หมอวรงค์อัดคลิปส่งถึงม็อบนัดบุกวัง? เตือนรบ.หากเฉย! ปชช.สุดทนออกจัดการเองไม่พึ่งกม.

2239

จากที่เยาวชนปลดแอกได้นัดชุมนุมวันที่ 7 สิงหาคมนี้ โดยมีการระบุถึงสถาน เคลื่อนพลไปพระบรมมหาราชวัง ไปทุบบ้านเจ้าของสุนัข รวมทั้งอานนท์ นำภา ที่ปราศรัยจาบจ้วงอย่างรุนแรงและยังส่งสัญญาณปลดแอกไปเผาข้างกำแพงวังอีกด้วย???

ล่าสุดวันนี้ 4 สิงหาคม 2564 “หมอวรงค์” หรือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กถึงการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งม็อบที่นัดกันไปพระบรมมหาราชวังในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ว่า

“#กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ความชั่วร้าย ของคนกลุ่มหนึ่งคือ การโยงสถานการณ์โควิด ไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งๆที่เรื่องนี้ เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ และประชาชน ที่จะต้องร่วมมือกัน ในการจัดการปัญหาเหล่านี้

แต่คนกลุ่มนี้ พยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ว่ารัฐบาลผูกขาดวัคซีนไว้ที่โรงงานเดียว ซึ่งความจริงอย่างที่ทราบ ไม่เกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย เพราะสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นโรงงานที่รับผลิตจากแอสตราเซเนก้า รัฐบาลมีหน้าที่สั่งซื้อจากบริษัทแอสตราเซเนก้า และบริษัทอื่นๆอีกหลายบริษัท

หรือแม้แต่โจมตี ด้อยค่าวัคซีนซิโนแวค ถึงขนาดผอ.สถาบันวัคซีนของ WHO ต้องออกมาเตือนว่า วัคซีนทุกตัวที่ WHO รับรอง ไม่มีตัวไหนป้องกันได้ 100% แต่ลดความรุนแรงได้แน่นอน ขอให้ประชาชนได้ฉีดไม่ว่าจะเป็นตัวไหน

ความชั่วร้ายของคนกลุ่มนี้ ถ้าอยากโจมตี ก็ต้องโจมตีไปที่รัฐบาล สิ่งไหนรัฐบาลทำไม่ถูก คุณต้องตำหนิไปที่รัฐบาล แต่กลับไปโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งท่านไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ไม่มีอำนาจดูแล หรือการบริหารงานบ้านเมืองใดๆทั้งสิ้น แต่สถาบันฯ ก็ยังห่วงใยประชาชนมาช่วยดูแล เหมือนพ่อแม่ห่วงใยลูก ทั้งๆที่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของรัฐบาล

การที่คนกลุ่มนี้พยายามโยงไปที่สถาบัน ให้สถาบันรับผิดชอบต่อปัญหาโควิด แถมมีการนัดแนะกัน ไปที่พระบรมมหาราชวังในวันที่ 7 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ คนไทยทุกคนคาดการณ์ได้ว่า พวกนี้จะไปทำอะไร เพราะสัญญาณปลุกเร้าจาก คนที่หนีไปอยู่ฝรั่งเศส ทำให้เราประเมินสถานการณ์ได้ ผมขอย้ำกับคนกลุ่มนี้ว่า อย่าคิดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้นะว่า พวกคุณคิดจะทำอะไร

ขอเตือนรัฐบาลและกระบวนการกฎหมาย ของประเทศด้วยว่า กฎหมายเท่านั้นที่จะต้องจัดการด้วยหลัก “กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย” ถ้าระบบกฎหมายจัดการไม่ได้ อย่าให้ถึงวันที่ประชาชน เขาหมดความอดทน ประชาชนทั้งประเทศจะจัดการเอง โดยจะไม่พึ่งระบบกฎหมาย”