อยู่เฉยๆ อย่าเอาเท้าราน้ำ! หมอเหรียญฯ สอนขรก.-ตบสั่งสอนนักการเมืองโง่บัดซบ พึงรู้ตัวสิ่งใดควรทำ!?

598

อยู่เฉยๆ อย่าเอาเท้าราน้ำ! หมอเหรียญทอง สอนข้าราชการ-ตบสั่งสอนนักการเมืองโง่บัดซบ พึงรู้ตัวสิ่งใดควรทำ!?

จากกรณีที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้จัดตั้งไอซียูสนาม  ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 เขตหลักสี่ สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรง รวมไปถึงโรงพยาบาลสนามให้ผู้ที่มีอาการในกลุ่มสีเหลืองมาใช้บริการ เพราะเป็นเรื่องจำเป็นมากที่ต้องเร่งสร้างเตียงไอซียูสำหรับผู้ป่วยกึ่งวิกฤตและวิกฤต

ต่อมา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้คัดค้านและขอให้ตรวจสอบการตั้งโรงพยาบาลสนาม พื้นที่ ซอยแจ้งวัฒนะ 14  ของหมอเหรียญทองว่า การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามได้ขออนุญาตใครหรือยัง รวมถึงขอให้ตรวจสอบการรับบริจาคเงิน

และเมื่อวานนี้ หมอเหรียญทอง ได้ประกาศว่า ได้ถอนกำลังออกจาก รพ.สนาม กรมพลาธิการทหารบก (ระดับ 1) และ รพ.สนาม มณฑลทหารบกที่ 11 (ระดับ 1) แล้ว และผมจะเริ่มทยอยถอนกำลังออกจาก รพ.สนาม กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 (ระดับ 1) เพื่อมาเพิ่มเติมกำลังให้แก่ รพ.สนาม พลังแผ่นดินซึ่งเป็น รพ.สนาม ระดับ 3 ในการรับผู้ป่วยอาการหนักและอาการปานกลางอย่างเต็มอัตราในกลางเดือน มิ.ย.64 นี้

