ใกล้เข้าคุก แต่ห้าวต่อ!? “ครูใหญ่ อรรถพล” ยังไม่รู้ชะตากรรม พรุ่งนี้จะถูกฝากขัง หรือได้ปล่อยตัว ลั่นพร้อมแสดงจุดยืน แหกเงื่อนไขศาลทุกข้อ

415

หลังจากที่อัยการได้นัดฟังคำสั่ง คดีการรวมตัวชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมัน ว่ามีความผิดตามมาตรา 112 ในวันที่ 22 ก.ค. ซึ่งจะประกอบไปด้วย น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมพวก รวม 13 คนนั้น

ต่อมาทางเพจกองทุนราษฎรประสงค์ ได้แจ้งแล้วว่า ได้มีเตรียมเงินในส่วนนี้ ไว้ประกันตัวทั้ง 13 คน รวมเป็นเงินราว ๆ 2,400,000 บาท

 

ล่าสุดทางด้านครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ หนึ่งใน 13 คนที่จะถูกตัดสินในวันพรุ่งนี้ด้วยนั้น ได้เคลื่อนไหว โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า “อัยการกรุงเทพใต้ แจ้งศูนย์ทนายสิทธิฯ ว่า วันที่ 22 ก.ค. 64 (พรุ่งนี้) จะส่งฟ้องผมและผู้ต้องหาคดี ม.112 กรณีชุมนุมหน้าสถานฑูตเยอรมันนี รวม 13 คน ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งศาลอาจให้ขังระหว่างพิจารณาคดีหรือให้ประกันตัวโดยมีเงื่อนไข

ที่ผ่านมาในคดี ม.112 อื่น ๆ ศาลมักตั้งเงื่อนไขหลายข้อ ซึ่งผมขอแสดงข้อคิดเห็นและจุดยืนต่อเงื่อนไขที่ศาลอาจจะตั้ง ดังนี้

1. ห้ามออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อนี้ผมคงต้องแถลงต่อศาลไว้ว่า ผมมีแผนร่วมกับกลุ่มขอนแก่นพอกีนทีจะซื้อทัวร์ไปเที่ยว สปป.ลาว เมื่อลาวมีนโยบายรับนักท่องเที่ยว เพราะอาจเป็นช่องทางที่ดีและเร็วที่สุดในการได้รับวัคซีน mRNA

2. ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ข้อนี้ผมจะขอแถลงต่อศาลเพื่อให้ศาลชี้ให้ชัดว่าเป็นกิจกรรมแบบใด เช่น หากผมเข้าร่วมกิจกรรม แต่มีผู้ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นโดยที่ผมไม่มีส่วนร่วมผมจะผิดหรือไม่ เพราะที่ผ่านศาลใช้คำว่า “เข้าร่วม”

โดยไม่ระบุชัดว่า”ห้ามกระทำการใดที่เป็นการก่อให้เกิดความวุ่นวาย” ความไม่ชัดเจนเช่นนี้ทำให้ผู้ไม่หวังดีมักยื่นขอถอนประกันแกนนำหลายคน จนเป็นคดีรกศาล ผมจึงต้องการความชัดเจนในประเด็นนี้ เพราะการชุมนุมโดยสงบ สันติ ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศและรัฐธรรมนูญ การตั้งเงื่อนไขแบบนี้เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมจึงต้องมีความชัดเจน และต้องชอบด้วยกฎหมาย

3.ห้ามกระทำการใดในลักษณะเช่นเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาตามฟ้อง การตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ถือว่าคลุมเครือเกินไป ศาลควรระบุให้ชัดเจนว่าห้ามกระทำพฤติกรรมใด ในสถานที่ใด เช่น ห้ามร่วมชุมนุมหน้าสถานฑูตเยอรมันนีเพื่อตั้งข้อสงสัยต่อการใช้พระราชอำนาจนอกอาณาเขตอีก

4.ห้ามกระทำการหรือกล่าวพาดพิงสถาบันอันจะเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์
ข้อนี้ผมจะแถลงต่อศาลให้ระบุชัดเจนว่าผมสามารถแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ที่มีหลักฐานพยานปรากฏชัดเจน รวมถึงแสดงข้อคิดเห็นต่อข้อเท็จจริงดังกล่าวได้หรือไม่ และคำว่า “สถาบันพระมหากษัตริย์” มีความหมายกว้างเพียงใด ตีความครอบคลุมถึงบุคคลหรือองค์กรใดบ้าง เพราะนี่ไม่ใช่ถ้อยคำใน ม.112

หากศาลตั้งเงื่อนไขที่กว้างหรือคลุมเครือจนเกินไป หรือเป็นเป็นการจำกัดสิทธิ์ที่ผมควรมีตามรัฐธรรมนูญ หรือหากศาลใช้ถ้อยคำว่า “ห้ามกระทำความผิดซ้ำ” ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีขบวนการไต่สวนและตัดสินว่าเป็นความผิด เงื่อนไขเหล่านี้อาจทำให้ผมลำบากใจหรืออาจไม่สะดวกที่จะรับเงื่อนไขการประกันดังกล่าว”

อย่างไรก็ตามได้มีกองเชียร์ม็อบ เข้ามาคอมเม้นต์ให้กำลังใจครูใหญ่ และพวกที่จะต้องฟังคำตัดสินใจวันพรุ่งนี้ แต่ก็มีอีกหลายเสียงมองว่า การที่ครูใหญ่ จะแสดงจุดยืนแบบนี้ อาจจะยิ่งทำให้มีความผิดเพิ่ม เพราะตนเองก็ทำผิดจริง ยิ่งท้าทายและจะแหกกฎเช่นนี้ คงไม่ดีแน่นอน