สหรัฐโหด?!? ใช้โดรนใบมีดสังหาร “นินจาบอมบ์”ในซีเรียมากขึ้น มุ่งทำลายศัตรูหวังชัยชนะ ไม่สนทารุณกรรมต่อเพื่อนมนุษย์  

1109

กองทัพสหรัฐใช้ขีปนาวุธรุ่นแปลกประหลาดที่ติดใบมีดไว้แทนหัวรบระเบิด จนได้รับขนานนามว่า “ขีปนาวุธนินจา” สังหารศัตรูอย่างโหดเหี้ยม เพราะอาวุธชนิดนี้จะหั่นทุกอย่างที่ขวางหน้าเป็นชิ้นๆอย่างไม่ปราณี แต่สหรัฐประชาสัมพันธ์ว่าอาวุธชนิดนี้เป็นอาวุธที่มีมนุษยธรรม เพราะจำกัดเป้าหมายไม่ส่งผลต่อประชาชนในวงกว้าง นักวิเคราะห์และกลุ่มติดตามการใช้อาวุธไม่เห็นด้วยกับการนำมาใช้อย่างแพร่หลายและเรียกร้องให้หยุดบิดเบือนว่าเป็นปฏิบัติการที่เห็นแก่มนุษยธรรม  เพราะอาวุธชนิดนี้ทำลายชีวิตเพื่อนมนุษยอย่างไร้มนุษยธรรมมากกว่า

โดรนนินจา เขี้ยวเล็บโหดของกองทัพสหรัฐ

“นินจาบอมบ์” ใช้วัตถุหนัก 100Ib และใบพัดแบบคมมีด 6 ใบ ใช้เพื่อสังหารเป้าหมาย เป็นขีปนาวุธรุ่นแปลกประหลาดที่ติดใบมีดไว้แทนหัวรบระเบิด

กองทัพสหรัฐใช้โดรนติดมิสไซล์ที่มีใบพัดคมมีด เพื่อบินขึ้นหาเป้าสังหาร เป็นเครื่องมือสังหารศัตรูที่ไม่ใช่หน่วยทหาร มีชื่อเรียกว่า “นินจาบอมบ์” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้ใช้มาหลายครั้งในการสังหารฝ่ายตรงข้ามในซีเรีย รวมทั้งใช้สังหารกลุ่มอัลเคดา ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ชื่อเป็นทางการคือ “Hellfire AGM-114X” ติดขีปนาวุธรุ่น R9X และบางครั้งเรียกว่า “ฟลายอิ้งจินสุ”(Flying Gisu:ไอ้มีดบิน) อาวุธนี้ถูกนำไปใช้ไล่ล่าเป้าสังหารโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษสหรัฐ

ขีปนาวุธ R9X มีคุณลักษณะพิเศษ คือ จะไม่ทำลายล้างเป้าหมายด้วยหัวรบระเบิดเหมือนขีปนาวุธทั่วไป แต่จะได้รับการติดตั้งใบมีดคมกริบไว้ซึ่งจะกางออกเป็น 6 แฉก ก่อนจรวดพุ่งเข้ากระแทกเป้าหมายไม่กี่วินาทีเพื่อหั่นทุกอย่างที่ขวางหน้าเป็นชิ้นๆ  R9X น่าจะเป็นจรวดรุ่นดัดแปลงต่อมาจาก AGM-114 หรือ Hellfire ซึ่งมักใช้ในเฮลิคอปเตอร์จู่โจมอาพาเช่  โดยจะระเบิดเป็นเปลวไฟความร้อนสูงรัศมีถึง 200 เมตร ทำให้เสี่ยงต่อผู้คนและวัตถุโดยรอบ ขณะที่ R9X นั้นน่าจะออกแบบมาเพื่อให้ลดผลกระทบจุดนี้ เพราะมีรัศมีสังหารเพียง 30 นิ้ว และอัตราความสำเร็จในการสังหารในรัศมีนี้ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

หัวรบขีปนาวุธชนิดนี้เชื่อว่าได้นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2017 เพื่อทำลายผู้นำหมายเลข 2 ของกลุ่มอันเคดา นายอาบูคายีร์ อัล-มาซรี ในจังหวัดอิดลิบ ครั้งแรกเปิดเผยโดยนสพ.วอลสตรีทเจอร์นัลเมื่อปลายปีที่แล้ว

กองทัพสหรัฐใช้โดรนติดR9Xมากขึ้นในซีเรีย

ในกรณีนี้นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาสหรัฐใช้โดรนตัวนี้สังหาร นายไซแยฟ อัล-ทันซิ ชาวตูนีเซีย ผู้สังเกตุการณฯ์กล่าวว่ามีการใช้อาวุธชนิดนี้เพิ่มขึ้นในสมรภูมิซีเรีย และเน้นไปที่เป้าหมายผู้นำกลุ่มอัลเคดา ปฎิบัติการโดย “ปฏิบัติการพิเศษในซีเรีย”ของสหรัฐ

