ยิ่งลักษณ์ ตีหน้าเศร้า! โหนคนตายบนถนน หดหู่ สะเทือนใจ ถามกลับทิ้งลูกน้องติดคุกแทนรู้สึกไง?

377

“ยิ่งลักษณ์” สวมชุดดำ! ตีหน้าเศร้า โหนคนเสียชีวิตกลางถนน ลามด่า “รัฐบาล” ปล่อยปท.มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร!?

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการพบศพผู้เสียชีวิตปริศนา 2 ศพ ในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม รายแรกพบบริเวณตรอกบ้านพานถม ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เดินมาล้มลงบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. พบว่า ติดเชื้อโควิด-19 เจ้าหน้าที่เข้ามาให้ออกซิเจนตอน 14.00 น. แต่ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ เสียชีวิตลงเมื่อ 16.00 น. แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้าเก็บศพ

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ทีมมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าดำเนินการเก็บศพแล้ว อีกรายพบศพบริเวณหน้าศึกษาภัณฑ์ ถนนราชดำเนิน แขวงวัดราชบพิตร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ยังไม่มีการยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่ เจ้าหน้าที่เข้าเก็บศพในเวลา 22.40 น.

ล่าสุดวันนี้ (22 กรกฎาคม 2564) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกับตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร โดยระบุข้อความว่า

ดิฉันรู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ และแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยต้องเสียชีวิตบนท้องถนน ไร้การเหลียวแล จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทำไมรัฐบาลทำให้ประชาชนต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการดูแลประชาชน อีกทั้งยังทำให้บุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล หมดขวัญกำลังใจ อ่อนล้า ขาดหลักประกันที่ดีเพราะไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพเพียงพอในการเป็นเกราะปกป้องโรคร้าย
ดิฉันขอแสดงความเสียใจ และขอร่วมแบ่งปันความโศกเศร้ากับหลายครอบครัวที่ต้องอยู่ในสภาพเห็นคนที่รักล้มหายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ซึ่งต้นตอเกิดจากการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ รัดกุม ขาดวิสัยทัศน์ในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในระยะยาว มีแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการบริหารระบบสาธารณสุขที่มีการรวบอำนาจ แต่กลับบริหารผิดพลาด ขาดแคลนเตียง ไร้การตรวจเชิงรุกที่มากพอ วัคซีนไม่ทั่วถึง และคุณภาพเป็นที่กังขา แต่พลเอกประยุทธ์กลับไม่เคยน้อมรับความผิดพลาดและขอโทษ มิหนำซ้ำยังกลับมองว่าประชาชนทำตัวเป็นภาระ ทั้ง ๆ ที่เกิดจากความหละหลวมของรัฐบาล
ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้คนไทยอดทน ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ขณะเดียวกันขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานเชิงรุก เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ด้วยการนำความทุกข์ยากของประชาชนเป็นหัวใจในการนำเสนอแผนที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ และกำหนดเป้าหมายร่วมกันกับทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นส่ิงที่คนเป็นผู้นำพึงมีในการนำพาประเทศผ่านพ้นความยากลำบากครั้งนี้ให้ได้