น่าจะออกมาพูดตั้งแต่สมัยทักษิณ?? “ณัฏฐ์ เทพหัสดินฯ” เตรียมย้ายไปอยู่USA อ้างไทยมีคนโกงมีอำนาจ ห่วงลูกโตในสังคมเหลื่อมล้ำ! 

1551

น่าจะออกมาพูดตั้งแต่สมัยทักษิณ?? “ณัฏฐ์ เทพหัสดินฯ” เตรียมย้ายไปอยู่USA อ้างไทยมีคนโกงมีอำนาจ ห่วงลูกโตในสังคมเหลื่อมล้ำ!

จากกรณีที่เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ได้มีกระแสย้ายประเทศ เป็นกระแสในโลกโซเชี่ยลที่ฮือฮาอย่างมาก สำหรับการตั้งกลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ” หลังเปิดเพจได้แค่ 7 วัน ผู้ติดตามพุ่งพรวดทะลุ 9 แสนคน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการบริหารของรัฐบาล ใน 2 ประเด็นหลักที่เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ทั้งเรื่องประสิทธิภาพการแก้ปัญหาโควิดของรัฐ และการจับกุมคุมขังแกนนำม็อบสามกีบ

ล่าสุดทางด้าน ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์อินสตาแกรม ตัดสินใจเตรียมย้ายไปอยู่ที่อเมริกา กลัวลูกโตมาในสังคมที่คนผิด คนโกง กลับกลายเป็นคนมีอำนาจในสังคม แล้วจะสอนลูกให้เป็นคนดีได้ยังไง โดยมีข้อความระบุว่า

ผมเกิดเมืองไทย รักเมืองไทย รักคนไทย รักความเป็นไทย รักภาษาไทย รักอาหารไทย รักความหลากหลายทางวัฒนะธรรม และภูมิประเทศที่สวยงามของประเทศไทยยอมรับเลยว่าไม่เลยคิดจะไปอยู่ที่ไหนนอกจากเมืองไทย จนกระทั่งเนล่าเกิด ไม่ได้กังวลเรื่อง ความเป็นอยู่เลย ลำพังผมทำงานเลี้ยงครอบครัวได้สบาย ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร

แต่สิ่งที่ผมกังวลคือ ลูกจะโตมาในสังคมแบบไหน เพราะในวันนี้ คนผิด คนโกง คนที่ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง กลับกลายเป็นคนมีอำนาจในสังคม เป็นคนมีหน้ามีตา เดินชูคอลอยหน้าลอยตาได้ในสังคมแบบไม่สะทกสะท้านอะไรเลย แล้วผมจะสอนลูกให้เป็นคนดีได้ยังไงถ้าวันนึงลูกพูดว่า ทำผิดไม่เห็นเป็นไรเลยใครๆก็ทำกัน ถ้าอะไรๆยังไม่ดีขึ้น ผมก็คุยกับนาน่า แล้วว่าอาจจะย้ายไปอยู่อเมริกาภายในปีสองปีเพราะนาน่าเกิดที่ Miami คุณพ่อคุณแม่และครอบครัวก็อยู่ที่โน่นหมด

ผมอาจจะต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กับครอบครัว แต่อย่างน้อยลูกผม เค้าก็จะได้มีสิทธิ์เสรีภาพทางความคิด มีความละอายในการทำผิด ได้อยู่ในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำน้อยลง และมีความเท่าเทียมมากกว่านี้ มันคงไม่เพอร์เฟคหรอก แต่ผมคิดว่าน่าจะดีกว่าที่เมืองไทยตอนนี้ ถ้ามีช่องทางไปได้ เพราะเราไม่ต้องไปแบบติดลบ ผมสวดมนต์ภาวนา ขออย่าให้มีวันนั้น เพราะถ้าเลือกได้ก็คงไม่อยากไปจากประเทศบ้านเกิดเมืองนอนที่สวยงามของเรา เสียดายที่คนเลวๆไม่กี่คน ทำให้เมืองไทยไม่น่าอยู่อีกต่อไป

