เนทันยาฮูนำทัพอิสราเอลถล่มปาเลสไตน์!?!รางวัลที่ได้คือตกเก้าอี้ที่ครองมา15 ปี เปลี่ยนหน้าไม่เปลี่ยนเป้าหมายยึดแผ่นดินปาเลสไตน์??

137

ปิดฉาก12ปีนายกรัฐมนตรี ‘เนทันยาฮู’หลังสภาอิสราเอลไฟเขียวรบ.ใหม่ ด้วยมติฉิวเฉียดของที่ประชุมรัฐสภาอิสราเอล 60 ต่อ 59 เสียง และนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะอยู่ในตำแหน่งไปจนถึง ก.ย. 2023 สำหรับเนทันยาฮูได้สร้างสถิติสำคัญ 2 อย่างในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล คือ การเป็นผู้นำที่ครองตำแหน่งยาวที่สุด และเป็นผู้นำคนแรกที่เผชิญกับการดำเนินคดีอาญาระหว่างอยู่ในตำแหน่ง

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มิ.ย.2564 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นาฟตาลี เบนเน็ตต์ หัวหน้าพรรคยามินา (Yamina) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวา ได้สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนใหม่ ซึ่งส่งผลให้เบนจามิน เนทันยาฮู หัวหน้าพรรคลิคุด ผู้ปกครองอิสราเอลมายาวนานถึง 15 ปี กลายเป็นผู้นำฝ่ายค้านในทันที

รัฐบาลผสมชุดใหม่ของอิสราเอล นำโดยเบนเน็ตต์และยาอีร์ ลาปิด หัวหน้าพรรคเยช อาติด (Yesh Atid) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายกลาง ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา ที่เรียกว่าสภาเนสเซ็ต ด้วยคะแนนเสียง 60 ต่อ 59 จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 120 คน

สถานีโทรทัศน์อิสราเอลเผยแพร่ภาพการประชุมรัฐสภาที่เบนเน็ตต์และลาปิดนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งใหม่ในรัฐสภา ขณะที่อดีตนายกฯ เนทันยาฮู ย้ายไปนั่งในตำแหน่งฝ่ายค้าน โดย ณ การประชุมดังกล่าว มีการสาบานตนรับตำแหน่งของรัฐมนตรีใหม่ 27 คน และการคัดเลือกมิกกี เลวี จากพรรคเยช อาติด เป็นโฆษกคนใหม่ด้วย

เบนเน็ตต์และลาปิดจะผลัดกันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนละ 2 ปี โดยเบนเน็ตต์จะรับตำแหน่งช่วงสองปีแรก ส่วนลาปิดจะทำหน้าที่เป็นผู้แทนนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลผสมชุดใหม่ประกอบด้วย 8 พรรคการเมือง รวมถึงพรรคอิสลามิสต์ ราอัม (Islamist Ra’am) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองอาหรับพรรคแรกที่เข้าร่วมรัฐบาลผสมในอิสราเอล

รายงานเสริมว่า มีชาวอิสราเอลหลายพันคนออกมารวมตัวกันที่จัตุรัสราบิน ใจกลางเมืองเทลอาวีฟ ในคืนนั้นเองเพื่อเฉลิมฉลองที่เนทันยาฮูก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำประเทศ การจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นการยุติวิกฤตการเมืองในอิสราเอล หลังจากผ่านการเลือกตั้งมาแล้วถึง 4 ครั้งอย่างวุ่นวายในระยะเวลา 2 ปี 

ภายใต้ข้อตกลงรัฐบาลผสมครั้งนี้ เบนเนตต์ ชาวยิวออร์โธดอกซ์และเป็นนักธุรกิจในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมวัย 49 ปี ขึ้นดำรงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วง 2 ปีแรกในวาระ 4 ปี โดยระหว่างนี้ นายยาอีร์ ลาปิด นักการเมืองแนวทางสายกลางจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ จากนั้นทั้งคู่จะแลกเปลี่ยนตำแหน่งกันในช่วง 2 ปีสุดท้าย

