หลับตาอวย ย้อนแย้งหนัก!? “เจี๊ยบ ก้าวไกล” ทุบโต๊ะเอง ถ้า “ทอน-ทิม” เป็นนายกฯ ปัญหาวัคซีนจบแน่ แต่ผลงานพรรคล่าสุด ขู่จะยุบ”ศบค.”

1386

หลังจากเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ส.ส. ทั้งพรรคซีกฝ่ายค้านและซีกรัฐบาล

ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย พรรคเสรีรวมไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาฯพิจารณาเป็นเรื่องด่วนในการหามาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 และจากการบริหารของศบค. เพื่อมีมติให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการ

โดยครั้งนี้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ขอเสนอญัตติให้ยุบศบค. เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป ขณะนี้คนไทยมีสถิติฆ่าตัวตาย 90 นาที ต่อ 1คน มากสุดรอบ 20 ปี ต้องใช้น้ำตาอีกกี่หยด ชีวิตคนไทยอีกกี่คนกว่านายกฯจะได้ยินเสียงร้องไห้คนไทย วันนี้ประเทศไทยแย่กว่าสหรัฐฯ อินเดีย และแย่กว่าค่าเฉลี่ยเอเชียถึง 2 เท่า เหตุผลที่ต้องยื่นญัตติด่วนยุบศบค. เพื่อกลับมาสู่กลไกลปกติ เพราะจะมีไว้ทำไม ให้รัฐซ้อนรัฐ งบซ้อนงบ มีการสื่อสารสับสนอลหม่าน ตัดสินใจช้าสายเกินไปตลอด ยุบศบค.ไป

ต้องปรับครม.ด้วย หารมว.ต่างประเทศมาติดต่อต่างประเทศหาวัคซีนเข้าประเทศ หารมว.มหาดไทยเก่ง ๆ หาวิธีตรึงคนในพื้นที่ ไม่ใช่กระจายความเสี่ยงจากกทม.ไปภูมิลำเนา หารมว.สาธารณสุขที่รู้เรื่องระบบสาธารณสุขจริง และหารมว.พัฒนาสังคมและรมว.แรงงาน มาช่วยเรื่องเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ถึงเวลาต้องเอาคนรุ่นใหม่มาทำงาน

วันนี้ถึงเวลาที่ต้องเอาจริงเอาจังแก้ปัญหา ยุบศบค. ปรับครม. อยู่มา 2 ปีกับครม.ที่ไม่มีประสิทธิภาพทั้งวิกฤติวัคซีน เศรษฐกิจ เมื่อได้ครม.ชุดใหม่ ปัญหาคอขวดแรกที่ต้องทลายคือ ระบบสาธารณสุข ขณะนี้แม้มีวัคซีนไฟเซอร์มากองอยู่ ก็แก้ปัญหาไม่ทัน ขนาดรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขต้องร้องไห้ มีวิธีแก้ 4 ข้อ คือ1.สกรีนแยกผู้ป่วยจากชุมชนให้เร็วที่สุดด้วยการตรวจด้วยเครื่องแอนติเจนทุก 3 วัน ปูพรมตรวจด้วยเครื่องแอนติเจนทั้งประเทศ

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

2. ตั้งโรงพยาบาลแรกรับ แม้มีโรงพยาบาลว่าง แต่อยู่คนละสังกัด จึงไม่ส่งข้ามกัน

3. มีมาตรการที่ปฏิบัติได้จริง ให้ยาไปหาคนไข้

4.การอัปเกรดห้องพยาบาล ให้มีเตียง มีอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่ใช่ได้งบไป 1หมื่นล้านบาท แต่เพิ่งซื้อเครื่องช่วยหายใจได้แค่ 37 เครื่อง ส่วนการเยียวยาต้องเยียวยาถ้วนหน้า เป็นเงินสด ยกเลิกแบบเป็นแอปพลิเคชั่นให้มาเสี่ยงโชคกัน หรือหากใครลดค่าเช่า ก็ให้มาหักภาษีย้อนหลังได้ และคอขวดที่ต้องทลายอีกคือ คอขวดวัคซีน ขณะนี้ต้องเร่งหาวัคซีนmRNA 1-2แสนโดส ให้บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ ฝากส่งท้ายว่า ถ้าไม่ยุบบศบค. ไม่ปรับครม. ก็ถึงเวลาต้องถอยให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหาร ทุกคนรักครอบครัวตัวเอง ถ้าท่านรักครอบครัวของท่าน ให้กลับไปดูแลครอบครัวท่าน ให้คนรุ่นใหม่มาแก้ปัญหา น้ำตาคนไหลมาเป็นน้ำ แต่ถ้าตกถึงพื้นที่ก็ลุกเป็นไฟได้เช่นกัน

ขณะที่ทางด้านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เห็นด้วยกับแนวคิดของนายพิธา และยังชื่นชมว่าไม่เคยทำให้ผิดหวัง พร้อมระบุว่า

ว่าปี 62 ถ้าได้ธนาธรเป็นนายกเราจะไม่พบปัญหาวัคซีน

ปี 64 ถ้าเปลี่ยนให้พิธาเป็นนายกเราจะแก้ปัญหาวัคซีนได้

อย่างไรก็ตามได้มีคอมเม้นต์จากโซเชียลเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส.ส.เจี๊ยบ สามารถแต่งตั้งเอง เลือกเองได้ตามที่ตัวเองชอบใจเลยทีเดียว ที่ผ่านมาผลงานการเลือกตั้งก็พิสูจน์มาแล้ว ถ้าจะได้เป็นนายกฯ คงเป็นไปนานแล้ว พร้อมกลับมาการตั้งคำถามว่า แย่งอยากจะเป็นนายกฯ เห็นประเทศเป็นสมบัติผลัดกันชมหรอ ถึงจะอยากยุบโน้นนี่ ทำอะไรตามใจที่พรรคนี้ชอบ อีกทั้งยังมีการย้อนถามนายพิธาด้วยว่า หากอยากจะยุบศบค. ก็ไม่ผิดหรอก แต่ไม่ใช่เรียกร้องแบบเอาแต่ใจ ไม่พอใจก็ขอให้ยุบ มีแผนรองรับมั้ยหรือมีการวางแผนจะแก้ปัญหาหรือยัง จากคนที่เคยเชียร์ก็ผิดหวัง ที่เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ เคลื่อนไหวแบบเอาแต่ใจ