“ยิ่งชีพ ไอลอว์” แซะสามกีบ สู้ไปก็แพ้ เก็บแรงไว้รอเลือกตั้ง หลังรู้จำนวนจริงที่ร่วมลงชื่อแก้รธน. สุดน้อยนิด ไม่เยอะเหมือนในโซเชียล!!

1095

หลังจากเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ม็อบกลุ่มราษฎรและ 3 นิ้วได้ออกมารวมตัวกันอีกครั้ง โดยครั้งนี้นายปิยบุตร และไอติม พริษฐ์ ได้ออกมาตั้งโต๊ะล่ารายชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ ที่จากเดิมมีคนร่วมลงชื่อใกล้ 50,000 คน แต่เมื่อวันที่ออกมาร่วมม็อบ ปรากฎว่ายอดลงชื่อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งตอนนี้พบว่ามีการลงชื่ออยู่ที่ 91,036 ราย

ล่าสุดทางด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่เคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญคู่ขนานกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก และคณะราษฎร 2563 ร่วมทั้งยังมีส่วนร่วมในแผนการล่ารายชื่อครั้งนี้ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Yingcheep Atchanont ระบุว่า คนที่หดหู่ว่า “ไล่ยังไงก็ไม่ไป” อย่าเพิ่งท้อครับ

กลไกที่คสช. วางเอาไว้ เค้าตั้งใจให้เราท้อ ถ้าเราท้อแล้วถอยก็คือแพ้ไปตามเกมนั้น เราต่างก็รู้ว่าสาเหตุที่ไม่ว่าจะถูกก่นด่าเพียงใด คนโดนไล่ยังไงก็ไม่ออก ก็เพราะ “ออกไม่ได้” การนั่งอยู่โดนด่านั้นไม่ใช่เพียงผลประโยชน์แต่ยังคงเป็นหน้าที่ หน้าที่ต่อเพื่อนพ้องน้องพี่และสิ่งที่เคยยึดถือ จึงต้องนั่งอยู่เพียงเพื่อขวางไม่ให้อำนาจใหม่เติบโตได้ในประเทศนี้ เพื่อให้ระหว่างนั้นพรรคพวกตัวเองก็เอาทุกอย่างได้สบายไป

และเราก็รู้อีกว่า ยิ่งพวกเขาหวาดกลัวมากเท่าไรพวกเขาจะไม่หันหลังหนีไปแต่จะเกาะกันแน่นมากขึ้น ๆ ในเส้นทางนี้เมื่อเขาหวาดกลัวเขาจะทำอะไรผิด ๆ โดยไม่สนใจหลักการ ไม่สนใจภาพลักษณ์ ไม่คิดว่าจะฝากอนาคตแบบไหนไว้ให้ลูกหลาน ทั้งแต่งตั้งน้องชายมาเลือกตัวเองเป็นนายกฯ ทั้งเชิดชูรมต.ค้ายา ทั้งไล่จับไล่ฟ้องคนเห็นต่าง

แต่พอเขายิ่งกล้าทำอะไรผิด ๆ ก็ยิ่งส่งผลให้เขายิ่ง “พัง” เร็ว ที่เคยรักเคยชอบหรือเคยสนับสนุน หรืออาจไม่ได้ชอบเพียงแค่ต้องการยืมมือเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ต่างก็ทยอยถอยห่าง ชัดเจนว่าเจ็ดปีก่อนมีคนรัก คนชอบ คนทนได้มากกว่านี้ นับถึงวันนี้ยิ่งมีน้อยลง ๆ ถ้ารวมพลังได้เรื่อย ๆ และเขาออกอาการกลัวมากขึ้น โอกาสก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น คนที่หดหู่ โกรธแค้น อาจอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน แต่ปรากฏว่าวันนี้มันทำไม่ได้ อาจจะยิ่งเจ็บช้ำเวลาที่เห็นเขากล้าทำอะไรที่มันผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากขึ้น แต่สิ่งนี้ไม่ใช่ความสิ้นหวัง มันเป็นทางออกเลย เพราะทุกความ “พัง” จะส่งผลให้คน “ตื่นรู้” หรือถอยห่างออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ถ้าเราเขย่าอะไรไปได้เรื่อย ๆ ก็ช่วยกระตุ้นเตือนสติคนไปได้มากขึ้นทุกวัน ๆ คนไทยมีตั้งหลายสิบล้าน แต่ละคนอาจจะมองเห็นได้ คิดได้ จากเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป ไม่มีอะไรหนึ่งอย่างที่แล้วสำเร็จเสร็จสิ้นได้ทุกเรื่องในไม้เดียว เราต่างรู้แล้วว่าพวกเขาต้องการอยู่อย่างน้อย 20 ปี ซึ่งก็อาจนานเท่ากับช่วงชีวิตของพวกเขาที่เหลืออยู่ ดังนั้น ถ้าพวกเขาไปไม่ถึงระยะเวลานั้น ก็คือความพ่ายแพ้ และเค้าไปไม่ถึงแน่ ๆ

