สหรัฐบริหารสู้โควิดเละเทะ!?!2 พรรคใหญ่เสียงแตกบังคับฉีดวัคซีนหรือปล่อยเสรี นายกเทศมนตรีชี้เหมือนเป็นทาส ด้อยค่าคนผิวสี

381

สหรัฐฯ มีแผนกำหนดให้ผู้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนขณะที่ติดเชื้อพุ่งวันละ 100,000 รายแล้ว ผู้นำทั้งสองพรรคใหญ่รีพับลิกันและเดโมแครต ยังคงถกเถียงกันทั้งประเด็นการฉีดวัคซีน และการเลือกตั้งไม่เลิกรา และไม่ลงรอยกันในด้านการอนุมัติแผนใช้เงินฟื้นฟูประเทศมหาศาลที่ยืดเยื้อมาข้ามเดือน ทำให้อาจได้เห็นปธน.ไบเดนใช้อำนาจอนุมัติโดยไม่ผ่านขั้นตอนปกติยิ่งจะทำให้ความไม่ลงรอยของ 2 พรรคใหญ่ถ่างกว้างขึ้นไปอีก เป็นยุคสมัยที่สหรัฐไม่มีความเป็นเอกภาพ ทั้งระหว่างพรรคการเมือง และประชาชน ล่าสุดสมาชิกคองเกรสถึงกร้าวใส่กัน สว.รีพับลิกันตราหน้าว่าเดโมแครตหน้าซื่อใจคด คงไม่รู้ว่าพูดแทนคนทั้งโลกไปแล้วนั่น!!

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.64 วุฒิสมาชิกเควิน เครเมอร์( Kevin Cramer :R-North Dakota) พรรครีพับลิกัน ได้เสนอกฎหมายที่กำหนดให้สหรัฐฯ กำหนดให้มีการพิสูจน์การฉีดวัคซีนเพื่อระบุตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย ซึ่งพรรคเดโมแครตประณามว่าเป็นพวกเหยียดผิว เขาเลยฟาดกลับว่า เดโมแครตนั่นแหละเป็นพวกหน้าซื่อใจคด

เครเมอร์กล่าวว่า “หากรัฐที่ใช้เงินของรัฐบาลกลางในการเลือกตั้งรู้สึกว่าจำเป็นต้องให้ผู้อยู่อาศัยตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว ตามสถานะการฉีดวัคซีนโดยอ้างว่าเพื่อกลับสู่ภาวะปกติ พวกเขาก็ไม่น่าจะมีปัญหาที่จะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาเป็นใคร เมื่อพวกเขาไปลงคะแนนเลือกตั้ง”  และเสริมว่ากฎหมายที่เขาเสนอจะช่วยให้แน่ใจว่ารัฐมีหลักฐานยืนยันในการระบุตัวตนของพวกเขาเมื่อไปใช้สิทธ์เลือกตั้ง  มันส่อชัดเจนว่าผู้ที่ต่อต้านกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นหน้าซื่อใจคด  ค้านเรื่องนี้แต่กลับสนับสนุนให้มีเอกสารรับรองวัคซีน”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

คิม เจนีย์(Kim Janey) นายกเทศมนตรีเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์สังกัดพรรคเดโมแครต แถลงว่าการต้องการให้ผู้คนแสดงเอกสารรับรองฉีดวัคซีน ทำให้เกิดความคล้ายคลึงกันกับยุคของการเป็นทาส เธอแย้งว่าวัคซีนพาสปอร์ตจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อชุมชน คนผิวสี ชนพื้นเมืองหรือยากจน แม้หลังจากได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากเพื่อนร่วมพรรคเดโมแครตในสภาฯแล้ว เจนีย์ก็ยังยืนกรานว่าคำสั่งดังกล่าวจะคุกคาม“การสาธารณสุขที่เท่าเทียมกันและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ”

แครมเมอร์ชี้ให้เห็นว่าพรรคเดโมแครตต้องการเอกสารวัคซีนในขณะที่ต่อต้านบัตรประจำตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าเป็นการแบ่งชนชั้น ฝ่ายบริหารของไบเดนอ้างว่าการออกกฎหมายให้มีการตรวจสอบ การมีสิทธิ์เลือกตั้งมีแรงจูงใจทางเหยียดเชื้อชาติเพราะต้องใช้บัตรประจำตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งสำหรับการลงคะแนนทางไปรษณีย์ ซึ่งรีพับลิกันมองว่าทำให้มีการโกงได้ง่าย โดยนำคนที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐแอบลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ได้ การถกเถียงนี้ยังไม่มีข้อสรุป

ในวันเดียวกันนั้น สนข.The Independent รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศและการยกเลิกมาตรการห้ามผู้ที่เดินทางจากสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ จีน อินเดีย แอฟริกาใต้ และบราซิล เข้าสหรัฐฯ โดยมีแผนจะให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ ทุกคน ต้องแสดงเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนแล้ว และจะร่วมมือกับสายการบินเพื่อพัฒนาระบบการติดตามผู้สัมผัส (contact tracing) ระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 พร้อมกับฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยวและการให้บริการการบิน

ขณะที่ในประเทศพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เมื่อวันที่ 3 ส.ค. พุ่งกว่า 100,000 ราย หลังสายพันธุ์เดลตาอาละวาดในพื้นที่ที่ประชาชนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด ชี้พื้นที่รีพับลิกันมีโอกาสฉีดวัคซีนโควิด-19 น้อยกว่าเดโมแครต

ในรอบ 7 วันแล้ว ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เฉลี่ยอยู่ที่ 94,819 ราย เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าในเวลาไม่ถึงเดือน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไวรัสดังกล่าวระบาดอย่างหนักในสหรัฐนพ.แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อของสหรัฐ (NIAID) กล่าวว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา ในสหรัฐอาจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจนแตะที่ 200,000 รายต่อวันในช่วงฤดูใบไม้ร่วง