สหรัฐฯใช้เทียร์ 2 บีบไทย-มาเลย์-กัมพูชา!?!ตั้งหน้ากีดกันการค้า ฐานไม่เลือกข้างต่อต้านจีน กัมพูชาโดนหนักไม่สยบตะวันตก

917

และแล้วสหรัฐก็แสดงธาตุแท้อันธพาลโลก เมื่อกล่อมประเทศสมาชิกอาเซียนให้เดินตามนโยบายต้านจีนไม่สำเร็จ ก็เริ่มบีบคั้นด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจ ทั้งกล่าวหาด้วย ข้อหาฉกรรจ์ด้านการค้ามนุษย์เพื่อใช้อ้างในการคว่ำบาตรสินค้า ใช้การระงับสนับสนุนการเงินช่วยเหลือ ตัดสัมพันธ์โครงการทางทหาร เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ใครไม่สยบต้องถูกลงโทษ นี่หรือคือมหามิตร แบบนี้บ้านเราเรียกอันธพาลคุมซอยเราดีๆนี่เอง

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่น กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2021 หรือ Trafficking in Persons Report  โดยปีนี้ไทยถูกลดอันดับให้อยู่ในอันดับเทียร์ 2 ประเทศที่ต้องจับตา (Tier 2 Watch List) เช่นเดียวกับกัมพูชาและเวียดนาม จากที่อยู่ในระดับเทียร์ 2 (Tier 2) เมื่อปีที่แล้ว

เรื่องนี้ทำกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้แถลงผิดหวังมะกันลดอันดับ ‘ทิปรีพอร์ต’ ไทยไป ‘เทียร์ 2 วอชลิสต์’อย่างไม่เป็นธรรม

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า “ไทยรับทราบการจัดระดับดังกล่าว และรู้สึกผิดหวังที่การจัดระดับไม่ได้สะท้อนอย่างเป็นธรรมถึงความพยายาม และพัฒนาการความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมของไทยในการป้องกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ดีการจัดทำรายงานทิปรีพอร์ตเป็นการประเมินและจัดระดับประเทศต่างๆ จากมุมมองของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมิได้เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศ”

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ การดำเนินการเรื่องนี้ของไทยเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสังคมไทย และเพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองดูแลและป้องกันไม่ให้ชาวไทย ชาวต่างชาติ รวมถึงแรงงานต่างด้าวในทยตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยมีพัฒนาการความคืบหน้าเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดห้วงหลายปีที่ผ่านมา

ในรายงานระบุสาเหตุที่ลดอันดับของไทยว่า รัฐบาลไทยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการกำจัดการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ แต่กำลังพยายามอย่างมากที่จะทำเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการปรับปรุงการประสานงานกับภาคประชาสังคม ในการสืบสวนการค้ามนุษย์และการคุ้มครองผู้เสียหาย การจัดฝึกอบรมและการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับอัยการและผู้พิพากษาเกี่ยวกับขั้นตอนที่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการบาดเจ็บ และเริ่มต้นการสอบสวนเจ้าหน้าที่ 9 คนที่ถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมการค้ามนุษย์

อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามโดยรวมที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรอบระยะเวลาการรายงานครั้งก่อนหน้า แม้แต่การพิจารณาผลกระทบของการระบาดของ Covid-19 ต่อความสามารถในการต่อต้านการค้ามนุษย์

รัฐบาลเปิดการสอบสวนการค้ามนุษย์น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยน้อยลง และตัดสินลงโทษผู้ค้ามนุษย์น้อยกว่าในปี 2019 แม้จะมีรายงานอย่างกว้างขวางว่าการบังคับใช้แรงงานเป็นที่แพร่หลายในหมู่แรงงานข้ามชาติในหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย แต่รัฐบาลกลับระบุเหยื่อการค้ามนุษย์จำนวนน้อยเมื่อเทียบกับขอบเขตของปัญหา เจ้าหน้าที่มักขาดความเข้าใจเรื่องการค้ามนุษย์ และรัฐบาลยังขาดขั้นตอนมาตรฐานสำหรับผู้ตรวจแรงงานในการส่งต่อคดีไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ น่าจะอธิบายปัญหาชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกมากกว่าจะมากล่าวหาประเทศไทย-มาเลเซีย-กัมพูชาแต่อย่างใด