ความสำเร็จในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เป็นผลมาจากภาพลักษณ์การเป็นคนที่ทำให้อิสราเอลปลอดภัยมากที่สุดจากกองกำลังของศัตรูในตะวันออกกลาง เขามีท่าทีที่แข็งกร้าวต่อปาเลสไตน์ และผลักดันให้มีการหารือเรื่องความกังวลด้านความปลอดภัยในการเจรจาเกี่ยวกับสันติภาพทุกครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ออกมาเตือนถึงภยันตรายของอิหร่านต่ออิสราเอลทุกคราวที่มีการพูดในสาธารณะ 

จากขวัญใจชาวอิสราเอลทำไมจึงตกเก้าอี้ได้

เบนจามิน เนทันยาฮู เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ในกรุงเทลอาวีฟ โดยทั้งพ่อและแม่เป็นชาวยิว ปัจจุบันมีลูกชาย 2 คนกับภรรยาคนปัจจุบันชื่อ ซาร่า และมีลูกสาวอีก 1 คนกับภรรยาคนก่อน จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเชี่ยวชาญ 

เนทันยาฮู เคยได้รับบาดเจ็บจากการรับใช้ชาติในสงคราม และต้องสูญเสียน้องชายระหว่างภารกิจหน่วยคอมมานโด บุกช่วยตัวประกันที่สนามบินในประเทศอูกันดา เมื่อปี ค.ศ. 1976 และก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองหลังได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตอิสราเอล ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ 

เขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองอำนาจนานที่สุดในอิสราเอล ใต้สังกัดพรรคลิคุด ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาที่เน้นความมั่นคงของชาติ เศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี ที่ปกครองประเทศมาแล้ว 5 สมัย ในปี 1996-1999 และตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาเขานำอิสราเอลรับศึกศัตรูใหญ่มากมายโดยเฉพาะอิหร่าน 

แต่ในปี 2019 นั้น สถานภาพทางการเมืองของเนทันยาฮูเริ่มสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด  เมื่อเขาไม่สามารถกล่อมพรรคอื่นๆร่วมตั้งรัฐบาล และผลการเลือกตั้งพรรคคุดก็ไม่ได้เสียงข้างมากจนชนะขาด  จึงจำเป็นต้องมีการเลือกตั้งใหม่ คู่แข่งของเขาก็ไม่สามารถรวมคนตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน แม้ว่าพรรคลิคุดและพันธมิตร จะมีคะแนนนำมาเป็นอันดับที่ 1 แต่สูสีฉิวเฉียด จากเหตุการณ์นี้ทำให้อิสราเอลก้าวสู่ช่วง ‘วิกฤตทางการเมือง’ 

และทำให้อิสราเอลต้องมีการเลือกตั้งถึง 4 ครั้งในรอบ 2 ปี เนื่องจากสภาอิสราเอล มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนามากเกินไป ทำให้เกิดความแตกแยกกันเองจนไม่ยอมตั้งรัฐบาลร่วมกัน  แต่เมื่อการเลือกตั้งครั้งสุดท้าย พรรคของเนทันยาฮู ก็ได้คะแนนเสียงมากที่สุดอีกครั้ง และเป็นการชนะการเลือกตั้งในสมัยที่ 5 โดยจับมือกับนายเบนนี แกนซ์ ประธานรัฐสภา อดีตผู้บัญชาการทหารอิสราเอล หัวหน้ากลุ่มพันธมิตรบลูแอนด์ไวท์ ที่ต่อสู้กันในการเลือกตั้งถึง 3 ครั้งและไม่มีครั้งใดที่มีใครได้คะแนนเสียงข้างมาก และสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา จนกระทั่งเกิดเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ขึ้น

และเมื่อเกิดวิกฤติฉนวนกาซา เนทันยาฮูนำกองทัพอิสราเอลปูพรมถล่มกาซาจนยับเยิน ดูเหมือนชนะเพราะสังหารปาเลสไตน์ไปจำนวนมาก บ้านเมืองพังยับ แต่อิสราเอลก็โดนฮามาซถล่มระบบป้องกันภัยไอออนโดมจนพรุน เสียหายไปไม่น้อย จึงกลายเป็นข้ออ้างที่สำคัญ ทำสุดท้ายแล้วเนทันยาฮูก็ไม่อาจรักษาเกาอี้นายกรัฐมนตรีไว้ได้ ต้องกลายเป็นผู้นำฝ่ายค้านและต้องเผชิญการฟ้องร้องคดีทุจริตอีกเพียบ