โชคดีที่โดนจับ!? เจ้าหน้าที่รวบ “การ์ดอาชีวะ” พบ “อาวุธเพียบ” ขนไปปะทะตำรวจ ในการชุมนุม!?

904

หลังจากที่นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ หัวหน้าการ์ดม็อบคณะราษฎร 63 หรือกลุ่มการ์ดวีโว่ ได้เคลื่อนไหวถึงการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา ว่ามีพวกสายบวก อยากจะปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่มาก มีปืน มีด ขนมา เพื่อพุ่งเป้าจะหาเรื่องแบบไม่สนใจฟังคำเตือนของการ์ด

ทำให้โตโต้ประกาศว่า ครั้งหน้าจะจัดให้เลย ถ้าชอบป่วน เป็นสายบวก ขอให้ลงมาในพื้นที่ ส่วนตนเองจะยืนดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ เพราะยอมรับว่าก็กลัวตายเหมือนกัน และจะกันพี่น้องที่เห็นด้วยกับแนวทางสันติวิธี จะได้ไม่เผลอเข้าไปร่วม ให้ชัดเจนกันไปเลย

ทั้งนี้จากการชุมนุม พบว่ามีกลุ่มมวลชนบางส่วน ที่จุดพลุสีโยนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บางคนก็มีก้อนหิน ถุงน้ำ ขว้างปาเข้าไปในแนวกั้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำมีดเข้ามา ตอนท้ายของการชุมนุมก็มีการจุดไฟเผาหลายจุด และทำลายทรัพย์สินราชการด้วย

ล่าสุดทางด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รายงานผลการจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับ และกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.64 จำนวน 4 คดี ผู้ต้องหารวม 16 คน เป็นเด็กหรือเยาวชน 4 คน เป็นผู้ใหญ่ 12 คน แบ่งออกเป็นชาย 13 คน หญิง 3 คน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

คดีแรก เวลาประมาณ 20.30 น. ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน กก.สส.2 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วย ตำรวจ กก.คฝ.2 บก.อคฝ.บช.น. เเละตำรวจ ฝ่ายสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ได้ร่วมกันจับกุม นายธนเดช หรือม่อน ศรีสงคราม อายุ 36 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 336/2564 ลงวันที่ 18 ก.ค.64 ในข้อหา “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏเเก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อเเสดงความเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร

หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายเเผ่นดิน, ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ, ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย”พร้อมของกลางที่ทำการตรวจยึด โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ oppo สีขาว จำนวน 1 เครื่อง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว จะมาร่วมการชุมนุมในวันที่ 18 กรกฎาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ท้องที่ สน.สำราญราษฎร์ จึงได้ทำการติดตามตัวผู้ต้องหา โดยพบว่าผู้ต้องหาเดินทางมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน โดยใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ฟอร์ด สีเทาดำ ทะเบียน 1 ฒว 3479 กรุงเทพมหานคร มาจากอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ร่วมเดินขบวนกับผู้ชุมนุมมายังเเยกนางเลิ้ง ตำรวจจึงได้ออกติดตามเรื่อยมา จนเมื่อมาถึงถนนพหลโยธิน ใกล้ สน.บางเขน ผู้ต้องหาได้หยุดรถ ทางตำรวจจึงได้เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหา ควบคุมตัวมายัง สน.บางเขน เพื่อทำบันทึกจับกุม ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และได้ควบคุมตัวไปยัง ตชด.ภาค 1 ซึ่งเป็นที่ทำการสอบสวน ทำการสอบสวนต่อไป

ส่วนคดีที่ 2 ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 11 ราย พร้อมของกลางที่ทำการตรวจยึด รถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 1ฒว-3479 กรุงเทพมหานคร พร้อมกุญแจรถ และหนำซ้ำได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินภายในรถคันดังกล่าว พบหนังสติ๊ก จำนวน 14 อัน ลูกแก้ว จำนวน 62 ลูก มีดยาวประมาณ 1 ฟุต จำนวน 1 เล่ม พร้อมซองใส่มีดจำนวน 1 อัน มีดพับจำนวน 1 เล่ม หมวกกันน๊อคจำนวน 4 ใบ หน้ากากกันแก๊สจำนวน 4 อัน แว่นตานิรภัยจำนวน 4 อัน

สืบเนื่องจากตำรวจทำการสืบสวนติดตามจับกุม นายธนเดช หรือม่อน ศรีสงคราม ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 336/2564 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ต่อมาทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว จะมาร่วมการชุมนุมในวันเดียวกัน ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ท้องที่ สน.สำราญราษฎร์ จึงได้ทำการติดตามตัวผู้ต้องหา

โดยพบว่านายธนเดช เดินทางมาพร้อมกับผู้ต้องหาทั้ง 11 คน และร่วมเดินขบวนกับผู้ชุมนุมมายังเเยกนางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกติดตามเรื่อยมา จนภายหลังมาถึงถนนพหลโยธิน ใกล้ สน.บางเขน รถยนต์คันดังกล่าวของผู้ต้องหาได้หยุดรถ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหา ควบคุมตัวมายัง สน.บางเขน เพื่อทำบันทึกจับกุม

โดยผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ตำรวจชุดจับกุมพบพฤติการณ์การกระทำความผิดซึ่งหน้า กรณีเข้าร่วมชุมนุมโดยผิดกฎหมายจึงได้ทำการจับกุม เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎ์ เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนออกตามความใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ”

คดีที่ 3 จับกุม นายนิเวศ หรือเล็ก วงศ์วิเศษกิจ อายุ 47 ปี และน.ส.กชมน หรือแฮปปี้ ณ เรืองไทย อายุ 21 ปี ผู้ต้องหา พร้อมของกลางที่ทำการตรวจยึด อาวุธมีด ขนาดยาว 1 ฟุต จำนวน 2 เล่ม หัวน๊อต สีเงินเงา จำนวน 22 อัน หัวน๊อต สีดำ จำนวน 4 อัน รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผค-1043 เพชรบูรณ์ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ MI รุ่น Max3 สีดำ พร้อมซิมโทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ HUAWEI รุ่น Y6S สีดำ พร้อมซิมโทรศัพท์จำนวน 1 เครื่อง

และคดีสุดท้าย จับกุมนายทนงศักดิ์ จูมนา อายุ 28 ปี และนายสุพล เวียงคำ อายุ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุจุดพลุดอกไม้ไฟ และประทัดยักษ์ใส่ตำรวจ โดยจับกุมตัวที่บริเวณแยกยมราช

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนออกตามความใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย