มะกันกว่า 1.5 ล้านคนกลายเป็นคนไร้บ้านถาวร!?!ระบาดโควิดเศรษฐกิจถดถอยทำยากจนไร้บ้านพุ่ง เฉพาะแคลิฟอร์เนีย 160,000 ราย

719

คุณลองนึกภาพออกว่าการไม่มีบ้านจะเป็นอย่างไร? สำหรับชาวอเมริกันจำนวนมาก นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องจินตนาการเพราะเป็นเรื่องจริงในชีวิตประจำวัน ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามีคนเร่ร่อนในประเทศนี้กี่คน แต่การประมาณการล่าสุดวันที่ 21 มิ.ย.คนอเมริกันมากกว่า 1.5 ล้านคนกำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้านถาวร และสภาวะเช่นนี้กำลังเพิ่มขึ้น แม้ว่าสหรัฐฯจะมีคนรวยมากมายเพียงไร คนอเมริกันธรรมดาที่ยากจนมากขึ้น ก็จะต้องถูกบังคับให้ออกไปอยู่ตามท้องถนนอย่างไม่อาจต้าน  ในแต่ละวันที่ผ่านไป มีคนเร่ร่อนในสหรัฐเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด แต่ในปี 2564 นี้มันกำลังกลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่อย่างรวดเร็ว

น่าแปลกที่รัฐที่มีปัญหามากที่สุด กลับเป็นรัฐที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ ปัจจุบันมีคนไร้บ้านอย่างน้อย 160,000 คนอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย แม้ว่าหลายคนเชื่อว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการนั้นต่ำกว่าความเป็นจริง  จำนวนคนไร้บ้านในรัฐเพิ่มขึ้นเป็นเวลาหลายปี และโรคระบาดเกิดขึ้นก็ตามมา 

สภาพริมถนนที่มีเต็นท์เรียงรายไปด้วยข้าวของกระจัดกระจายไปทั่ว ชายผู้ไม่อาบน้ำมากว่าสิบปี หญิงชราวัย 80 ปี ที่เลี้ยงตัวเองไม่ได้ คนที่ใช้รถไฟใต้ดินหลับนอนเพราะรถไฟเป็นที่ที่ปลอดภัยกว่าที่อื่นๆ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ปัญหาคนไร้บ้านในแคลิฟอร์เนียอยู่เหนือการควบคุมมานานหลายทศวรรษ ต่อมาคือ เมื่อโควิด-19ระบาดในเมืองต่างๆ ของแคลิฟอร์เนีย เมืองเต็นท์ได้ปรากฏขึ้นทุกหนทุกแห่งในทุกวันนี้ 

ซานฟรานซิสโกเป็นหนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลกvตามรายงานของ San Francisco Chronicle จำนวนเต็นท์แคมป์เพิ่มขึ้น 70%ในช่วงการระบาดใหญ่

ย่านใจกลางเมืองลอสแองเจลิส ขึ้นชื่อเป็นแหล่งประชากรไร้บ้านจำนวนมาก แต่การระบาดใหญ่ การปิดตัวลง และการกักตัวทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปทั่วทั้งเมือง แคมป์ปรากฏขึ้นในลานจอดรถ สวนสาธารณะในละแวกใกล้เคียง และนอกโรงเรียน ไม่เพียงแต่ในลอสแองเจลิสเท่านั้น แต่ยังรวมถึงส่วนอื่นๆ ของรัฐด้วย

สิ่งต่างๆ จะเลวร้ายเพียงใดเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มดิ่งลงแบบกระจุยจริง ๆ ? วิกฤตคนเร่ร่อนยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วบนชายฝั่งตะวันออกเช่นกัน เช่นในนิวยอร์กซิตี้ หลายคนกังวลเกี่ยวกับ การเพิ่มขึ้นคนไร้บ้านในไทม์สแควร์ 

การไหลบ่าของผู้คนไร้บ้านในย่านเฮลซ์คิดเช่น (Hell’s Kitchen) ของแมนฮัตตันหลังจากนิวยอร์กซิตี้ ทำการเคลื่อนย้ายคนไร้บ้านอย่างฉุกเฉินเพื่อบรรเทาความแออัดในที่พักพิง คือวิถีชีวิตที่แพร่ระบาดในละแวกนั้นตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว

