2 ยักษ์มหาอำนาจ จีน-อินเดีย ต่างเคลื่อนกำลังพลประชิดชายแดน จีนส่งทีมหน่วยรบพิเศษใช้ศิลปะป้องกันตัวหลายสาขาประจำการ อินเดียเสริมกำลังพล ยุทโธปกรณ์

2006

จีนส่งทีมกังฟูเข้าเขตพิพาทอินเดีย หลังเกิดการปะทะกันบริเวณชายแดนเทือกเขาหิมาลัย และทหารอินเดียเสียชีวิต 20 นาย เป็นการเผชิญหน้าที่มีการสูญเสียชีวิตครั้งแรกในรอบ 50 ปี แม้ฝ่ายการทูตของทั้งสองประเทศจะยืนยันรักษาความสัมพันธ์อันดี และอดทนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แต่นักสังเกตุการณ์ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ต่างสังเกตุเห็นความเคลื่อนไหวทางทหารที่ผิดปกติ ที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ ก่อกระแสความวิตกไปทั่วโลกว่าอาจเกิดบานปลาย เพราะทั้งสองเป็นมหาอำนาจที่มี ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ทั้งคู่ และต่างมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่มูลค่าเท่ากับครึ่งหนึ่งของ GDP โลก

พรมแดนจีน-อินเดียเริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย โดยแม้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ของทั้งฝั่งจีนและอินเดียจะพยายามลดความตึงเครียดในพื้นที่ลง ทว่ามีรายงานเป็นภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัท Maxar ซึ่งบันทึกไว้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา ราวหนึ่งสัปดาห์หลังเหตุปะทะ พบว่าฝั่งจีนได้มีการเคลื่อนกำลังพลและเสริมฐานทัพที่ตั้งอยู่ประชิดชายแดนอินเดียอย่างผิดปกติ

สื่อกองทัพจีนรายงานว่า จีนเสริมกำลังทหารด้วยนักปีนเขาและนักต่อสู้ศิลปะป้องกันตัวใกล้ชายแดนอินเดีย ก่อนหน้าทหารจีนปะทะกับทหารอินเดียในเขตพิพาทเทือกเขาหิมาลัยเมื่อกลางเดือนมิถุนายน ความตึงเครียดระหว่างจีนและอินเดียบริเวณชายแดนเทือกเขาหิมาลัยแม้เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การปะทะระหว่างทหารจีนและทหารอินเดียที่เกิดขึ้นในเดือนนี้ เป็นการเผชิญหน้าที่มีผู้เสียชีวิตเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนเปิดเผยว่า หนังสือพิมพ์ไชน่าเนชั่นแนลดีเฟนซ์นิวส์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ทหารของทางการจีน รายงานว่า มีการเสริมทหารกองหนุนใหม่ 5 กอง ที่รวมถึงกลุ่มนักปีนเขาที่เคยวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกบนภูเขาเอเวอเรสต์ และนักต่อสู้จากชมรมศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวหลายสาขา มาทำหน้าที่ลาดตระเวนที่กรุงลาซาในเขตปกครองตนเองทิเบตเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนเผยแพร่วิดีโอทหารใหม่หลายร้อยนายยืนเข้าแถวที่กรุงลาซา

หนังสือพิมพ์ทหารจีนฉบับนี้รายงานการให้สัมภาษณ์ของหวัง ไห่เจียง ผู้บัญชาการทหารจีนในทิเบตว่า การเกณฑ์ชมรม “เอินโปไฟต์คลับ” เข้ามาเป็นทหารจะเพิ่มการจัดการอย่างเป็นระบบและความแข็งแกร่งในการเคลื่อนกำลังพล นักต่อสู้ศิลปะป้องกันตัวเหล่านี้มีการตอบสนองที่รวดเร็วและช่วยส่งเสริมสมรรถภาพของกองทัพจีน แต่ไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าการเสริมกำลังทหารด้วยนักต่อสู้ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับเหตุปะทะระหว่างทหารจีนกับทหารอินเดียบริเวณชายแดนหรือไม

จากภาพดาวเทียมแสดงให้เห็นว่ากองทัพจีนมีการสร้างสิ่งปลูกสร้างที่คาดว่าน่าจะเป็นเต็นท์ และพื้นที่เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งคาดว่ามีทั้งรถถังและปืนใหญ่ ตามจุดที่ตั้งฐานลาดตระเวนตามตะเข็บชายแดน ในหุบเขากัลวานบนพื้นที่พิพาทบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งหากเทียบกับภาพดาวเทียวช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมายังไม่พบสิ่งปลูกสร้างลักษณะดังกล่าว

ด้านสื่ออินเดียรายงานว่า กองทัพปลดแอกประชาชนจีนได้สร้างสิ่งปลูกสร้างประชิดชายแดนอินเดียอย่างมาก และคาดว่าน่าจะเริ่มสร้างตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันของทหารทั้งสองฝ่าย ซึ่งแม้จนถึงขณะนี้ทางจีนยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขของทหารฝ่ายตนที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ทางสื่อ อินเดียได้รายงานในก่อนหน้านั้นว่า ฝ่ายจีนก็สูญเสียกำลังพลของตนเองจากเหตุปะทะด้วย ซึ่งฝั่งจีนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธแต่อย่างใด

ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศอินเดียได้วิจารณ์ว่า จีนนอกจากจะเป็นผู้เริ่มต้นความขัดแย้งก่อนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้ว ยังพยายามแสดงท่าทีอันแข็งกร้าวด้วยการเสริมกำลังยุทโธปกรณ์ และสิ่งปลูกสร้างประชิดพรมแดนอินเดีย ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ยึดถือข้อตกลงและธรรมเนียมที่เคยยึดถือระหว่างกันมาก่อนหน้านี้ เป็นเหตุให้เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมาอินเดียได้ส่งเครื่องบินเจ็ทขับไล่ และเฮลิคอปเตอร์จากฐานทัพในเมืองเลห์ ของเขตลาดัก ออกบินลาดตระเวน พร้อมทั้งเสริมกองกำลังทหาร และปืนใหญ่
เข้าในพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องสมน้ำสมเนื้อกับความเคลื่อนไหวของฝั่งจีน

……………………………………….
Cr: chinanationaldefencenews, express.co.uk