หอการค้าจัดเต็ม!?!งานใหญ่ครั้งแรกแบบไฮบริด ดันส่งออกอาหาร-เครื่องดื่มไทยขายทั่วโลก สำเร็จต่างชาติตอบรับเกินคาด

533

ประธานหอการค้าไทยเปิดเผยผลตอบรับการจัดงานแสดงสินค้ารูปแบบใหม่ผสมผสานแบบไฮบริด ในงาน Thaifex Anuga Asia 2020 ที่เมืองทองธานี 5 วัน ประสบความสำเร็จมาก  ต่างชาติให้การตอบรับดี ถือเป็นงานแฟร์ครั้งแรกหลังเกิดโควิด-19 ให้ผู้ขาย-ผู้ซื้อพบกัน บริษัทต่างชาติเข้าร่วม 12 ประเทศ คู่ค้าต่างชาติให้ความสนใจมากโดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ และเปิดให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าได้ในวันสุดท้ายของงาน เป็นสัญญาณบวกของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย ว่าโอกาสในการส่งออกอาหารมีแนวโน้มสดใส แม้ยังมีความยากลำบากของการระบาดโควิด แต่สินค้าที่เป็นปัจจัยสี่ยังคงเป็นที่ต้องการ

Thaifex Anuga Asia 2020  จัดขึ้นที ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี  วันที่ 22-26 ก.ย.2563  โดยมีผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitors) และผู้ชมงานในไทยที่ประกอบด้วย นักธุรกิจในวงการอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในไทย 51,869 กิจการ รวมถึงตัวแทนผู้ซื้อจากต่างประเทศ (Buying Agents) ที่มีสานักงานในไทย และการจัด กิจกรรมเจรจาการค้าออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงการจัดงานแสดงสินค้าเสมือนจริง หรือ Virtual Trade Show ระหว่างผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitors) กับผู้ซื้อ ผู้นำเข้าต่างประเทศ (Importers) ที่ไม่ สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้เป็น ผู้ประกอบการไทย519 บริษัทและตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบการต่างชาติจาก12 ประเทศ ได้แก่ บราซิล แคนาดา จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี นอร์เวย์ โปแลนด์ ไต้หวัน อเมริกา และเวียดนาม รวม 189 บริษัท บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร ซึ่งมีการใช้มาตรการการดูแลสุขอนามัย ของผู้เข้าร่วมงานอย่างเคร่งครัด

นายกลินท์   สารสิน ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งาน Thaifex Anuga Asia 2020  หรืองานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ถือว่า ประสบความสำเร็จ ดีกว่าที่คาด เพราะได้รับการตอบรับจากผู้เข้างานอย่างมากและสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ เพราะงานแสดงสินค้าอาหารของไทย ถือเป็น งานเดียวของโลก ที่มีการจัดแสดงสินค้า และ มีการทำ business matching ทั้งผ่าน virtual on -line platform ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นรูปแบบผสมผสาน (หรือ Hybrid) ครั้งแรกของ ประเทศไทย เพื่อตอบรับสถานการณ์การค้าวิถีใหม่ (New Normal)   โดยประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เพราะได้รับการตอบรับจากผู้เข้างานอย่างมากและสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ รวมทั้งสามารถเจรจา ขายสินค้าให้กับคู่ค้าต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ซื้อจาก จีน  เกาหลีใต้ หรือแม้ประเทศเล็กๆอย่างมัลดีฟส์ ให้ความสนใจในสินค้าไทยและเข้าร่วมเจรจาธุรกิจผ่านระบบออนไลน์

 “งานแสดงสินค้าอาหารของไทย ถือเป็น งานเดียวของโลก ที่มีการจัดแสดงสินค้า และ มีการทำ business matching ทั้งผ่าน virtual on -line platform ควบคู่ไปด้วย ซึ่ง ถือว่า เป็นรูปแบบการจัดงานแบบ new normal ซึ่งในการงานแสดงสินค้าครั้งต่อไปก็อาจจะมีการยึดรูปแบบนี้ในการจัดงาน” นายกลินท์ กล่าว

นายกลินท์ กล่าวว่า  การจัดงานนี้ ได้สร้างความมั่นใจ เรื่องการดูแลควบคุมไม่ให้มีการระบาดของ โควิด-19 และ สร้างความมั่นใจว่าผู้ผลิตไทย ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย ไม่ให้การปนเปื้อนของเชื้อโควิด ในการทุกขั้นตอน ของการผลิต อาหาร ทำให้ลูกค้าต่างประเทศมีการสั่งซื้อสินค้ามาจำนวนมาก ในช่วง  4 วันแรก ที่เป็นวัน trading days ระหว่างผุ้ซื้อที่ทำธุรกิจร้านอาหาร และ ผู้นำเข้าต่างๆ  ส่วนวันนี้ ( 26 ก.ย.)เป็นวันที่เปิดให้ประชาชนทั่วไป เข้ามาชมงานที่แสดงความก้าวหน้าและงานนวัตกรรมของอาหารไทย และ เปิดให้ซื้อสินค้าจากบูธต่างๆได้ โดยเฉพาะสินค้าอาหารแปรรูป สินค้าที่เกี่ยวกับอินโนเวชั่น เป็นต้น