ไช่อิงเหวินปฏิเสธวัคซีนจีน?!?ความจริงได้แค่ “วัคซีนทิพย์”จากสหรัฐถูกฟ้องใช้โรคระบาดเล่นการเมือง ผลประโยชน์ทับซ้อน

569

ผลจากการใฝ่ฝันอยากเป็นอเมริกันผมดำของปธน.ไช่ อิงเหวิน และคณะบริหารของเธอ ทำให้วันนี้เราได้เห็นตัวอย่าง ผู้นำนักการเมืองพรรคการเมืองที่คลั่งไคล้ประชาธิปไตยแบบสหรัฐ อย่างไม่ลืมหูลืมตา มั่นใจว่ามีปัญหาอะไรลูกพี่ต้องช่วยทุกเรื่อง ฉากหน้าสหรัฐโอ๋รัฐบาลไต้หวันสุดลิ่ม ส่งทูตพิเศษ สมาชิกวุฒืสภาไปเยือนไต้หวัน หวังฉีกหน้าท้าทายจีน พร้อมขายอาวุธให้รัฐบาลไต้หวันไม่อั้น แต่คราวลำบากเพราะโควิดบุกรอบใหม่ ขอช่วยวัคซีน สหรัฐยิ้มๆบอกมั่นใจไต้หวันเก่งรับมือได้ บริจาคไฟเซอร์ให้ 750,000 โดสเอาจากจำนวนที่ให้โครงการ COVAC ซึ่งสหรัฐประกาศจะบริจาคไฟเซอร์และโมดานาแก่ COVAX จำนวน 100 ล้านโดส พอเข้าตาจนหาซื้อวัคซีนไม่ทันหันมาพาลไทยว่ากั๊กไว้ใช้เอง ทั้งที่ดีลกับบริษัทแม่ไม่เกี่ยวกับไทย  สุดท้ายกรรมสนองโดนฟ้องใช้โควิดระบาดเล่นการเมือง ทั้งที่ประชาชนป่วยพุ่ง

วันที่ 13 มิ.ย.2564 สื่อต่างประเทศ รายงาน “ไช่ อิงเหวิน” ประธานาธิบดีไต้หวัน และสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ถูกฟ้องฐานใช้ประเด็นโรคระบาดเอื้อประโยชน์ทางการเมืองต่อตนเอง โดยใช้นโยบายที่ “เป็นอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนไต้หวันอย่างรุนแรง”

รายงานระบุว่า นาย จางย่าจง (Chang Ya-chung) สมาชิกพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) และ นาง จง ฉิน  (Chung Chin) อดีตอธิบดีสำนักงานสถิติไต้หวันยื่นฟ้องไช่ฯ และนาย ซูเจินชาง (Su Tseng-chang) นายกรัฐมนตรีไต้หวัน รวมถึงนาย เฉิน สือจง (Chen Shih-chung) รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขที่สำนักงานอัยการเขตในไทเป

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

จาง กล่าวว่า บุคคลทั้งสามประพฤติมิชอบ ต้องการแสวงหาผลกำไร และ “สังหารประชาชนด้วยนโยบาย” โดยอัตราการเสียชีวิตของการติดเชื้อโควิด-19  ของไต้หวันนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเกือบร้อยละ 3 อย่างไรก็ตาม ไช่ ไม่เพียงแต่ขัดขวางความช่วยเหลือด้านวัคซีนของแผ่นดินใหญ่ แต่กลับสนับสนุนวัคซีนในท้องถิ่นของไต้หวัน ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก และรอคอยความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนจากสหรัฐอย่างมาก

สื่อจีนอ้างว่า ไต้หวันปฏิเสธวัคซีน BioNTech-Fosun จำนวน 30 ล้านโดสที่สั่งซื้อล่วงหน้าโดยเภสัชกรของไต้หวันในปี 2563 โดยกล่าวหาว่า การนำเข้าวัคซีนถูกขัดขวางโดยการแทรกแซงของจีนแผ่นดินใหญ่

จาง กล่าวว่า ไต้หวันเริ่มเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ที่แย่ลงช่วงปลายเดือน พ.ค. 2564 หน่วยงานต่าง ๆ ในไต้หวันเสนอบริจาควัคซีนที่ซื้อจากจีนแผ่นดินใหญ่และประเทศอื่น ๆ รวมถึง ชิโนฟาร์ม (Sinopharm) และ ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) แต่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธการบริจาค โดยอ้างข้อจำกัดของกระบวนการบริหาร ทั้งๆที่ไต้หวันยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนวัคซีนอย่างรุนแรง ประชาชนป่วยติดเชื้อเพิ่มขี้นอย่างน่าวิตก

ในทางกลับกัน การสนับสนุนวัคซีนที่ผลิตโดย Medigen Vaccine Biologics Co โดยไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งกระฉูด นาย จาง จึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างไช่ กับบริษัทผลิตวัคซีนนี้

นโยบายของไช่ในการบังคับให้ผู้คนใช้วัคซีนที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งยังไม่ผ่านการทดลองใช้ระยะที่ 3 ได้จุดชนวนให้เกิดความไม่พอใจในแก่สาธารณชน

ไต้หวันกำลังต้องการวัคซีนโควิด-19 อย่างมาก สถานการณ์การระบาดรอบล่าสุดที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นมากกว่า 10,000 คนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากพวกนักบินเครื่องบินพาณิชย์ วัคซีนที่คาดว่าจะได้รับบริจาคจากสหรัฐ 7.5 แสนโดสนั้น เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2564 นายเฉินสือจง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของไต้หวันกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาหวังว่าจะได้คำตอบในเร็วๆ นี้ ว่าพวกเขาจะได้วัคซีนของบริษัทใด และเมื่อใด  ในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นบริจาควัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า 1.24 ล้านโดส และส่งมอบให้ไต้หวันเมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว  จนถึงขณะนี้ไต้หวันเพิ่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนเพียง 3% จาก 23.5 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่งฉีดเพียงเข็มเดียวเท่านั้น