ย้อนไปเมื่อปี 2557 ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้ออกมาร่วมม็อบ กปปส. และได้ประกาศแสดงจุดยืนทางการเมือง พร้อมกับมารดา ที่แยกราชประสงค์ โดยไม่กลัวเรตติ้งตก งานนี้คงต้องถามแล้วว่าทำไมถึงคิดที่จะออกมาชุมนุม 

โดยบอกว่า “ผมคิดว่า คนที่ออกมาทุกคนตั้งใจกันมา บางคนถึงกับหยุดทำงานเพื่อมาร่วมชุมนุม ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง อยากร่วมแสดงความคิดเห็น อยากแสดงจุดยืน ซึ่งการที่ผมได้เข้ามาร่วมชุมนุมอยู่บ่อยครั้ง ผมสังเกตได้ว่า ม็อบครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งอื่น เพราะเป็นพลังทางบวก ไม่มีความติดลบ ไม่มีความรุนแรง เรียกว่าเป็นการรวมใจของทุกคนเกือบจะทั้งประเทศ โดยประชาชนที่ออกมา ผมคิดว่าพวกเขาคงทนไม่ไหวกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมา มันมาจากจิตสำนึกของทุกคน โดยเริ่มต้นมาจากการที่มีคนทำผิดแล้วไม่เป็นอะไร ซึ่งมันไม่ใช่

รวมถึงในโซเชียลมีเดียต่างๆ ผมในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง ผมรู้ว่าทำอะไรคงเป็นที่จับตามอง ซึ่งการที่เราออกมาครั้งนี้ ถือว่าเป็นการออกมาโดยไม่ต้องกลัวอำนาจมืดใดๆ ผมเชื่อว่าคนไทยอยากเห็นประเทศชาติสันติ แล้วอยากให้สิ่งที่ไม่ถูกต้อง มีการทำให้ถูกต้องสักที ผมเชื่อว่าต่อจากไปทุกอย่างจะดีขึ้น จะไม่มีการคอร์รัปชัน ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนจะขึ้นมาบริหารประเทศ ทุกคนต้องทำงานเพื่อประเทศชาติ จะไม่มีการขึ้นมาเพื่อหาประโยชน์ให้พวกพ้องเดียวกัน ผมไม่อยากเห็นนักการเมืองขึ้นมาทำร้ายประชาชนอีก ซึ่งผมไม่รู้เหมือนกัน การชุมนุมว่าจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน แต่คงจะชุมนุมไปจนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และไม่ว่าจะลงเอยเช่นไร ทุกอย่างต้องดีขึ้นโดยไม่มีความรุนแรง”

สำหรับสหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพ ซึ่งเมื่อปี 2563 ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้เช่นเดียวกัน จากการ “เหยียดคนผิวดำ” และต่อมาก็มีการ เหยียดคนเอเชียด้วย สำหรับในเรื่องของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ผู้ที่รั้งอันดับที่ 1 ของโลกทั้งในด้านจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม หรือจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรค ก็คือ สหรัฐอเมริกา ซึ่ง ณ วันที่ 3 ก.ค. 64  มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมมากกว่า 34,580,198 ราย ยอดติดเชื้อใหม่ 18,399  ยอดผู้เสียชีวิต 621,161 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2564 แน่นอนว่าสาเหตุหลักมาจากมุมมองเรื่องของการสวมใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งการไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยในสหรัฐอเมริกาไม่ใช่เพียงเรื่องเล็ก ๆ เพราะมันบานปลายรุนแรงจนเกิดการประท้วงและการทำร้ายร่างกายในหลายรัฐเลยทีเดียว เพราะอ้างว่า ถุกรุกล้ำสิทธิและเสรีภาพเหนือชีวิตและร่างกาย เกิดกลุ่มต่อต้านการใส่หน้ากากอนามัยขึ้นมาทั่วประเทศ ในขณะแม้ว่าประเทศไทย จะการแพร่ระบาดอย่างหนัก เนื่องจากเกิดคลัสเตอร์ใหม่หลายที่ แต่ก็ยังมียอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสม 277,151 ราย เสียชีวิต 2,088 คิดเป็น 0.84 %