ในเวลาเดียวกันนี้มาเลเซียโดนสหรัฐปรับเป็นระดับต่ำสุดในรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2021ด้วย

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564เช่นกัน นสพ.เดอะสเตรทไทมส์ (The Straits Times) รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปรับลดอันดับมาเลเซียให้อยู่ในอันดับที่ต่ำที่สุด (Tier 3) ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2563 ซึ่ง กต.สหรัฐฯ กำหนดเผยแพร่ในวันนี้ 2 ก.ค.64 ทั้งนี้การปรับลดอันดับครั้งนี้อาจส่งผลต่อการเข้าถึงความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ระบุว่า มาเลเซียสอบสวนคดีการบังคับใช้แรงงานและการมีส่วนร่วมของ จนท.รัฐในการต่อต้านการค้ามนุษในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของปัญหา ซึ่งก่อนหน้านี้ศุลกากรสหรัฐฯ สั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากบริษัทในมาเลเซีย 3 แห่ง เนื่องจากมีการบังคับใช้แรงงาน

ล่าสุดสหรัฐฯได้ยุติโครงการกับกัมพูชาในการส่งนักเรียนไปศึกษายังโรงเรียนเตรียมทหารชั้นนำของสหรัฐฯ ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ นับเป็นสัญญาณล่าสุดของความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หลังจากระงับงบฯช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมไปก่อนหน้านี้

ก่อนหน้านี้รัฐบาลวอชิงตันแจงต่อกัมพูชาว่า มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปรากฎตัวของทหารจีนในกัมพูชาที่ขยายตัวมากขึ้น เพราะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่สุดของปักกิ่งในภูมิภาค

อาเรนด์ ซวาร์ตเจส โฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ระบุว่าการตัดสินใจยุติโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกัมพูชาได้ยุติความร่วมมือทางทหารบางส่วน 

“จากการลดทอนความร่วมมือของกัมพูชาในหลายพื้นที่ของการมีส่วนร่วมระหว่างทหารต่อทหารแบบทวิภาคีดั้งเดิม ประเทศได้สูญเสียคุณสมบัติสำหรับโครงการโรงเรียนเตรียมทหารของสหรัฐฯ” ซวาร์ตเจสกล่าวกับวอยซ์ ออฟ อเมริกา (VOA)

อย่างไรก็ตาม ซวาร์ตเจสกล่าวว่า นักเรียนชาวกัมพูชาที่ลงทะเบียนในโรงเรียนเตรียมทหารสหรัฐฯ แล้วจะได้รับอนุญาตให้ศึกษาจนสำเร็จหลักสูตรโครงการ แต่สหรัฐฯ สนับสนุนให้รัฐบาลกัมพูชาช่วยเหลือค่าเล่าเรียนของนักเรียนเหล่านั้นเอง

สมาชิกชั้นสูงบางคนในสังคมของกัมพูชา รวมถึง ฮุน มาเนต ลูกชายคนโตของนายกรัฐมนตรีฮุนเซน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารแห่งสหรัฐฯ ที่เวสต์พอยต์ เวลานี้ ฮุน มาเนต เป็นรองผู้บัญชาการและเสนาธิการร่วมของกองทัพบกกัมพูชา (RCAF) 

ทางด้านชุม สุชาติ โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และพาย สีพัน โฆษกรัฐบาล ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างทั้งสองประเทศ นับตั้งแต่นางเวนดี เชอร์แมน รมช.การต่างประเทศสหรัฐ เยือนกรุงพนมเปญ เมื่อต้นเดือนที่แล้ว และเธอกล่าวกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่ารัฐบาลวอชิงตัน “มีความวิตกกังวลอย่างยิ่ง” ต่อการที่รัฐบาลพนมเปญเปิดโอกาสให้จีนเข้ามาเคลื่อนไหวทางทหารในประเทศ