เดือดแน่ กระชากหน้าธนาธร!? “ศรีสุวรรณ” จัดหนัก จ่อบุกถามกรรมการสิทธิฯ แน่ใจมั้ยม็อบมามือเปล่า หลักฐานเพียบ ป่วนสร้างความรุนแรง!!

1848

หลังจากที่การชุมนุมวันที่ 7 ส.ค. 64 สิ้นสุดลง โดยมีการประกาศให้มวลชนแยกย้ายกลับบ้าน ในเวลา 17.40 น. และเพจเยาวชนปลดแอกได้บอกว่า โปรดติดตามการนัดหมายอย่างใกล้ชิด ในครั้งต่อไป

ขณะที่การชุมนุมดังกล่าว เกิดความชุลมุนอย่างมาก เพราะหลังจากการประกาศยุติชุมนุม ถือว่าเป็นการเริ่มต้นการปะทะเดือด เพราะยังพบผู้ชุมนุมบางส่วนอารมณ์ค้าง ไม่ยอมเดินทางกลับ และไปรวมตัวกันอยู่ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อีกทั้งยังพบว่าเกิดเหตุเผารถควบคุมผู้ต้องหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดอยู่บริเวณถนนพญาไทขาเข้าด้วย ซึ่งใกล้โรงพยาบาลราชวิถี

ต่อมาทางด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ทวีตข้อความระบุว่า “การชุมนุมในวันนี้ ประชาชนไปด้วยสองมือเปล่า มีเพียงความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธ แต่ตำรวจทหารกลับเตรียมใช้กำลังเข้าห้ำหั่น ใช้กฎหมายปราบปรามอย่างเกินเหตุ วันนี้จะไม่มีความรุนแรงหากเจ้าหน้าที่รัฐตระหนักว่าคนที่คุณประจันหน้าอยู่ไม่ใช่อริราชศัตรู แต่คือประชาชนเจ้าของประเทศ #ม็อบ 7 สิงหา”

ทั้งนี้ได้มีหลายความคิดเห็นในโซเชียล เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายธนาธรได้เห็นพฤติกรรมของม็อบหรือไม่ ที่มีการเผารถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำลายทรัพย์สิน พกอาวุธมาในพื้นที่ชุมนุม อีกทั้งยังมีทางด้านทีมงานกรรมการสิทธิมนุษยชน มาร่วมสังเกตการณ์ในวันที่มีการชุมนุมด้วยนั้น แต่กลับไม่มีการพูดถึงกรณีที่ม็อบบุกทำลายทรัพย์สิน ใช้ความรุนแรงเลย

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ล่าสุดทางด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 9 ส.ค.64 นี้เวลา 10.00 น. สมาคมจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อสอบถามว่าการชุมนุมสาธารณะเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาเป็นไปโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ประชาชนไปด้วยสองมือเปล่า มีเพียงความคิดสร้างสรรค์ จริงหรือไม่ ?

สืบเนื่องจากมีกลุ่มเยาวชนปลดแอก FREE YOUTH กลุ่มราษฎร กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฯลฯ นัดหมายจัดชุมนุมสาธารณะกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อเคลื่อนขบวนไปที่พระบรมมหาราชวัง แต่ต่อมาได้มีการแกงเจ้าหน้าที่ โดยเปลี่ยนไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิโดยมุ่งหมายไปที่บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ ร.1 รอ.ถ.วิภาวดีฯ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดไว้ จนกระทั่งมีกลุ่มการเมืองและนักการเมืองบางกลุ่มบางคนออกมาแถลงการณ์กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ยั่วยุ ทั้งๆที่ประชาชนไปด้วยสองมือเปล่า มีเพียงความคิดสร้างสรรค์

แต่ข้อเท็จจริงที่โซเชียลมีเดียและสื่อมวลชนรายงานนั้น ปรากฏการปะทะกันขึ้นโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง รถฉีดน้ำสกัดการเคลื่อนตัวชุมนุมของม็อบ ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมก็ปรากฏมีการใช้หนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกหิน ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการใช้พุ ตะไล ขวดน้ำมันเพื่อใช้เป็นระเบิดเพลิงในการตอบโต้เจ้าหน้าที่ด้วย จนกระทั่งมีรถคุมขังนักโทษของตำรวจถูกเผาเสียหายไป 1 คัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เข้าร่วมชุมนุมต่างบาดเจ็บจากการปะทะกันไปหลายคน

ก่อนหน้านี้กลุ่มเยาวชนปลดแอก ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอให้ลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุม เนื่องจากผู้ร้องอ้างว่าใช้เสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพการชุมนุมโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับใช้วิธีการคุกคามเสรีภาพผู้ร้องและผู้ชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกสม.จึงมีมติมอบหมาย นางปรีดา คงแป้น ผศ.สุชาติ เศรษฐมาลินี นางศยามล ไกยูรวงศ์ และนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในวันดังกล่าวด้วย

เมื่อความปรากฏว่ามีการปะทะกันขึ้น มีผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย มีทรัพย์สินของทางราชการเสียหายโดยชัดแจ้ง และมีผู้กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าใช้ความรุนแรง ยั่วยุ ทั้งๆที่ประชาชนไปด้วยสองมือเปล่า มีเพียงความคิดสร้างสรรค์นั้น และเมื่อกสม.ลงพื้นที่เพื่อติดตามเฝ้าระวังแล้ว จะมีข้อสรุปว่าผู้ชุมนุมได้ดำเนินการชุมนุมเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ประชาชนไปด้วยสองมือเปล่า จริงหรือไม่ และปฏิบัติการของรัฐในการควบคุมฝูงชนเป็นไปตามหลักสากล หลักความจำเป็นและได้สัดส่วนกับสถานการณ์หรือไม่ อย่างไร เพราะคำตอบของ กสม.สามารถนำไปใช้ประกอบในการแจ้งความหรือดำเนินคดีกับผู้ที่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จต่อไปได้ สมาคมฯจึงต้องเดินทางไปยื่นคำร้องสอบถาม กสม.เพื่อขอคำตอบในกรณีดังกล่าวต่อไป