุมวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่เกิดเหตุปะทะชุลมุนบริเวณแยกดินแดง โดยชุดตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ากระชับพื้นที่ ทราบว่า ส.ต.ต.นิตินัย คลองสม ตำแหน่ง ผบ.หมู่กองร้อยที่ 3 กก.คฝ.1 ได้ถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณคอ และเพื่อนตำรวจได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรอผ่าตัดเอากระสุนออกจากบริเวณคอ

ซึ่งในเวลานั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสลายการชุมนุม มีการยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ส่วนทางด้านผู้ชุมนุมได้ใช้สี น้ำปลาร้า มะเขือเทศปาตอบโต้ และบางรายยังขว้างปาอาวุธ ระเบิด ใส่เจ้าหน้าที่ด้วย


โดยล่าสุดมีรายงานความคืบหน้า ระบุว่า พลตำรวจตรียิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. เปิดเผยกับทีมข่าวท็อปนิวส์ ถึงความคืบหน้าที่ส.ต.ต.นิตินัย ครองสม ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชนกองบังคับการควบคุมฝูงชน ได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.22 เข้าท้ายทอย ว่า แพทย์ได้ดำเนินการผ่าในกระสุน ที่อยู่ในกล้ามเนื้อติดหลอดลมออก และยังคงพักรักษาอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอยู่ในการดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด

ในส่วนของการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งกล้องวงจรปิดคลิป ต่าง ๆ ที่ถ่ายในเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมให้ได้มากที่สุด โดยจะนำไปแกะหาตัวมือปืนที่ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม นอกเหนือจากส.ต.ต.นิตินัย แล้ว ยังมีส.ต.ต.ภานุเชษฐ์ ผิวอ่อน ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ ร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชน กองบังคับการควบคุมฝูงชน ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง ซึ่งยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่อาคารภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ

ส.ต.ต.ภัทรพงศ์ ศุภะรัชฏเดช ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ ร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชน กองบังคับการควบคุมฝูงชน ได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตา ซึ่งได้ให้กลับไปพักรักษาตัวยังที่พัก

สำหรับในส่วนของการดูแลด้านสวัสดิการต่าง ๆ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดูแลข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทุกนายอย่างเต็มกำลังความสามารถ และในเรื่องของกรณีข้าราชการตำรวจที่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากการปฏิบัติหน้าที่นั้น สำหรับในเรื่องนี้ให้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องของการรักษาพยาบาลรวมถึงการตรวจหาเชื้อเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และให้ผู้บังคับบัญชาไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่กำลังพลในสังกัด