DESเตรียมมอบ ปอท. ดำเนินการฟ้องเจ้าของสื่อ เอาผิดผู้ละเมิดสถาบันฯ

689

DES เตรียมสั่งฟ้องรอบ 2! สื่อโซเซี่ยล เพิกเฉย ไม่ดำเนินการตามกฎหมายไทย เอาผิดผู้ละเมิดใช้สื่อละเมิดกฎหมาย และสถาบันเบื้องสูงของไทย

สืบเนื่องมาจากที่  ดีอีเอส จะยื่นฟ้องเฟซบุ๊กเพิ่มเติมวันนี้อีกครั้ง ฐานไม่ปิดยูอาร์แอลผิดกฎหมายทั้งที่ยื่นคำสั่งศาลเตือนล่วงหน้า 15 วัน ขณะที่เฟซบุ๊กยื่นอุทธรณ์ศาลขอแก้ไขที่สั่งปิดกลุ่มแรก กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ 2 ยังไม่ยอมปิด 446 ยูอาร์แอล ขณะที่โซเชียลมิเดียรายอื่น เช่นยูทูปและทวิตเตอร์ ดำเนินการให้เกือบทั้งหมดเหลือส่วนน้อยที่ต้องชี้แจงกัน จึงมีคำถามถึงจุดยืนที่แท้จริงของเฟซบุ๊ก เส้นแบ่งหรือหลักการที่แยกแยะผิด-ถูก ชั่ว-ดีขององค์กร ต่อกลุ่มทำผิดกฎหมายไทย อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ฟ้องแน่!! DESแจ้งความเฟซบุ๊ก ไม่ปิดยูอาร์แอลผิดกม.?!? ยื่นศาลเตือนล่วงหน้า 15 วัน พร้อมปิดเว็บพนัน 220 เว็บไซต์

ล่าสุดนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ออกมาแถลงการณ์เพิ่มเติม และเปิดเผยเรื่องของการสั่งฟ้องร้องสื่อ Social Media ต่างๆ โดยยืนยันว่า เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นภายใต้ประเทศไทยก็จะต้องดำเนินตามกฎหมายไทย หากเจ้าของสื่อต่างๆ ไม่ดำเนินการสั่งปิดตามที่ร้องขอ ก็จะมีการดำเนินตามกฎหมายต่อไป

โดยเป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎหมาย และหากฝ่ายเจ้าของสื่อต่างๆ ได้รับทราบหรือเข้าเจรจาก็จะมีการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายของไทย ซึ่งเป็นไปตาม มาตรา 27 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา 18 หรือมาตรา 20 หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา 21 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ณ ปัจจุบัน ยังเหลือ Social Media ที่ยังไม่ดำเนินการตามที่ทาง DES ยื่นฟ้องร้องไป ดังนี้

เฟซบุ๊ก ทั้งหมด 661 ปิดแล้ว 225  คงเหลือ 436

ทวิตเตอร์ ทั้งหมด 69 ปิดไปแล้ว 5 เหลือ 64

ส่วนยูทูป 289 ได้ดำเนินการปิดให้หมดแล้ว ส่วนช่องทางอื่นๆ 400 กว่ารายการกำลังเร่งดำเนินการต่อไปตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อเอาผิดกับผู้กระทำผิด

สำหรับในส่วนที่ยังไม่ปิด ทาง DES ก็จะมอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินตามคดีและกระบวนการทุกอย่าง ซึ่งจะดำเนินการไปยังบริษัทแม่ และให้เป็นไปตามกระบวนการและการพิจารณาของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็จะดำเนินการส่งอีกรอบ เนื่องจากที่ส่งไปครั้งแรก ผ่านมา 15 วัน ยังไม่มีการดำเนินการที่แล้วเสร็จหรือตอบสนองเพิ่มเติม โดยเฉพาะฝั่งของ เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์

และ นายพุทธิพงษ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ได้ใช้กฎหมายพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กับผู้ใช้ Social Media จำนวน 5 ราย ซึ่ง 3 ใน 5 นั้นเป็นแกนนำม็อบและนักการเมืองอยู่ด้วย

ซึ่งการใช้สื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ ที่กล่าวมานั้น เป็นการใช้ไปในทางมุ่งเน้นที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงของสังคมไทย และมีการใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน สื่อลามก เป็นต้น