BTS คาดปีนี้ผู้โดยสาร 138 ล้านเที่ยวโต10%!?! ทำรายได้ธุรกิจขนส่งแตะ 2.4 หมื่นลบ. มั่นใจกทม.จ่ายหนี้ 3 หมื่นล้านได้

179

บริษัทบีทีเอสฯเปิดเผยว่า มีความมั่นใจว่ากทม.จ่ายหนี้คืน 3หมื่นล้านบาทได้แน่ ยืนยันไม่ต้องตั้งสำรองหนี้ ประเมินผู้โดยสารปี’64โต 10% แตะ 138 ล้านเที่ยวคน/ปี  เหตุกระจายวัคซีนโควิด หนุนคนกลับมาเดินทาง ใช้บริการสายสีเขียวเหนือ-สถานีเซนหลุยส์ คาดการณ์รายได้ธุรกิจขนส่ง 2.4 หมื่นล้านบาท

ภายหลังจากบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าBTS สายสีเขียว มีหนังสือแจ้งให้บริษัทกรุงเทพธนาคมจำกัดและกรุงเทพมหานคร(กทม.)ชำระหนี้การให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ผลการเจรจาร่วมกันล่าสุด ออกมาเป็นที่น่าพอใจโดยเฉพาะเป้าหมายการเริ่มเก็บค่าโดยสารของกทม.นอกเหนือจากการเสนอขอขยายสัมปทานรถไฟฟ้าให้เอกชน เพื่อแก้ปมปัญหาหนี้ 

นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่าว่า บริษัทมั่นใจว่า กทม. มีความสามารถในการชำระคืนหนี้  30,000 ล้านบาทคืนให้กับบริษัท เนื่องจากเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง สะท้อนจากอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งที่ AA+ สูงกว่าอันดับเครดิตของ BTS ที่ระดับ A และให้ความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนว่าบริษัทไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองหนี้เพื่อกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการนำเรื่อง ภาระหนี้เข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยผ่านกระทรวงมหาดไทย   โดยกระบวนการในการชำระหนี้ ขึ้นอยู่กับอำนาจของัฐบาล ขณะความคืบหน้าการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอเข้า ครม.เพื่อพิจารณาเช่นกัน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว

นายสุรยุทธกล่าวว่า “ความน่าจะเป็นในการที่ กทม. จะไม่จ่ายคืนหนี้ก้อนนี้มีน้อยมาก และเท่าที่คุยกับผู้สอบบัญชี เราก็ไม่มีความกังวลและไม่มีความจำเป็นต้องตั้งสำรองหนี้ก้อนนี้ หากพิจารณาอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้ง กทม. มีอันดับเครดิตสูงกว่าเราถึง 4 ขั้น ก็เท่ากับมีศักยภาพในการคืนหนี้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการในการจ่ายคืน และอำนาจในการจัดระเบียบในจ่ายคืนหนี้มากกว่า” 

ทั้งนี้ มูลหนี้ 3 หมื่นล้านบาท เกิดจากการทำสัญญาระหว่าง กทม. และบริษัทใน 2 ส่วน คือ 1. สัญญาจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง มูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท และ 2. สัญญาจ้างติดตั้งระบบในส่วนต่อขยาย 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต) มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท

สำหรับรายได้ของบริษัท นายสุรยุทธ ระบุว่า จากการคาดการณ์ยอดขนส่งผู้โดยสารรถไฟฟ้าปี 2564/65 (1 เม.ย.2564-31 มี.ค.2565) เติบโต 10% มาอยู่ที่ 138 ล้านเที่ยวคนต่อปี จากปี 2563/64 (1 เม.ย.2563-31 มี.ค.2564) อยู่ที่ 125 ล้านเที่ยวคนต่อปี จากการทยอยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นปัจจัยหนุนให้ประชาชนกลับมาเดินทางตามปกติอีกทั้งได้ปัจจัยบวกจากการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการ 5 หมื่นเที่ยวคนต่อวัน และการเปิดให้บริการสถานีเซนต์หลุยส์ คาดว่าจะมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการ 6,000เที่ยวคนต่อวัน

นอกจากนี้บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจขนส่ง (MOVE) ธุรกิจสื่อและวิเคราะห์ข้อมูล (MIX) และธุรกิจลงทุนร่วมกับพันธมิตร (MATCH) 

โดยธุรกิจ MOVE วางงบลงทุนปี 2564/65 ไว้ที่ 1.54 หมื่นล้านบาท พร้อมคาดการณ์รายได้ที่ 24,000ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง14,000ล้านบาท,รายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและจัดหารถไฟฟ้า (E&M) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายเหนือและใต้ 1,000ล้านบาท, รายได้จากการรับจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) 6,300ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยรับจากโครงการรถไฟฟ้า 3,300ล้านบาท

ส่วนธุรกิจ MIX วางงบลงทุน 450 ล้านบาท คาดการณ์รายได้ที่ 3,500-4,000 ล้านบาท โดยมาจากการรับรู้รายได้ของบริษัทในเครือ บมจ.วีจีไอ (VGI)เป็นต้น

นอกจากนี้บริษัทฯได้ให้ความสำคัญในการยกระดับ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯอย่างต่อเนื่อง ดังนี้คือ ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2564 ถึง วันที่ 6 มิ.ย. 2564 บริษัทฯ ได้นำพนักงานส่วนหน้าที่ปฏิบัติงานประจำสถานีรถไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ควบคุมรถไฟฟ้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และแม่บ้านประจำสถานีรถไฟฟ้าทุกคน เข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบทุกคน -เพิ่มความถี่ ในการเช็ดทำความสะอาด ในขบวนรถไฟฟ้า ทุก ๆ ชั่วโมง -เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่น และเช็ดทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟฟ้า และจุดสัมผัสร่วม ภายในสถานีทุกชั่วโมง และบริเวณรอบสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ จาก 2 ชั่วโมงครั้ง เป็นทุก ๆ 1 ชั่วโมง ในทุกสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้บริการแอลกอฮอล์เคลื่อนที่เพิ่มเติม บนชั้นชานชาลาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกช่วงเวลา