“อัษฎางค์” ฟาดกลับอันธพาลโซเชียล ถล่ม “ปลาวาฬ” รู้ข้อมูลไม่จริง เก่งแต่วิจารณ์ ชื่นชมความคิดสู้เพื่อปกป้องชาติ สถาบันฯ

1832

ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องราวที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ โดยอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง ที่ล่าสุดได้เขียนถึงประเด็น ปลาวาฬ เจ้าของศรีพันวา ถูกโจมตีอย่างหนักผ่านโลกออนไลน์ จากการพูดถึงม็อบฯ และต่อว่าแกนนำ เมื่อวันที่ 19 กันายน 2563 ที่ผ่านมา

โดยระบุถึงเรื่องนี้ว่า “ทำให้ตัวเองรอบรู้ แต่ความจริงเด็กพวกนี้สมองกลวง ไม่เคยค้นหาข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่ชอบเสพข่าวเท็จไปวันๆ”

” ปลาวาฬ อิสสระปลาวาฬบ่นม๊อบ 19 กันยา ออกอากาศเป็นภาษาอังกฤษ เลยมีเด็กแห่ไปถล่ม หนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุสิบกว่าขวบไปแขวะปลาวาฬว่า ภาษาอังกฤษห่วย !

มันเป็นการแสดงให้เห็นว่าเด็กพวกนี้ที่ชอบอวดว่าตัวเองมีเครื่องมือไฮเทคติดตัว ทำให้ตัวเองรอบรู้ เพราะเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกง่ายดาย แต่ความจริงเด็กพวกนี้สมองกลวง ไม่เคยค้นหาข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่ชอบเสพข่าวเท็จไปวันๆจึงไม่เคยรู้ว่า ปลาวาฬ อิสสระ คนนี้คือคนรุ่นใหม่(ตัวจริง) ที่ไปเรียนหนังสือที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่ 10 ขวบ ต่อด้วยอเมริกา และสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งแปลว่าภาษาอังกฤษดีมาก ดีมากๆ ผมฟังที่ปลาวาฬ บ่นออกอากาศเป็นภาษาอังกฤษแล้วบอกได้เลยว่า ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษดี แต่สำเนียงเนทีฟอิงลิช คือพูดสำเนียงเหมือนเจ้าของภาษาแท้ๆ เลยพวกเด็กมีสีทั้งหลายยังเหิมเกริมประกาศแบน ศรีพันวา ของปลาวาฬ โดยไม่มีความรู้อีกเช่นเคยว่า ศรีพันวา ไม่ใช่สินค้าใน 7/11 ปากซอยแต่ศรีพันวาคือ โรงแรม 5 ดาว แบรนด์ไทยแท้ ระดับโลก ที่ได้รับการโหวตให้เป็น 1ใน 100 ของโรงแรมสุดหรูของโลก รวมทั้งเป็นหนึ่งในสามของบีชบาร์ที่ดีที่สุดของโลก

และได้รับรางวัลให้เป็น โรงแรมที่วิวดีที่สุดในโลกทำให้มีโอกาสได้ต้อนรับบุคคลที่มีชื่อเสียงของโลกมาแล้วมากมาย อาทิ เคนนี่ จี,โรเบิร์ต เฮช เบิร์นและเชฟ กอร์ดอน แรมซี่ย์ไอ้การที่จะแบนศรีพัน อยากถามว่า แบน จากใครแบนสินค้าโดยเด็กที่เกิดมายังไม่เคยขึ้นเครื่องบิน ไม่เคยสัมผัสเท้าก้าวย่างเข้าไปในโรงแรม 5 ดาวระดับโลก อย่างนั้นหรือ?ไม่มีปัญญาได้ใช้บริการจากเขา แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปแบนปลาวาฬบอกว่า เขาไม่เคยอยากจะคอมเมนต์เรื่องการเมือง ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่การที่ม็อบที่แอบอ้างว่ารวมตัวกันประท้วงรัฐบาล เพื่อประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เห็นมีแต่การจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทำให้เขาหมดความอดทน

มีเรื่องหนึ่งที่ผมฟังปลาวาฬพูดแล้ว อยากเอามาขยายความ…ปลาวาฬพูดว่า เขาภูมิใจในความเป็นคนไทย ภูมิใจในประเทศไทยที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร

ผมเชื่อว่าเด็ก ๆ ที่ไม่เคยมีโอกาสไปเรียนต่างประเทศคงไม่มีโอกาสสัมผัสเรื่องราวความภูมิใจที่ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครแน่นอน ตอนตัวผมเองมาเรียนที่ออสเตรเลียใหม่ ๆ ตอนเรียนภาษาอังกฤษต้องเจอกับนักเรียนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีอยู่วันหนึ่งพวกเราสนทนากันถึงเรื่องราวของประเทศของเพื่อนร่วมชั้นเรียนแต่ละคน

มีเด็กคนหนึ่งบอกว่าประเทศเขาพูดภาษาสเปนอีกคนบอกว่าประเทศเขาพูดโปรตุเกสอีกคนบอกว่าประเทศเขาพูดฝรั่งเศสฯ

แล้วมีอีกคนถามผมว่าแล้วประเทศยูพูดภาษาอะไร?

ผมตอบว่าภาษาไทย

เพื่อนต่างชาติอีกคนถามต่อว่า

ไม่ใช่ฉันไม่ได้หมายถึงภาษาของชนชาติแต่เป็นอีกภาษาภาษาของประเทศเจ้าอาณานิคมของประเทศยูนะ

ผมตอบว่า…

ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของในฝรั่งชาติใดเลย

ที่นี่คนที่นั่งอยู่รอบข้างทั้งหมดหันมาที่ผมและพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า

อะไรนะ!

ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมฝรั่งชาติใดเลย!

ล้อเล่นรึป่าว

ผมตอบสั้น ๆ ว่า…ใช่…ไม่เคย

มีอีกคนหนึ่งพูดว่า…

เป็นไปได้ยังไง!

ถ้ายูมาจากญี่ปุ่นฉันจะไม่แปลกใจเลย

แต่ประเทศไทย!!!

ไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจที่พัฒนาแล้วนิ

แล้วประเทศยูรอดมาได้ยังไง

แหม…เข้าทาง

ถ้าถามผมเรื่องอื่นผมอาจตอบไม่ได้

แต่ถามเรื่องประวัติศาสตร์…ตอบได้ยาวเลย

ผมเล่ายาวนะแต่สรุปสั้น ๆ ว่า

เรารอดจากการเป็นอาณานิคมมาได้เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักและมีพระปรีชาสามารถมาก เพื่อนต่างชาติอึ้งทึ้งพร้อมใจกันยกย่องว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดานะที่รอดมาได้ต้องเก่งและทำงานหนักสุด ๆ จริง ๆ และความเข้าใจเดิม ๆ ของเขาคือเกือบทั้งโลกเคยตกเป็นอาณานิคมมาแล้วทั้งสิ้นจะยกเว้นก็เฉพาะประเทศอย่างจีนญี่ปุ่นเท่านั้น วันนั้นผมแบกความภาคภูมิใจกลับบ้านด้วยหัวใจพองโตอย่างที่ไม่เคยคิดว่าการที่เราไม่เคยตกเป็นอาณานิคมเป็นเรื่องที่ทำให้เพื่อนต่างชาติทั้งอึ้งและทึ้งและมันน่าภาคภูมิใจได้ขนาดนี้