จากนั้นจะปฏิบัติการ ‘รพ.คู่’ ระหว่าง รพ.สนาม พลังแผ่นดิน (ระดับ 3) กับ รพ.สนาม บุษราคัม (ระดับ 1) ที่เป็น รพ.สนามในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข การปฏิบัติการ ‘รพ.คู่’ นี้จะยังคงเป็น ‘ปฏิบัติการ รพ.สนาม ขั้นสมบูรณ์’ ในรูปแบบการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างบูรณาการประสานสอดคล้องกัน ดังนี้
1] รพ.สนาม บุษราคัม (ระดับ 1) จะรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย(ผู้ป่วยจัดชั้นสีเขียว) จำนวนมากๆได้นับพันเตียง
2] รพ.สนาม พลังแผ่นดิน (ระดับ 3) จะรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการปานกลาง(ผู้ป่วยจัดชั้นสีเหลือง) และผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการหนัก(ผู้ป่วยจัดชั้นสีแดง)ที่ส่งตัวมาจาก รพ.สนาม บุษราคัม และ รพ.สนาม อื่นๆ ตลอดจน รพ.ต่างๆ
ล่าสุดหมอเหรียญทอง ได้โพสต์ข้อความ สอนข้าราชการเพื่อให้ทราบในบริบทของตนเองในการปฏิบัติราชการแผ่นดิน และฟาดไปถึงนักการเมือง โดยระบุข้อความว่า
ขออนุญาตสอนข้าราชการ สังกัดส่วนราชการต่างๆ เพื่อทราบบริบทของตนเองในการปฏิบัติราชการแผ่นดิน ดังนี้ครับ
1] ก่อนอื่นท่านต้องประเมินสถานการณ์ของชาติให้ได้เสียก่อนว่า ประเทศชาติอยู่ในสถานการณ์ใด สถานการณ์ของชาติแบ่งออกเป็น
1.1] สถานการณ์ปกติ
1.2] สถานการณ์ไม่ปกติ ในสถานการณ์ไม่ปกติ ยังแบ่งออกเป็น
1.2.1] สถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น สาธารณภัยทั้งจากภัยพิบัติ ภัยโรคระบาด ภัยจากการก่อความไม่สงบ ภัยสงคราม ฯลฯ
1.2.2] สถานการณ์ไม่ฉุกเฉิน
เมื่อข้าราชการสามารถประเมินสถานการณ์ได้แล้ว ก็จะรู้ว่าการอันใดที่ควรทำหรือต้องทำ และการอันใดที่ควรต้องผ่อนปรนยืดหยุ่น การเหล่านั้นครับ คือ การที่ข้าราชการพึงกระทำ ถึงแม้รัฐโดยรัฐบาลจะไม่มีการประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ตาม ข้าราชการก็จะต้องมีสามัญสำนึกของวิญญูชนที่จะรับรู้ได้ด้วยตนเอง หากแม้นรัฐโดยรัฐบาลได้ออกประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ข้าราชการพึงรู้บริบทของตนเองในการปฏิบัติหน้าที่ว่าการอันใดที่ควรทำหรือต้องทำ และการอันใดที่ควรต้องผ่อนปรนยืดหยุ่น มิฉนั้นแล้วการเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น สาธารณภัยทั้งจากภัยพิบัติ ภัยโรคระบาด ภัยจากการก่อความไม่สงบ ภัยสงคราม ฯลฯ จะไม่ทันการ ไม่ทันท่วงที และจะส่งผลเสียหายต่อประชาชนจำนวนมาก
การบังคับใข้กฎหมายตามสถานการณ์ปกติ โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องการขออนุญาตต่างๆ ไม่ว่าจะขออนุญาตจัดตั้ง รพ.สนามก็ดี หรือการขออนุญาตก่อสร้างเพื่อตั้งหน่วยบรรเทาสาธารณภัย เช่น เต๊นท์สนาม ฯลฯ ก็ดี…สิ่งเหล่านี้ไม่มีประเทศใดในโลกดักดานกระทำกันครับ
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่บ้าจี้สร้างบรรทัดฐานตามคำแนะนำของสำนักงานเขตหลักสี่ด้วยการขออนุญาตตั้งเต๊นท์สนามเพื่อใช้งานบรรเทาสาธารณภัยเป็น ‘รพ.สนาม’ ไงล่ะครับ…ท่านไม่ต้องกลัวเสียฟอร์มจนต้องหาทางออก ทางลง ให้ผมบ้าจี้ขออนุญาตบ้าบออะไรหรอกนะครับ “พวกคุณมึงแค่อยู่เฉยๆ อย่าเอาเท้าราน้ำก็พอ ผมพายเรือเอง”
สำนักงานเขตก็ดี องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆในทุกระดับ ส่วนราชการต่างๆ จะต้องเข้าใจหลักการขั้นพื้นฐานในการประเมินสถานการณ์ตามที่ผมกล่าวข้างต้นให้ได้ก่อนนะครับ มิฉนั้นแล้วการบรรเทาสาธารณภัยทั้งจากภัยพิบัติ ภัยโรคระบาด ภัยจากการก่อความไม่สงบ ภัยสงคราม ฯลฯ จะไม่ทันการ ไม่ทันท่วงที และจะส่งผลเสียหายต่อประชาชนจำนวนมาก ดังเช่นสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมากในกรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือน เม.ย.64 ที่ผ่านมาที่ไม่สามารถรับผู้ป่วยจำนวนมากเข้า รพ.สนาม ได้ เกิดปัญหาผู้ติดเชื้อคั่งค้างสะสมในชุมชนจำนวนมากจนเกิดการแพร่ระบาดในกรุงเทพมหานคร…เพราะส่วนราชการต่างๆ และข้าราชการไม่รู้บริบทของตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ฉับไว ไม่ทันท่วงที ติดโน่นติดนี่กันไงล่ะครับ…มิหนำซ้ำยังมีนักการเมืองและข้าราชการประเภทชั่ว โง่บัดซบ นำกฎหมายปกติมาบังคับใช้กับจิตอาสาสาธารณภัยในสถานการณ์สาธารณภัยกันเสียอีก นี่คือสิ่งที่ผมขอสอนไว้ด้วยความปรารถนาดีและขอตบสั่งสอนนักการเมืองและข้าราชการ ประเภทชั่วและโง่บัดซบ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ผอ.รพ.สนามพลังแผ่นดิน
11 มิ.ย.64 เวลา 10.10 น.