ถึงคิวลูกมานะ! หอบหลักฐาน แจ้งความ 5 ข้อหา “นภสินธุ์” เผาพระบรมฉายาลักษณ์อีกจุดในม็อบ งานนี้หลักฐานเพียบ!?

853

ถึงคิวลูกมานะ! หอบหลักฐาน แจ้งความ 5 ข้อหา “นภสินธุ์” เผาพระบรมฉายาลักษณ์อีกจุดในม็อบ งานนี้หลักฐานเพียบ!?

จากกรณีเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เมื่อเวลา 17.40 น. นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ (สายน้ำ) พร้อม น.ส.วิชญาพร ตุงคะเสน(แฟนสาว) ได้พ่นสีสเปรย์บนพระบรมพระบรมพระฉายลักษณ์ ข้อความว่า “คxx” จากนั้น พ่นสีสเปรย์เพื่อจุดไฟ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ต่อมาเวลา 17.50 ที่บริเวณตรงข้ามหาวิทยาลัย​เทคโนโลยี​ราช​มงคล​พระนคร (สะพานลอย)​ ถ.นครสวรรค์​ พบกลุ่มเด็กปากแจ๋ว ได้ทำการตัดธงสัญลักษณ์​ประจำพระองค์ และธงชาติ ออกจากไม้เสาธง และได้นำไม้เสาธง ทำลายกล้องวงจรปิดของกทม.

ล่าสุดวันนี้ (21 กรกฎาคม 2564) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมพยานหลักฐาน ที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เพื่อให้ตำรวจดำเนินการสอบสวน และขอศาลออกหมายจับ เพื่อนำบุคคลที่ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.64 ที่กระทำการอย่างผิดกฎหมายมาดำเนินการลงโทษโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ฝ่าฝืน ปอ.มาตรา 112

ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวได้กระทำการมิบังควร ด้วยการทำให้เสียหายซึ่งซุ้มพระบรมพระฉายาลักษณ์ หรือได้กระทำการโดยเจตนา ด้วยการพ่นสีสเปรย์สีดำบนพระบรมพระฉายาลักษณ์ จากนั้นได้จุดไฟวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์ใกล้ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์ และพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย เหตุเกิดบริเวณริมทางเท้าหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร ถนนนครสวรรค์ ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรม อาทิ
1)ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
2)ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ฯ ของผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ โดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217
3)ความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค.2564
4)ความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงฯ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 16 ก.ค.2564 ที่ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโควิด-19 ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด
5)ความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่มีการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจนิ่งเฉยปล่อยให้พวกที่ทรยศแผ่นดิน ไม่รู้จักบุญคุณแผ่นดิน ที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงปกป้องคุ้มครองและรักษาแผ่นดินไทยมาอย่างยาวนาน ได้มีที่ยืนในสังคมต่อไปได้ จึงต้องนำความมาแจ้งความเอาผิดบุคคลที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว เพื่อเอาตัวมาสอบสวน และส่งศาลเพื่อพิพากษาลงโทษขั้นสูงสุดต่อไป
ซึ่งนายนภสินธุ์ เป็นลูกชายของ นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ นักวิชาการด้านสื่อ เคยถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 มาแล้ว จากเหตุการณ์วันชุมนุมเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้นัดชุมนุม จากหน้าวัดแขกยาวไปตลอดถนนสีลม ได้จัดกิจกรรม “ศิลปะของราษฎร” ซึ่งภายในงานนั้น มีการจาบจ้วงเชิงสัญลักษณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งก็มีภาพหนึ่งที่ได้มีการแชร์ในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก และส่งต่อกันในกลุ่มของผู้ชุมนุม คือ เยาวชนคนหนึ่งใส่เสื้อกล้ามสีดำ พร้อมทั้งเขียนข้อความข้างหลังว่า “พ่อกูชื่อ มานะ ไม่ใช่ XXX”