โดรนติดมีดนี้เป็นอาวุธรุ่นเดียวกับเฮลล์ไฟร์ที่ติดมิสไซล์ ซึ่งครั้งล่าสุดนำมาใช้กับโดรนสังหารรุ่นพรีเดเตอร์(Predater Drone)เมื่อประมาณปี 2000 เฮลล์ไฟร์ตัวแรกออกแบบมาเป็นรถถังซึ่งติดหัวระเบิดแบบรูปกรวย ใช้ในอาฟกานิสถานซึ่งกองทัพมองว่าไม่ค่อยเหมาะสมกับพื้นที่ อีกรุ่นหนึ่งถัดมาพัฒนารูปแบบให้บรรทุกหัวรบที่ระเบิดหนักกว่า ซึ่งพบว่าพลเรือนโดนลูกหลงบาดเจ็บล้มตายมาก ทำให้พ้ฒนาเป็นจรวดรุ่น R9X

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เชื่อว่ามีการใช้อาวุธชนิดนี้มากกว่า 6 ครั้งในสมรภูมิซีเรีย หลังจากนั้นก็มีการนำไปใช้เพิ่มบ่อยขึ้น

มิสไซล์แบบใหม่ปรากฎว่า ใช้ในสถานการณ์ที่กังวลว่าจะสังหารคนทั่วไปที่ไม่ใช่ศัตรู กล่าวคือเกรงว่าชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ใช่ฝ่ายศัตรูจะโดนลูกหลง ขณะที่กองทัพสหรัฐพยายามอธิบายว่าอาวุธนั้นอันตรายน้อยต่อประชาชนทั่วไป  แต่เอียน โอเวอร์ตันจาก กลุ่มจับตาความรุนแรงจากการใช้กำลังอาวุธ เรียกร้องให้ต่อต้านความคิดที่ว่าการใช้อาวุธแบบนี้เป็น “อาวุธที่มีมนุษยธรรม”

กองทัพบอกว่าอาวุธชนิดนี้ใช้ไม่บ่อยนัก ซึ่งจะใช้เฉพาะจุดไม่กระทบในพื้นที่วงกว้างเหมือนระเบิดที่ทิ้งลงมาจากอากาศ

อย่างไรก็ตาม คลังแสงส่วนใหญ่ของสหรัฐยังไม่เปิดเผยจำนวนที่ชัดเจน  และโดยส่วนใหญ่เกิดปัญหานำออกไปใช้บ่อยๆ  การให้คณะบริหารของปธน.ทรัมป์อนุมัติ การใช้ระเบิดขนาดใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้ติดหัวรบนิวเคลียร์ในประวัติศาสตร์ของโลก นำไปใช้ในอาฟกานิสถาน มันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาประเด็นที่กองทัพสหรัฐประชาสัมพันธ์ว่า กองทัพใช้อาวุธที่มีมนุษยธรรม

โอเวอร์ตันย้ำประเด็นการส่งเสริมการตั้งเป้าล่าสังหารที่ใช้อาวุธอย่างไม่จำกัด และมีการควบคุมกำกับดูแลเพียงเล็กน้อยไม่ใช่เรื่องน่ายินดี

“อาวุธชนิดนี้ วางกรอบในการใช้แทนระเบิดขนาดใหญ่ โดยไม่มีจริยธรรม แต่มันเลี่ยงขั้นตอนทางกฏหมาย และอ่อนไหวจากความผิดของการต่อสู้แบบอื่นๆ เพราะมันไม่มีอะไรที่มากไปกว่าคมของใบพัดสังหาร โดยรัฐไม่สนใจผลการใช้ว่ามันโหดเหี้ยมต่อมนุษยชาติหรือไม่อย่างไร”

โอบามาที่ได้รับรางวัลโนเบิลสันติภาพได้รับสมญานามจากโลกมุสลิมว่า”จอมโดรนสังหาร”

อาวุธชนิดนี้เริ่มเป็นที่ระแคะระคายในหมู่ผู้เชี่ยวชาญในเดือนก.พ. 2017 จากภารกิจสังหารนายอาบู คายีร์ อัล-มาซรี รองหัวหน้าเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคด้า และต่อมาเดือนพ.ค. 2019 กองทัพสหรัฐเจตนาปล่อยรายละเอียดของอาวุธชนิดนี้ออกมาเพื่อพยายามสร้างภาพพจน์เชิงบวกในโลกมุสลิม ว่าใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างน้อย ความจริงแล้วอาวุธชนิดนี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศอัฟกานิสถาน ในเดือนม.ค.2013 เจตนาปล่อยข่าวนั้นน่าจะเป็นคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่เผชิญกับเสียงโจมตีว่าเป็น “จอมโดรนสังหาร” จากผู้คนในโลกมุสลิม

ใบมีดเหล็กกล้าของ R9X มีความคมสามารถหั่นกำแพงคอนกรีต หลังคาบ้าน และแผ่นเหล็กของรถยนต์ได้เหมือนตัดเค้ก เคยได้รับการพิจารณาเป็นอาวุธสังหารนายโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำอัล ไคด้า ในภารกิจเมื่อปี 2013 แต่สุดท้ายตัดสินใจส่งหน่วยซีลทีมซิกส์เข้าไปแทนที่ปากีสถาน

วอลล์ สตรีท เจอร์นัล เคยรายงานว่า เพนตากอนยังมีความสนใจพัฒนาอาวุธชนิดใหม่อื่นๆ ที่คล้ายคลึงกับ R9X ด้วย เพราะสะดวกต่อการใช้สังหารผู้ก่อการร้ายที่ซ่อนตัวในชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสังหารด้วยการโจมตีทางอากาศ