3,500 บริษัทรวมตัวฟ้องทรัมป์และทีมบริหาร!?! ฐานเก็บภาษีจีนเพิ่มผิดกฏหมาย ทำอุตฯสหรัฐปั่นป่วนเสียหาย

2533

สื่อต่างประเทศหลายสำนักเปิดเผยว่า บริษัทในสหรัฐประมาณ 3,500 แห่งรวมถึงเทสลา, ฟอร์ด มอเตอร์, วอลกรีน โค และโฮม ดีพอท ได้ยื่นฟ้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และคณะบริหาร ตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการเรียกเก็บภาษีสินค้าที่ผลิตและนำเข้าจากจีนมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้กระบวนการผลิตของสินค้าต่างๆชะงักงันส่งผลเสียหายทั้งอุตสาหกรรมและธุรกิจของสหรัฐ เหมือนทุ่มหินใส่เท้าตนเอง

บริษัทเหล่านี้ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ โดยมุ่งไปที่นายโรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์  ผู้แทนการค้าของสหรัฐ ศุลกากรและหน่วยงานป้องกันชายแดนสหรัฐได้ดำเนินการสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ทำเพิ่มขึ้นอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

ยิ่งใกล้ถึงวันเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ยิ่งเป็นเหมือนวันสะสางบัญชี ทั้งฝั่งรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามเฮือกสุดท้ายทุกๆ ทางเพื่อเรียกคะแนนเสียงให้พลิกกลับมาชนะครองเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ให้ได้ และเป็นช่วงที่บริษัทเอกชนต่างๆ เริ่มออกมาไล่เช็คบิลทีมรัฐบาลของทรัมป์ที่ทำเศรษฐกิจปั่นป่วนไปทั้งระบบจากการออกนโยบายกีดกันทางการค้ากับจีนแต่กลับส่งผลกระทบหนักกับธุรกิจอุตสาหกรรมของบริษัทของสหรัฐเอง

ล่าสุดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทในสหรัฐฯ ทั้งน้อยใหญ่กว่า 3,500 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น Tesla, Ford Motor, Volvo Group (North America), Lenovo, Target Corp, Walgreen, Ralph Lauren, Gibson Brands และ Home Depot ต่างแท็คทีมยื่นคำร้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ต่อการละเมิดการปฏิบัติตามขั้นตอนการกำหนดอัตราภาษี และไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ (Administrative Procedures) โดยฟ้องทรัมป์และทีมบริหาร จากประเด็นที่ไปเล่นงานจีนด้วยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน มูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 9,487,500 ล้านบาท

รวมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการจากจีน

ประเด็นก็คือ สงครามการค้ากับจีน ของรัฐบาลสหรัฐฯ มันเป็นการเล่นเกมการเมือง แบบไม่ได้มีกติกา ไม่มีกรอบขอบเขตชัดเจนว่าจะเล่นงานแค่ไหน สุดท้ายมันไปกระทบกับบริษัทของสหรัฐฯ เองที่ต้องนำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากจีนซึ่งเป็นแหล่งซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งส่งผลกระทบเสียหายเป็นมูลค่ากว่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยเฉพาะ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ในสหรัฐฯ ก็ถือว่ารับผลกระทบหนักกว่าชาวบ้านเพราะ Tesla ไปลงทุนสร้างโรงงานในจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของบริษัท และต้องนำเข้าส่วนประกอบรถยนต์หลายชิ้นส่วนจากจีน ทำใหัเจอกำแพงภาษีนำเข้าอย่างจัง

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดสงครามการค้าอย่างหนักกับจีน โดยกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ที่เรียกว่า List 3 และ List 4A

สำหรับ List 3 ประกอบด้วยอัตราภาษี 25% สำหรับการนำเข้าสินค้าประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน List 4A เป็นอัตราภาษี 7.5% สำหรับสินค้า 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา องค์การการค้าโลกระบุชัดว่า สหรัฐละเมิดกฎการค้าทั่วโลก โดยเรียกเก็บภาษีหลายพันล้านดอลลาร์ ในการทำข้อตกลงสงครามการค้าของปธน.ทรัมป์ที่มีต่อจีน  โดยที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์กล่าวว่าการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนเป็นสิ่งที่ชอบธรรม เนื่องจากจีนกำลังขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและบังคับให้บริษัทในสหรัฐโอนขายเทคโนโลยี เพื่อเข้าถึงตลาดของจีน