เปิด3เรื่องย้อนแย้ง! จตุพรเองที่ตระบัดสัตย์? ประกาศไม่แตะสถาบัน แต่ก็ทำตามสามกีบ-จะไล่นายกฯจบใน 47 วัน -วันนี้บอกขอ 3 เดือน!

773

เปิด3เรื่องย้อนแย้ง! จตุพรเองที่ตระบัดสัตย์? ประกาศไม่แตะสถาบัน แต่ก็ทำตามสามกีบ – จะไล่นายกฯจบใน 47 วัน -วันนี้บอกขอ 3 เดือน!

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (24 มิถุนายน 2564) ได้มีการชุมนุมของกลุ่มไทยไม่ทน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เดินเท้าจากแยกผ่านฟ้ามาถึงเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก โดย นายนิติธร ล้ำเหลือ พร้อมกลุ่มประชาชนคนไทยที่ปักหลักชุมนุมอยู่ก่อนหน้านี้ ได้ประกาศต้อนรับกลุ่มมวลชนไทยไม่ทน โดยช่วงหนึ่งมวลชนที่นำหน้าโดยนักเรียนอาชีวะ ได้เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรึงกำลังอยู่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ แต่ไม่มีการกระทบกระทั่งใดๆ จากนั้น มวลชนได้กระจายไปตามจุดต่างๆ และปิดพื้นผิวจราจรทั้ง 2 ฝั่ง ของถนนพิษณุโลก และกลุ่มไทยไม่ทนตั้งเวทีใหญ่อยู่บริเวณแยกนางเลิ้ง โดยมีแกนนำสลับขึ้นเวทีปราศรัย

โดยนายจตุพร กล่าวว่า “เราต่อสู้เพื่อต้องการชัยชนะต้องการเปลี่ยนแปลง เพราะเรามองเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ คือภัยคุกคามของประเทศและประชาชน ฉะนั้นตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เราเดินทางมายื่นหนังสือถึง 4 ครั้งไม่มีความหมายได้ไม่เคยคิดแก้ไขปัญหาภายใต้สถานการณ์โควิด “วันนี้พี่น้องมาเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มากพอที่จะจัดการกับ พล.อ.ประยุทธ์ ตนมาครั้งนี้ไม่ต้องการความสะใจและไม่จบในวันนี้ แต่ไม่เกิน 3 เดือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะต้องไป การสู้กับรัฐบาลที่มีเล่ห์เพทุบาย เราต้องใช้สมองมากกว่าความรู้สึก ไม่มีความขลาดกลัว ไม่ชนะวันนี้ก็ต้องชนะวันต่อไป ตนเกิดมาไม่เคยเจอรัฐบาลไหนที่โง่และหน้าด้าน ถ้ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีความรู้สึกรู้สาในการแก้ไขปัญหาชาติ”

และนายจตุพร ได้กล่าวต่อว่า เราไม่เคยมีปัญหาใดเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ระหว่างเราเป็นเรื่องของประเทศชาติ ขอนัดหมายมวลชนว่าวันที่ 26 มิ.ย.นี้ เวลา 16.00 น. พบกันที่เดิมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และขอให้พี่น้องมาให้มากกว่าเดิมเพื่อจะไล่ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าเอาความรู้สึกว่าวันนี้มาแล้วต้องชนะ วันนี้ไม่ใช่การถอย แต่ไม่อยากให้มีคนมาสร้างสถานการณ์ เพราะเรารู้ว่ามีการปฏิบัติการอะไรบางอย่าง

หากย้อนไปเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา นายจตุพร ได้เปิดเวที “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่จะไม่แตะเรื่องสถาบันฯ และ ม.112

จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน ก็ได้ประกาศยุติการชุมนุมชั่วคราวโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน นายไทกร พลสุวรรณ อดีต แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบ ทักษิณ ฯลฯ ได้จัดเวทีปราศรัย ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

โดย เป็นการชุมนุมวันสุดท้าย ก่อนหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ ก่อนการชุมนุมจะเริ่ม ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประสาน รพ.ตำรวจ เข้ามาตั้งจุดสุ่มตรวจโควิด-19 บริเวณพื้นที่ด้านหลังเวทีปราศรัยติด สน.ชนะสงคราม ด้วยวิธีเจาะเลือดปลายนิ้ว หรือ แรบบิทเทส จำนวน 200 ชุด โดยสุ่มตรวจให้กลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุม และมีแกนนำ อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก เข้าร่วมตรวจด้วย

ขณะเดียวกัน บริเวณจุดคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่ชุมนุมได้เพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจวัดอุณหภูมิ และบริการเจลแอลลกอฮอล์ ล้างมือให้กับมวลชนที่เดินทางเข้าพื้นที่ ทั้งเน้นให้ใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด

ต่อมา เมื่อเวลา 17.30 น. นายจตุพร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมแกนนำ โดยกล่าวกับมวลชนใจความว่า สถานการณ์ โควิด-19 มักจะมาพร้อมกับการชุมนุมทุกครั้ง เมื่อเกิดระบาดขึ้นมาอีก เราจึงไม่สวนกระแส ด้วยการยุติการชุมนุม เพื่อแสดงวุฒิภาวะให้เหนือกว่าคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทำงานแบบไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยให้มีการระบาดถึง 3 รอบ ทั้งที่มีอำนาจอยู่ในมือ แม้ไม่เคยปรากฏว่า การระบาดของโรคโควิด-19 เกิดจากการชุมนุม แต่ถ้าเราไม่หยุดเราจะต้องตกเป็นจำเลยสังคม

