ข้าวไรซ์เบอรี่ไทยแจ่มแจ๋ว!?!คว้ารางวัลเหรียญทองแดง งานประกวดFine Groceryที่ฝรั่งเศส เจาะตลาดพรีเมี่ยมฉลุย

1630

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์  แจ้งข่าวดีเปิดเผยว่า “ข้าวไรซ์เบอรี่ไทย” คว้ารางวัลเหรียญทองแดงในงานประกวด Fine Grocery ของฝรั่งเศส ระบุจะส่งผลดีทำให้เกิดความเชื่อมั่น ตลาดพรีเมี่ยมรู้จักข้าวไรซ์เบอรี่ไทยดีขึ้น และกระตุ้นยอดจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ไทยส่งออกได้มากขึ้นด้วย

วันที่ 19 มิ.ย.2564 นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ว่าข้าวไรซ์เบอร์รี่ของไทย ซึ่งบริษัท Naga-Gold ผู้นำเข้าข้าวไทยพรีเมี่ยมในฝรั่งเศส ได้ส่ง”ข้าวไรซ์เบอร์รี่”เข้าประกวด และได้รับรางวัลในงานประกวดสินค้า Fine Grocery ต่างชาติในงาน Epicures 2021 โดยได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัล สามารถนำตรารางวัลดังกล่าวติดบนฉลากสินค้า บนเว็บ หรือหน้าร้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ทำให้ช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายสินค้าให้สูงขึ้นได้

โดยในการประกวด ผู้เข้าประกวดจะต้องนำเสนอสินค้าต่อกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้ซื้อจากบริษัทต่าง ๆ ผู้ประกอบการจำหน่าย Fine Grocery เชฟที่มีชื่อเสียง สื่อมวลชน เป็นต้น ซึ่ง Mr.Didier Delannée ผู้นำเข้าข้าวไทยพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์ Naga-Gold ได้ส่งข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่บริษัทนำเข้าจากเชียงรายเข้าประกวด และได้รับรางวัลเหรียญทองแดงในหมวด Fine Grocery ผลิตภัณฑ์เพื่อการปรุงสุก

โดยมีผู้ได้รับรางวัลในหมวดดังกล่าว ประกอบด้วย 

1.รางวัลเหรียญทอง 2 รางวัล (ผลคะแนนเสมอกัน) คือ ตับห่านฟัวกราส์โดยแบรนด์ Délice de Saint Orens และเครื่องเทศสำหรับทำ Tajine ลูกพรุนและแอปริค็อต จากแบรนด์ Bidaian 

2.รางวัลเหรียญเงิน 1 รางวัล ข้าวแดงฝรั่งเศสผสมเครื่องเทศและสมุนไพรพร้อมหุงจากแบรนด์ Maison Telme และ 

3.รางวัลเหรียญทองแดง 1 รางวัล ข้าวไรซ์เบอร์รี่จากแบรนด์ Naga-Gold ประเทศไทย

สำหรับบริษัท Naga Gold เป็นบริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายข้าวคุณภาพระดับพรีเมียมจากไทยนานาชนิด เช่น ข้าวหอมมะลิ (ขาวดอกมะลิ 105) ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมมันปูข้าวหอมมะลิสีนิล และข้าวหอมปทุมธานี (ข้าวเจ้าหอมคลองหลวง 1) โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2554 โดย Mr. Didier Delannée ประธานผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท ได้เคยอยู่อาศัยและประกอบอาชีพในไทย ตลอดจนได้ศึกษาเกี่ยวกับข้าวไทยคุณภาพสูงชนิดต่าง ๆ และภายในเวลาเพียง 4 ปี ข้าวแบรนด์ Naga Gold สามารถเข้ามาครองพื้นที่บนชั้นวางสินค้าในห้างค้าปลีกสินค้าอาหารพรีเมียมชื่อดัง เช่น La Grande Épicerie ของห้างสรรพสินค้า Le Bon Marché กรุงปารีส และในร้านค้าปลีกสินค้าอาหารคุณภาพสูงทั่วประเทศ นอกจากนี้ Naga Gold ยังจำหน่ายข้าวหอมมะลิชั้นดีให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร และเชฟที่มีชื่อเสียงระดับมิชลิน

ด้านนายวรวุฒิ สมหวังประเสริฐ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) กล่าวว่า การที่ผลิตภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ไทย ที่บริษัท Naga-Gold เป็นผู้นำเข้าได้รับรางวัล Fine Grocery จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความนิยมในการบริโภคข้าวดั โดยเฉพาะในตลาดเฉพาะกลุ่ม (์Nich Market) ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง และยังจะสร้างภาพลักษณ์อันดีให้กับข้าวไทยในภาพรวม รวมทั้งส่งผลดีทำให้ไทยส่งออกข้าวไรซ์เบอรี่ไปยังฝรั่งเศสได้เพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับงานแสดงสินค้าที่จัดควบคู่กับการประกวดรางวัล Epicures นับเป็นช่องทางการแสดงสินค้าช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีสินค้า Fine Grocery คุณภาพระดับพรีเมี่ยม เนื่องจากภายในงานแสดงสินค้า จะมีผู้เข้าเยี่ยมชมที่เป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายสินค้า Fine Grocery จากทั่วฝรั่งเศส ตลอดจนเชฟจากร้านอาหารต่าง ๆ และฝ่ายจัดซื้อ Fine Grocery จากห้างสรรพสินค้าพรีเมี่ยม เป็นผู้เข้าร่วม ซึ่งช่องทางดังกล่าวอาจช่วยให้สินค้าอาหารไทยในกลุ่มพรีเมี่ยมสามารถเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสได้เพิ่มขึ้น

การจัดงาน Epicures จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2556 และปัจจุบันเป็นการจัดงานครั้งที่ 8 ณ Pavillon Gabriel ในบริเวณสวน Champs-Élysées กรุงปารีส ฝรั่งเศส โดยการประกวดปีนี้ มีรางวัลทั้งหมด 2 กลุ่มใหญ่ 

กลุ่มแรกเป็นรางวัลมอบให้ผู้จำหน่ายและประกอบการ Fine Grocery แบ่งเป็น 5 หมวด ได้แก่ 1.รางวัล Fine Grocery สำหรับร้านจำหน่ายสินค้า Fine Grocery ฝรั่งเศส 2.รางวัล Fine Grocery ต่างชาติสำหรับร้านจำหน่ายสินค้า Fine Grocery ต่างประเทศ 3.รางวัลร้านที่จำหน่าย Fine Grocery แต่ไม่ใช่สินค้าหลักของร้าน (เช่น ร้านขายเนื้อ หรือขายชีส ที่มีมุม Fine Grocery) 4.รางวัลเว็บจำหน่าย Fine Grocery สำหรับผู้จำหน่ายผ่าน e-commerce 5.รางวัล Concept มอบให้กับผู้ประกอบการที่มีแนวคิดในด้าน Franchise หรือ สิทธิบัตร และส่วน

กลุ่มที่ 2 เป็นรางวัลสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร Fine Grocery 18 หมวด ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์จากผัก 2.ช็อคโกแล็ต 3.ลูกกวาด ลูกอม ของเชื่อม 4.เครื่องปรุง 5.ผลิตภัณฑ์อาหารทะเล 6.ผลิตภัณฑ์กับแกล้ม 7.กาแฟ 8.ขนมหวาน 9.น้ำมัน 10.ผลิตภัณฑ์เพื่อการปรุงสุก 11.Spread คาว และ Foie Gras 12.เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 13.เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล 14.เค้กและบิสกิตหวาน 15.Spread หวานและน้ำผึ้ง 16.ชาและชาสมุนไพร 17.แยม 18.บรรจุภัณฑ์