ท่านนริศโรจน์อบรมสามกีบเชียงรายบุกด่าหยาบหาเป็นขี้ข้าจีน!เฉ่งหนูไร้ปัญญาแบบนี้จึงถูกทุนข้ามชาติล้างสมอง?

1592

จากนายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก กรณีสื่อจีนนำเสนอสังคมจีนส่วนหนึ่งตำหนิดาราไทย คอลเอ้าท์ด้อยค่าวัคซีนซิโนแวคนั้น

ต่อมาวันที่ 23 กรกฏาคม 2564 นายนริศโรจน์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก หลังจากมีบุคคลเข้ามาโจมตีว่า หลังจากที่ผมได้นำเรื่องที่คนจีนได้เม้นท์วิจารณ์ดาราไทยที่ออกมา call out ด้อยค่าวัคซีนจีน จนเป็นกระแสใหญ่โตในสื่อโซเชียลของจีนอย่าง เว่ยโป๋ แล้วนั้น ปรากฏว่า ก็มีเด็ก 3 กีบ รายนึง (อยู่เชียงราย)  ดูจากโปรไฟล์ว่าจบจาก รร.เชียงแสนพิทยาคม ได้ส่ง inbox มาด่าผมหยาบคาย กล่าวหาว่าผมเป็น IO เป็นขี้ข้าจีน !

จีนไม่ชอบก็ช่างแมร่งปะไร เราจะเดือดร้อนทำไม !? โถ…พ่อคุณ ผมก็แค่แสดงให้เห็นว่าการที่ดาราออกมา call out สุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบนะมันจะมีผลอย่างไร เปรียบเหมือนผมพยายามเอากระจกมาสะท้อนให้พวกเราเห็นสิ่งที่คนอื่นเขาอาจเห็นต่างจากเรา จะได้ตั้งรับหรือแก้ไขปัญหาได้ทัน (ถ้ายังไม่สายเกินไปนะ)

และพวกคุณเองล่ะ คุณไม่คิดบ้างหรือว่าพวกคุณกำลังตกเป็น “เหยื่อ” เป็น “ขี้ข้า” ให้กับการตลาดวัคซีนการเมืองของกลุ่มทุนข้ามชาติอิทธิพลยิว/US !?

แต่ก็นะ พวกคุณคงไม่มี “ปัญญา”ที่จะมองภาพรวมกว้างๆ นอกเหนือจากจังหวัดที่คุณอาศัยอยู่ได้ออกหรอก พวกคุณก็เลยง่ายต่อการที่โดนกลุ่มทุนข้ามชาติล้างสมองและเลี้ยงเป็นขี้ข้า !

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ส่วนที่บอกว่า จีนไม่ชอบก็ช่างแมร่ง เราจะเดือดร้อนทำไม ?  ถามจริงๆ หนูไม่เคยติดตามข่าวคราวเวลาที่คนจีนเขารวมพลังกันแบนไม่ซื้อสินค้าจากใครก็ตามที่ดูถูกความเป็นจีนของเขาเลยหรือ ?

นี่แสดงว่า “อคติ” ที่พวกหนูโดนล้างสมองนั้นมันหนาปึ๊กจนปิดบังประสาทการรับรู้ข่าวสารของโลกไปแล้วโดยสิ้นเชิง ! ภูมิความรู้พร่องแบบนี้ล่ะหรือที่อวดอ้างว่าเป็นฝ่ายปชต. ที่ต้องการสร้างอนาคตใหม่ให้กับประเทศไทย !?

หมายเหตุ ตาตี่ ผิวเหลือง อย่างหนู ถ้าได้ย้ายประเทศไปอยู่อเมริกาตามที่หนูใฝ่ฝัน หนูก็คงเป็นได้แค่ “พลเมืองชั้น 3” และหนูคงเจอพฤติกรรมรังเกียจเหยียดผิวเหลืองจากคนที่นั่น และวันนั้นหนูจะคิดถึงสังคมไทยที่หนูดูถูกดูแคลน

ล่าสุดวันนี้ 24 กรกฎาคม 2564 นายนริศโรจน์ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี ดาราไทยคอลเอ้าท์ซึ่งเกี่ยวโยงไปถึงจีนว่า ผมขอเสนอ Idea เพื่อเป็นทางออกสวยๆให้กับ ดาราที่เคย call out ด้อยค่าวัคซีน SV ของจีนนะครับ

เนื่องจากดาราเป็นบุคคลสาธารณะที่มีผู้ติดตามเพราะความคลั่งไคล้เยอะมาก การแสดงออกของดาราย่อมมีผลต่อการตัดสินใจของคนในทางตรงและทางอ้อม ตอนนี้ ปรากฏว่าได้เกิดปฏิกริยาลูกโซ่ในหมู่ประชาชนบางส่วนแล้วในการปฏิเสธไม่รับการฉีดวัคซีน SV จากจีน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการ call out

ผลที่เกิดขึ้นตอนนี้คือเป้าหมายที่เราต้องการให้สังคมเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ก็ถูกทำให้ชะลอออกไปโดยไม่จำเป็น ซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง  ตอนนี้มีตัวอย่างหลักฐานเกิดขึ้นหลายกรณีแล้วว่า การฉีดวัคซีน SV สามารถป้องกันมิให้การติดเชื้อพัฒนาไปสู่อาการทรุดหนักได้

ดาราและผู้มีชื่อเสียงบางคนที่ฉีดวัคซีน SV ครบแล้ว ถึงแม้ตรวจว่าพบการติดเชื้อโควิด แต่อีกไม่กี่วันต่อมา หลังจากทานยาแล้ว เชื้อก็หายไป แสดงว่าวัคซีน SV นั้นมีคุณค่าช่วยชีวิตได้ และถ้ายิ่งฉีดไขว้สลับกับ AZ ผลก็ออกมาแล้วว่าภูมิต้านทานจะสูงขึ้นหลายเท่า ซึ่งเท่ากับยืนยันได้ว่าฉีด SV ดีกว่าไม่ฉีด !

สรุป ผมขอเสนอทางออกให้ดังนี้ 1. ขอให้ call out ใหม่อีกครั้ง เรียกร้องให้คนไปรับการฉีดวัคซีนยี่ห้อไหนก็ได้  เรื่องแบบนี้ไม่เสียหน้าหรอกครับ  คนเรามันเปลี่ยนความคิดกันได้  2. เสนอตัวไปช่วยเป็น presenter ให้กับ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ หรือ กรมควบคุมโรคติดต่อ กระตุ้นให้คนไปฉีดวัคซีนที่รัฐจัดให้โดยเร็วที่สุด

  1. ไปเป็นจิตอาสาช่วยเหลือตามหน่วยฉีดเคลื่อนที่ ที่พบปัญหาคนไม่ยอมฉีด (เพราะเชื่อที่พวกคุณเคย call out ) ให้ชาวบ้านเปลี่ยนชุดความคิดใหม่

ถ้าพวกคุณทำได้จะเกิดเป็นอานิสงส์ เป็นกุศลแก่ประเทศไทย และผมเชื่ออย่างยิ่งว่า สื่อจีนเขารอเห็นภาพแบบนี้ และเขาพร้อมช่วยเผยแพร่ในโลกสื่อโซเชียลจีนด้วย  ถ้าท่านทำได้ ก็จะแก้สถานการณ์ได้ครับ และเหล่าดาราไทยที่คนจีนชื่นชอบ ก็ยังจะได้รับความนิยมต่อไป