เปิดชะตากรรมจตุพร ยังมีคดี “บุกบ้านป๋าเปรม-เผาตึก” ทั้งคุกหลายปี-จ่ายแพ่งหลายล้าน!?

1930

จากกรณีที่วันนี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา คดีดำอ.4176/52 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์  ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท

โดยนายจตุพร กล่าวก่อนขึ้นศาล ว่า ตนมีภูมิต้านทานต่ำ มีโอกาสครั้งเดียวเท่านั้น และวันนี้คือคำตอบ ว่าทำไมวันนั้นไม่ทำอย่างนี้ วันนี้ไม่ทำอย่างนั้น ตนไม่ได้รับความยุติธรรมอยู่เสมอ คดีของตนหลายๆคดี มีคำสั่งย้อนแย้ง เป็น คดีแรกของประเทศไทย ตนติดคุกมาแล้ว 4 ครั้ง เป็นมนุษย์คุกอยู่แล้ว รู้ว่าควรอยู่อย่างไร ดังที่ได้ลั่นวาจาไว้ ที่หน้าศาลฎีกา ว่าจะขอทานเศษเสี้ยวความยุติธรรม ซึ่งตนได้ทำแล้ว ทั้งถวายฎีกา และยื่นหนังสือแนบคำถวายฎีกา ต่อศาลฎีกา

หลังฟังคำพิพากษา นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายจตุพร ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้นับโทษคดีที่สองต่อจากคดีเเรกเมื่อคดีเเรกถึงที่สุด โดยระหว่างนี้ศาลอาญาอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าโทษต่อจากคดีเเรก ที่ให้นับต่ออีก 12 เดือน จะนับอีกเท่าไหร่

นายวิญญัติ กล่าวต่อว่า การที่จำเลยเข้าใจว่าการที่มีหมายปล่อยเมื่อรับโทษครบเเล้วเป็นเรื่องที่ศาลดำเนินการปล่อยตัวตามหมายปล่อย เเต่ถ้าหากตอนนั้นยังไม่ปล่อยจำเลยย่อมได้สิทธินักโทษชั้นดีเเละได้รับสิทธิประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยให้รับโทษต่อเนื่องจากรับโทษไม่ครบ จำเลยจึงเห็นว่าไม่ใช่ความผิดจองจำเลย เเล้วใครจะรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร ยังมีคดีที่ยังค้างอยู่นั่นก็คือ คดีชุมนุมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ที่มี 2 สำนวน โดยสำนวนแรก พนักงานอัยการได้ฟ้องแกนนำ นปช.และผู้ชุมนุมรวม 7 ราย โดยศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. คนละ 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

โดยนายจตุพร ถูกสั่งฟ้องเป็นสำนวนที่ 2 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 215, 216

นอกจากนี้ ยังมีคดีเผาตึกย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อปี 2553  โดยศาลแพ่งวินิจฉัย ให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ จำเลยที่ 8-10 (แกนนำ นปช.) ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 30 ล้านบาท โดยศาลฎีกาได้พิพากษาใจความว่า แก้ให้จำเลยที่ 8-10 ร่วมกันชำระค่าอาคารพาณิชย์ที่พิพากษาพร้อมทรัพย์สินที่โจทก์เสียหาย 21,356,650 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 พ.ค.53 เป็นต้นไป

ซึ่งในวันนั้น นายจตุพร กล่าวถึงกรณีนี้ว่า รู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายหนีไม่พ้นที่จะนำไปสู่การพิทักษ์ทรัพย์และล้มละลาย ในส่วนของตนยังมีคดีหมิ่นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ศาลมีคำสั่งให้นับพร้อมหรือให้รับโทษต่อ ไม่เคยมีในประเทศไทยมาก่อน คดีก่อการร้ายแม้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ยังไม่ทราบจะมีการอุทธรณ์หรือไม่ ทั้งยังมีคดีระหว่างการชุมนุมปี 52 อีก พูดได้ว่ามีอีกมากมายอายุร้อยปีก็ไม่มีปัญญามาลงสมัคร ส.ส. ส่วนองค์กร นปช.ก็เช่นกัน ปัจจุบันตนมีหน้าที่เหมือนคนรักษาศาลาไม่ให้ร้างเท่านั้น ส่วนนักรบบาดเจ็บหมด ทั้งติดคุก ล้มละลาย จ่อที่จะเข้าไปในคุก