ถึงคิวลูกมานะ! หอบหลักฐาน แจ้งความ 5 ข้อหา “นภสินธุ์” เผาพระบรมฉายาลักษณ์อีกจุดในม็อบ งานนี้หลักฐานเพียบ!?

1263

ถึงคิวลูกมานะ! หอบหลักฐาน แจ้งความ 5 ข้อหา “นภสินธุ์” เผาพระบรมฉายาลักษณ์อีกจุดในม็อบ งานนี้หลักฐานเพียบ!?

จากกรณีเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เมื่อเวลา 17.40 น. นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ (สายน้ำ) พร้อม น.ส.วิชญาพร ตุงคะเสน(แฟนสาว) ได้พ่นสีสเปรย์บนพระบรมพระบรมพระฉายลักษณ์ ข้อความว่า “คxx” จากนั้น พ่นสีสเปรย์เพื่อจุดไฟ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ต่อมาเวลา 17.50 ที่บริเวณตรงข้ามหาวิทยาลัย​เทคโนโลยี​ราช​มงคล​พระนคร (สะพานลอย)​ ถ.นครสวรรค์​ พบกลุ่มเด็กปากแจ๋ว ได้ทำการตัดธงสัญลักษณ์​ประจำพระองค์ และธงชาติ ออกจากไม้เสาธง และได้นำไม้เสาธง ทำลายกล้องวงจรปิดของกทม.

ล่าสุดวันนี้ (21 กรกฎาคม 2564) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมพยานหลักฐาน ที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เพื่อให้ตำรวจดำเนินการสอบสวน และขอศาลออกหมายจับ เพื่อนำบุคคลที่ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.64 ที่กระทำการอย่างผิดกฎหมายมาดำเนินการลงโทษโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ฝ่าฝืน ปอ.มาตรา 112

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวได้กระทำการมิบังควร ด้วยการทำให้เสียหายซึ่งซุ้มพระบรมพระฉายาลักษณ์ หรือได้กระทำการโดยเจตนา ด้วยการพ่นสีสเปรย์สีดำบนพระบรมพระฉายาลักษณ์ จากนั้นได้จุดไฟวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์ใกล้ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์ และพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย เหตุเกิดบริเวณริมทางเท้าหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร ถนนนครสวรรค์ ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรม อาทิ
1)ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
2)ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ฯ ของผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ โดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217
3)ความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค.2564
4)ความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงฯ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 16 ก.ค.2564 ที่ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโควิด-19 ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด
5)ความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่มีการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจนิ่งเฉยปล่อยให้พวกที่ทรยศแผ่นดิน ไม่รู้จักบุญคุณแผ่นดิน ที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงปกป้องคุ้มครองและรักษาแผ่นดินไทยมาอย่างยาวนาน ได้มีที่ยืนในสังคมต่อไปได้ จึงต้องนำความมาแจ้งความเอาผิดบุคคลที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว เพื่อเอาตัวมาสอบสวน และส่งศาลเพื่อพิพากษาลงโทษขั้นสูงสุดต่อไป
ซึ่งนายนภสินธุ์ เป็นลูกชายของ นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ นักวิชาการด้านสื่อ เคยถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 มาแล้ว จากเหตุการณ์วันชุมนุมเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้นัดชุมนุม จากหน้าวัดแขกยาวไปตลอดถนนสีลม ได้จัดกิจกรรม “ศิลปะของราษฎร” ซึ่งภายในงานนั้น มีการจาบจ้วงเชิงสัญลักษณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งก็มีภาพหนึ่งที่ได้มีการแชร์ในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก และส่งต่อกันในกลุ่มของผู้ชุมนุม คือ เยาวชนคนหนึ่งใส่เสื้อกล้ามสีดำ พร้อมทั้งเขียนข้อความข้างหลังว่า “พ่อกูชื่อ มานะ ไม่ใช่ XXX”