ขณะนี้ โรคระบาดกำลังจางหายไป ชาวนิวยอร์กจำนวนมากค่อนข้างกระตือรือร้นที่จะให้คนไร้บ้านออกจากไทม์สแควร์ไป เนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มที่จะเดินทางกลับมาแล้ว การเห็นคนเร่ร่อนจำนวนมาก นอนอยู่ตามท้องถนนนั้นไม่ดีต่อธุรกิจ ทั้งยังเป็นการจุดชนวนให้เกิดอาชญากรรมรุนแรงขึ้นอย่างมากในพื้นที่ไทม์สแควร์

เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีคดีอาญาเพิ่มขึ้น 183% และโจรกรรมเพิ่มขึ้น 173% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปี 2020 ตามข้อมูลของสำนักงานตำรวจนิวยอร์ก (The New York City Police Department:NYPD) ในภาคกลางของสหรัฐฯ ได้แก่ดัลลัส ค่ายผู้ไร้บ้านขนาดใหญ่ถูกย้ายออกจากพื้นที่ โดยทางการเมื่อไม่นานนี้เอง หลังจากชาวบ้านผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง ร้องเรียนว่าคนเร่ร่อนทำให้สุขภาพและความปลอดภัยของพวกเขาตกอยู่ในอันตราย

ความจริงแล้ว ไม่มีใครต้องการค่ายคนจรจัดในละแวกใกล้บ้าน แต่คนจรจัดเหล่านั้นควรไปที่ไหนได้? พวกเขาต้องมีที่อาศัยหลับนอน

ขณะนี้การพักชำระหนี้ การขับไล่จากที่พักอาศัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศกำลังจะสิ้นสุดลงในสองสัปดาห์ข้างหน้า  เพราะอีกไม่นานชาวอเมริกันอีกหลายล้านคนอาจถูกบังคับให้ออกไปตามท้องถนน ผู้เช่าหลายล้านรายเผชิญกับการถูกไล่ออก

ชาวอเมริกัน 5.7 ล้านคน หรือเกือบ 14% ของผู้เช่าทั้งหมดทั่วประเทศ ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าบ้านได้ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา การศึกษาโดย National Equity Atlas เปิดเผยว่าผู้เช่าเป็นหนี้ค่าเช่าเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญ โดยผู้มีรายได้น้อยเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

รายงานของ  USA Todayเปิดเผยว่าคนไร้บ้านมากกว่า 1,300 คนเสียชีวิตในลอสแองเจลิสเคาน์ตี้เพียงแห่งเดียวในปี 2020

วิกฤตการณ์ในแคลิฟอร์เนียได้ทิ้งร่องรอยแห่งความตายไว้ เพราะคนไร้บ้านไม่น้อย เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด ความรุนแรง หรือความเจ็บป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาที่สะสมอยู่เรื่อยๆ บ้างมาจากการฆ่าตัวตาย คนเหล่านี้เสียชีวิตบนทางด่วน ริมทางเท้า ในตรอก โรงพยาบาล และยานพาหนะ 

ในช่วงการระบาดใหญ่ รัฐบาลกลางได้กู้ยืมและใช้เงินหลายล้านล้านล้านเหรียญ และธนาคารกลางสหรัฐได้สูบฉีดเงินหลายล้านล้านล้านเหรียญเข้าสู่ระบบการเงิน และความทุกข์ทรมานยังคงเป็นของผู้ที่อยู่ล่างสุด ของห่วงโซ่อาหารทางเศรษฐกิจยังคงเพิ่มขึ้นอีกมาก 

ไม่ว่าผู้นำสหรัฐฯจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร  วิกฤติคนเร่ร่อนในสหรัฐฯดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจำนวนมากของสหรัฐฯยังคงจะต้องนอนอยู่บนถนนในคืนนี้ และอีกหลายคนจะต้องเข้าร่วมในเวลาอีกไม่นานนัก???