ดีอีเอส จับตา “กลุ่มจตุพร” ไลฟ์ไล่นายกคืนนี้ จ่อเอาผิดพรบ.คอมพ์ ขณะ ผบช.น.เผย 3ม็อบ พรุ่งนี้ไม่ค้างคืน!?

1150

ดีอีเอส จับตา “กลุ่มจตุพร” ไลฟ์ไล่นายกคืนนี้ จ่อเอาผิดพรบ.คอมพ์ ขณะ ผบช.น.เผย 3ม็อบ พรุ่งนี้ไม่ค้างคืน!?

จากกรณีในวันที่24 มิถุนายน 2564 จะมีการชุมนุมของกลุ่มไทยไม่ทน ที่นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหว เพื่อขับไล่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมกับมีข้อเรียกร้องในการปรับปรุงสถาบัน ซึ่งในการชุมนุมในครั้งนี้จะมีหลายกลุ่มที่เข้าร่วมชุมนุม

ต่อมาทางด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ​และสังคม กล่าวถึง กลุ่มไทยไม่ทนนัดเฟชบุ๊ก​ไลฟ์ พบกัน 19.00 ก่อนนัดชุมนุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (24/6/64)​ ว่า กระทรวงได้จับตาสื่อโซเชี่ยล​มิเดียกรณีดังกล่าวหลังจากนี้หากมีการใช้ข้อความอันเป็นเท็จทำให้บ้านเมืองเสียหายและประชาชนตื่นตระหนก​ หรือเข้าข่ายความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์2560 ทางกระทรวงจะดำเนินการรวบรวมหลักฐานและปิดกั้นตามอำนาจที่มีจึงขอให้ทุกคนระมัดระวัง

ซึ่งนายชัยวุฒิ ได้กล่าวต่ออีกว่า การเคลื่อนไหวทางการเมือง จะเอาความสะใจไม่ได้ต้องคิดว่าจะทำให้บ้านเมืองเสียหายหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ใครกำลังเดินหน้าแก้ไขปัญหาโควิด 19เพื่อเปิดประเทศให้เร็วที่สุด ทุกคนจึงต้องร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด หากมารวมตัวจำนวนมาก และเกิดการแพร่ระบาดเท่ากับเป็นการซ้ำเติมให้ประเทศ​เสียหายมากขึ้นรัฐบาลจะยิ่งลำบากในการควบคุมสถานการณ์​จึง ขอให้ผู้ชุมนุมคิดถึงบ้านเมือง เดินหน้าเพื่อเปิดประเทศให้ได้

ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และโฆษก บช.น., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ร่วมกันแถลงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองนัดชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ทำเนียบรัฐบาลในวันพฤหัสบดีที่ 24 มิ.ย. ว่า

เรื่องที่ 1.แจ้งให้ประชาชนรับทราบการจัดการชุมนุมหรือจัดกิจกรรมต่างๆ ในห้วงเวลาและสถานที่ต่างๆ การจัดกิจกรรมเหล่านั้นอาจกระทบต่อการสัญจรไปมาของประชาชนจะได้หลีกเหลี่ยงการชุมนุม

2.เพื่อให้ทุกฝ่ายทราบว่าการจัดการชุมนุมต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และ กรุงเทพฯมีการประกาศฉบับที่ 33 ควบคุมการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ดังนั้นการจัดกิจกรรมอาจขัดต่อกฎหมายหรือประกาศที่เกี่ยวข้อง

3.แนวทางการปฏิบัติเน้นรักษาความเรียบร้อยเป็นหลักและปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค สำหรับการตั้งเครื่องกีดขวางหากไม่จำเป็นจะไม่ตั้ง เนื่องจากอาจกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชน แต่หากพิจารณาว่าการชุมนุมมีความวุ่นวายกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การรักษาความปลอภัยของสถานที่สำคัญก็จะตั้ง

4.การชุมนุมหากพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินคดีทุกราย ส่วนแกนนำบางส่วนที่อยู่ระหว่างการประกันตัวของศาลปล่อยตัวชั่วคราวที่มีการกำหนดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราวให้ปฏิบัติตามนั้นด้วย หากพบการกระทำความผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ศาลพิจารณาต่อไป จะเข้าข่ายหรือไม่อยู่ที่การชุมนุมพรุ่งนี้ เพราะเงื่อนไขกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

โดยขณะนี้ มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมรวมทั้งหมด 217 คดี แบ่งเป็นการชุมนุมคดีทั่วไป 164 คดี คดีความมั่นคง 53 คดี การสอบสวนอยู่ระหว่างชั้นพนักงานสอบสวนและส่งให้อัยการบางส่วน ส่วนคดีที่ส่งให้ศาลเป็นคดีการชุมนุม 19 คดี และคดีคดีความมั่นคง 11 คดี

บช.น.ย้ำเตือนการชุมนุมครั้งนี้ กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้จัดการชุมนุม ผู้เข้าร่วมชุมนุม จะมีความผิดตามข้อกำหนดตามมาตารา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯฉบับที่ 24 ลงวันที่ 19 มิ.ย.64 ประกับประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับความมั่นคง ฉบับที่ 5 วันที่ 5 พ.ค.64 ประกอบประกาศกรุงเทพฯฉบับที่33และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ยังผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ ผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษตามกฎหมาย ผู้ชักชวนให้มารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นทางโซเชียลหรือทางหนึ่งทางใดก็ตามถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด ผู้จัดเวที เครื่องเสียง รถสุขา ผู้สนับอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใดถือเป็นผู้ร่วมทำผิด สรุปภาพรวมคดีความมั่นคง รวมแล้ว 217 คดี พนักงานสอบสวนสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 159 คดี คงเหลือระหว่างการสอบสวน 58 คดี กรณีที่ผู้ชุมนุมเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพนักงานสอบสวนหรือชั้นศาลโดยมีเงื่อนไขการปล่อยตัวห้ามกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในลักษณะที่เคยกระทำผิดมาก่อน ห้ามเข้าร่วมชุมนุมลักษณะที่อาจก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามพกพาอาวุธเข้าพื้นที่ชุมนุม ห้ามทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระกหว่างการชุมนุมเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่ผู้ต้องหาหรือจำเลย หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขเป็นเหตุให้พนักงานอสบสวนร้องขอต่อศาลเพื่อถอนประกัน ยืนยันว่า บช.น.จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดทุกราย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการชุมนุมยืดเยื้อหรือค้างคืนหรือไม่ ผบช.น.ตอบว่า เบื้องต้นทราบว่าจะยังไม่มีการค้างคืน ถามอีกว่า แต่ถ้าการชุมนุมมีผลกระทบต่อประชาชนเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ยืนยันตำรวจมีความพร้อมในการรักษาความสงบ ถามต่อว่าจะมีการใช้กำลังหรือไม่ เขาตอบว่าตำรวจจะไม่ใช้กำลังถ้าไม่จำเป็น อย่างที่ชี้แจงการใช้กำลัง การชุมนุมวุ่นวายหรือไม่ การชุมนุมกระทบต่อคความปลอดภัยของประชาชนไหม กระทบต่อทรัพย์สินไหม ถ้าเข้าเงื่อนไขตำรวจก็ต้องดำเนินการ เบื้องต้นยังไม่พบการข่าวที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้ความรุนแรง และเชื่อว่าการชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อ