และได้กล่าวต่อว่า วันนี้ตนได้เซ็นมอบอำนาจให้ทนายความไปดำเนินคดีกับนายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนฯ ที่มาร้องทุกข์ กล่าวโทษว่าตน มีความผิดตาม ม. 112 โดยแจ้งความกลับไป 3 ข้อกล่าวหา คือ หมิ่นประมาท แจ้งความเท็จ และความผิดตาม ม. 112 เพราะตนกล่าวถึง พล.อ ประยุทธ์ ไม่ได้กล่าวถึงสถาบัน ซึ่งการดำเนินคดีครั้งนี้ทำเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะรู้ว่า ขณะนี้กลไกรัฐพยายามจะเล่นงานกลุ่มสามัคคีประชาชน โดยพยายามบิดเบือนว่าเป็นขบวนการล้มเจ้าทั้งที่เรามาเรื่องเดียว คือ ไล่ พล.อ.ประยุทธ์

การมาชุมนุมที่สวนสันติพร เราไม่ได้ต้องการ ให้คนมาร่วมเป็นจำนวนมาก หากต้องการระดมคนนับหมื่นนับแสนไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องการสื่อสารไปยังคนไทยว่า ถ้าไม่ทำอะไร พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ไปอย่างน้อย 6 ปี ใครจะเคลื่อนไหวอย่างไรเราจะไม่ไปขัดแย้งกัน กลุ่มตนเพียงแค่ต้องการไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ใครจะสู้แบบอื่นเป็นเสรีภาพ เพราะขณะนี้กลุ่มสามัคคีประชาชนก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว 28 คน ข้อหาขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากสถานการณ์โควิด ยังไม่คลี่คลายช่วงหลังสงกรานต์ จะปรับจากการชุมนุมมาเป็นปราศรัยผ่านโซเชียลมีเดีย หรือ อาจเชิญสื่อมวลชนมารับฟังการแถลงข่าว หมู่มิตรของเราบางคนขณะนี้รอฟังคำพิพากษาศาลฎีกาบางส่วน รอทำความเข้าใจกับประเด็นการเคลื่อนไหวของเราก็ไม่เป็นไรเพราะเราพร้อมที่จะออกมาก่อนล่วงหน้าหลากหลายเรื่อง พล.อ เอกประยุทธ์ ได้ตระบัดสัตย์ นี่จึงเป็นเวลา ที่ประชาชนต้องลุกขึ้นมาจัดการ ส่วนการนัดหมายอย่างไรนั้น ให้อดทนรอคอย อีกไม่นาน ฉันทามติจากประชาชน ที่จะให้เราลุกฮือทั้งแผ่นดินก็จะบังเกิด วันนั้นก็เป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องไป ขอร้องคนที่อยู่ฝั่งเดียวกันเลิกยึดติดกับเรื่องหยุมหยิมและให้มองไปข้างหน้า ว่า เราจะสู้กันเพื่ออะไร จะเคลื่อนไหวแนวทางใด

จากนั้นได้ทิ้งท้ายว่า “ช่วงสงกรานต์นี้ขอให้กลับไปคิด ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ อย่าหวังว่าจะได้แก้ รธน.แม้มาตราเดียวก็ไม่ได้ วันนี้เป็นวันดี เพราะครบรอบ 29 ปี ที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อยู่ได้เป็นแค่ 47 วัน ขอบอก พล.อ.ประยุทธ์ ว่าให้นับจากวันนี้ คุณจะอยู่ได้ไม่เกิน พล.อ.สุจินดา แน่นอน”

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ก่อนหน้านี้ นายจตุพร ได้ออกมายืนยันว่าจะไม่มีการแตะเรื่องของสถาบัน จะเป็นการชุมนุมเพื่อขับไล่พลเอกประยุทธ์เท่านั้น

แต่เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา นายจตุพร ได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ ต่อรัฐบาล เรียกร้องนายกลาออกจากตำแหน่งในทันที เพื่อให้รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีความสามารถมาแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองในสถานการณ์วิกฤตตามครรลองประชาธิปไตย หลังจากนั้นพันธกิจของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย แก้ไขเศรษฐกิจผูกขาด ฉีดวัคซีนฟรีทั่วประเทศ และตั้งกรรมาธิการพิเศษปรับปรุงสถาบันต่างๆ ในรัฐสภา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

และยังได้กล่าวว่า ในการชุมนุมในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เป็นยุทธการ แม่น้ำ 100 สาย โดยจะใช้แผนพิฆาตฟ้าทะลายโจร จัดการพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนจะไม่รอถึง 120 วัน เพราะตนไม่เชื่อคำพูดของพลเอกประยุทธ์ ทั้งนี้ยังได้บอกว่า ชะตาของพลเอกประยุทธ์ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 มิถุนายน ในฐานะนายกรัฐมนตรี

โดยเมื่อวานนี้ (24 มิถุนายน 2564) กลุ่มไทยไม่ทนได้มีมวลชนมาร่วมไม่เกิน 300 คน และได้สั่งถอยเนื่องจากมวลชนไม่มากพอ และนัดชุมนุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่า นี่คือความย้อนแย้งของนายจตุพร ที่เราจะเห็นได้จากการเคลื่อนไหวเมื่อครั้งที่แล้ว เช่นเรื่องของการที่ออกมาประกาศว่า จะไม่แตะสถาบัน แต่สุดท้ายก็ยื่นข้อเรียกร้องว่าให้ปรับปรุงสถาบัน เหมือนเป็นการเลี่ยงคำพูดทั้งๆที่มีเป้าหมายเดียวกันกับม็อบสามกีบที่มีเป้าหมาย “ปฏิรูปสถาบันฯ” นี่คือความย้อนแย้งของผู้นำมวลชนที่วันนี้ หมดราคาแล้ว แล้วมวลชนยังจะลงเชื่ออยู่หรือไม่ ก็ลองพิจารณาดู