ไม่ว่าคนจะโกรธแค้นหรือเก้าอี้จะแน่นหนาเพียงใด อีกไม่เกินสามปี พลพรรคผู้ปกป้องทั้ง 250 คนก็จะหมดอายุ และอีกไม่เกินสองปีก็ต้องมีเลือกตั้ง เราพร้อมหรือยังที่จะไปถึงวันนั้น ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะแยะมากมาย คนรอบตัวรอบข้างที่ยังไม่รู้จะเลือกอะไร ยังพอทนเลือกคนหน้าเก่าไปได้ ก็มีอยู่อีกหลายล้านคน

เก็บเอาความโกรธวันนี้เป็นพลังงาน ศึกษาข้อมูล มองหาจุดอ่อน ค่อย ๆ อดทนรับฟังและพูดคุย ขอร้อง-ร้องขออย่างเป็นมิตรให้คนข้างกายทำเพื่อลูกหลานและอนาคต นี่คือภารกิจ!

ปี 62 มีคนเลือกพรรคที่ “ไม่เอาประยุทธ์” 16 ล้าน คนเลือกพรรคที่ “เอาประยุทธ์” 8 ล้าน ถ้าวันนี้คนสองคนจับมือกันเดินไปชักชวนคนอีกหนึ่งคนให้ไม่เลือกประยุทธ์ ต่อให้ กกต. จะโกง จะเปลี่ยนสูตรคำนวน จะยุบพรรคฝ่ายตรงข้าม วันเลือกตั้งขอคนอีก 90,000 คนไปเฝ้าหน้าคูหานับคะแนน พวกเขาไม่มีทางกลับมาได้

ที่พูดมาทำจริงโคตรไม่ง่าย แต่ก็ดีกว่าก่นด่าแล้วนอนหดหู่สิ้นหวัง เริ่มทำงานกันได้เลยทุกคน ลงมือวันนี้ มีเวลาให้เรียนรู้กันเกือบ ๆ สองปี แล้วถ้าพลาดบ้าง เจอเกมการเมืองพลิกผันบ้างก็ไม่เป็นไร อย่าท้อ เริ่มใหม่ ถ้าเรายังมีความหวัง เวลาก็อยู่ข้างเรา ถ้าทุกคนลงมือ ความเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปได้ รักษาตัวและใจ ผ่านภาวะร้ายไปด้วยกันนะครับ ทำงานให้หนัก แล้วให้มันจบในช่วงชีวิตนี้นี่แหละ

อย่างไรก็ตาม การล่ารายชื่อในครั้งนี้ อาจจะไม่ได้เป็นร่างของประชาชนที่ยื่นเข้าสภา เนื่องจากมีการยื่นร่างคัดค้านไปบ้างแล้ว และในวันที่ 23 มิ.ย. 64 ที่ผ่าน รายชื่อของคณะก้าวหน้ายังไม่ครบ 50,000 ชื่อ นอกจากนี้ยังมีสมาชิกในกลุ่ม 3 นิ้ว เข้าไปสอบถามในกลุ่มหนุนม็อบ ว่าเรามีคนตั้ง 2.3 ล้าน ในกลุ่มนี้ แต่ทำไมไม่ช่วยกันลงชื่อ ทั้งที่ใช้เวลาไม่นาน ทำให้สะท้อนเห็นว่า เวลาที่เกิดกระแสหรือประเด็นอะไรก็ตาม บนโลกออนไลน์ คนกลุ่มนี้ต่างออกมาขับเคลื่อนในจำนวนมาก แต่พอต้องทำอะไรที่เป็นรูปธรรม ปรากฎว่ามีเพียงน้อยนิดที่จะเห็นด้วย