สหรัฐตุนวัคซีนล้นแต่คนมะกันไม่รอดโควิดเดลต้า?!?ติดเชื้อพุ่ง 55%ทั่วประเทศ เสียชีวิต 4,100 รายแม้ฉีดวัคซีนครบโดส แต่คนไม่ฉีดสาหัสกว่า

471

เกิดการแพร่ระบาดของ  โควิดเพิ่มขึ้นถึง55% ทั่วอเมริกา แม้แต่ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า เพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา  คนส่วนใหญ่ยังคงไม่ได้รับการฉีดวัคซีน จึงยังคงสร้างความเสียหายร้ายแรง อาจเสี่ยงถึงแก่ชีวิตได้มากกว่าผู้ฉีดวัคซีน ช่วงต้นเดือนก.ค.2564 มีรายงานผู้ฉีดวัคซีนครบ ป่วยติดเชื้อและเสียชีวิตถึง 4,100 รายแต่CDC หยุดรายงานเสียดื้อๆ เพราะคนมะกันกว่าครึ่งไม่ยอมฉีดวัคซีน รัฐบาลยังแก้ปัญหาไม่ตก นั่นสะท้อนว่าทางการสหรัฐฯยังคงปิดบังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน ยิ่งทำให้คนอเมริกันเพิ่มความไม่เชื่อใจทางการมากยิ่งขึ้น

จำนวนผู้ป่วยรายใหม่โดยเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 55% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย

-กรณีติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นใน 46 รัฐและการเพิ่มขึ้นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ

-ขณะนี้ฟลอริดามีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ย 6,500 รายต่อวัน ซึ่งมากที่สุดในประเทศ และเพิ่มขึ้น 91% ภายใน 1 สัปดาห์

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

-เคสใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มิสซิสซิปปี้ จากประมาณ 320 รายต่อวัน เป็น 660 ต่อวัน เป็นรัฐที่มีอัตราการการฉีดวัคซีนต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ มีเพียง 34% ของผู้อยู่อาศัยที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน

 

ช่วงต้นฤดูร้อนนี้สหรัฐฯ เริ่มติดเชื้อไวรัสโควิด-19เพิ่มขึ้น และสายพันธุ์เดลต้ากำลังถล่มคนอเมริกันทั่วประเทศ

การติดเชื้อที่ลุกลามเกิดในคนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ได้รับความสนใจอย่างมากเมื่อมีเคสเพิ่มขึ้นถื่ๆ  แต่มีความชัดเจนว่าคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนนั้นปลอดภัยกว่าคนที่ไม่ได้รับวัคซีนมาก ถึงป่วยอาการไม่หนักเกินรับมือไหว และอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ไม่ได้ฉีดวัคซีน

-97% ของผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพราะติดเชื้อโควิด-เดลต้า นั้นไม่ได้รับการฉีดวัคซีน CDC แถลงสถิติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่าประมาณ 99% ของผู้ที่เสียชีวิตจากไวรัสไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

ตามตัวเลขที่รายงานโดยCDC ชาวอเมริกันมากกว่า 160 ล้านคนได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว

-ในจำนวน 160 ล้านคนเหล่านั้นยังคงมีการป่วยด้วยโควิด-เดลต้า แต่มีจำนวนเพียง 3,733 คนเท่านั้นที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและมีอาการรุนแรง มีผู้เสียชีวิต 791 รายจากไวรัส

-การทดลองทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าทั้งวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นามีประสิทธิภาพ 94-95% ในการป้องกันโรคร้ายแรงและการเสียชีวิต จะมีคนอยู่อีก 5-6% เท่านั้นที่ติดโควิดทั้งที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว นั่นไม่ได้หมายความว่าวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ 

-หลักฐานในโลกแห่งความเป็นจริงแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่าวัคซีนยังคงให้การป้องกันต่อตัวแปรเดลต้าได้

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวซีเอ็นบีซีของอเมริกา รายงานอ้างอิงข้อมูลที่เผยแพร่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติอเมริกา (CDC) มีประชาชนมากกว่า 4,100 รายที่อาการหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯ แม้คนเหล่านี้จะฉีดวัคซีนครบแล้ว ขณะเดียวกันเชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงของเคสฉีดวัคซีนแล้วแต่ติดเชื้อน่าจะสูงกว่านี้มาก เนื่องจากCDCหยุดรายงานเคสลักษณะดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2564

ความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพวกผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข

เป็นที่น่าสังเกตว่าในวันที่ 7 มิถุนายน ทางซีดีซีได้รับรายงานเคสฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังติดเชื้ออาการหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต 3,459 ราย จากนั้นในวันที่ 18 มิถุนายนอัปเดตเป็น 3,729 ราย เพิ่มขึ้น 270 คน จนกระทั่งล่าสุดขยับขึ้นเป็น 4,115 ราย( 1 ก.ค.2564)

ทั้งนี้ เคสฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังติดเชื้ออาการหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตส่วนใหญ่หรือราว 76% เกิดขึ้นกับคนสูงวัยอายุ 65 ปีขึ้นไป