เมียนมาเพิ่มข้อหาคอร์รัปชั่นกับซูจี?!?ฐานรับสินบน 6 แสนดอลลาร์และทองคำ 11.2 กก. ใช้อำนาจมิชอบเอื้อมูลนิธิส่วนตัว

547

สงครามในเมียนมายังไม่มีวี่แววจะยุติ ความรุนแรงการสู้รบเพื่อชิงอำนาจรัฐถาธิปัตย์ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง จากการประท้วงสันติที่เจือปนด้วยกลุ่มหัวรุนแรง มาสู่การก่อวินาศกรรม เผาทำลายธุรกิจห้างร้านและโรงงานอุตสาหกรรม จนถึงจับอาวุธขึ้นสู้ เข้าสู่โหมดก่อการร้ายเต็มรูปแบบ  เป็นท่วงทำนองปฏิวัติพลิกขั้ว ซึ่งตลอดช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมา และผู้สนับสนุนอองซาน ซูจี โผล่หางอย่างชัดเจนว่าได้รับการสนับสนุนจากอำนาจภายนอก เบื้องหลังคือมหาอำนาจสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก เพราะการเดินเกมสงครามพันทางจากหลายพื้นที่ การใช้โมเดลซ้ำๆจากฮ่องกง ไต้หวัน ไทยมาถึงเมียนมา ทำให้ผู้คนเริ่มจับพิรุธความจริงเบื้องหลังสงครามชิงอำนาจในเมียนมาว่า ไม่ใช่สงครามของประชาชนเมียนมาอย่างแท้จริง  แต่เป็นสงครามของมหาอำนาจสหรัฐที่ต้องการต่อต้านอิทธิพลจีนในภูมิภาคนี้ โดยไม่สนใจว่าผลกระทบเลวร้ายจะเกิดกับประชาชนเมียนมาสาหัสเพียงใด ขอแต่ได้ชัยชนะครองอำนาจเป็นพอ 

แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์จะยังไม่ง่ายเป็นสูตรสำเร็จอย่างที่สหรัฐฯต้องการ ล่าสุด ขวัญใจมหาชน-อองซาน ซูจีที่สหรัฐชูขึ้นมาเป็นแม่เหล็กแห่งการปฏิวัติ อาจไม่มีโอกาสป๊อปปูลาร์เหมือนเดิมเพราะ ทางการเมียนมาสามารถตั้งข้อหาทุจริตคอรัปชั่นโดยมีหลักฐานชัดเจนต่อซูจี ถึงขั้นฟ้องศาลได้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่10 มิ.ย.2564 สำนักข่าวโกลบอล นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ (The Global New Light of Myanmar) ของทางการเมียนมา เปิดเผยว่านางอองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ ถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา คือ ละเมิดกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติของเมียนมา ยื่นฟ้องศาลกรณีอองซานซูจีเรียกรับสินบนจากอูเพียวมินเต็ง อดีตมุขมนตรีภาคย่างกุ้ง เป็นเงิน 600,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และทองคำแท่งน้ำหนักรวม 11.2 กก. และใช้อำนาจในทางมิชอบด้วยการปล่อยเช่าที่ดินจัดตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลดอว์คินยี (Daw Khin Kyi) ที่อองซานซูจีเป็นเจ้าของ ในอัตราค่าเช่าที่ต่ำกว่าราคาจริง ทำให้ประเทศสูญเสียผลประโยชน์ประมาณ 3.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

อย่างไรก็ตาม ทนายความของอองซานซูจี ระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นเหตุเป็นผลและไม่มีหลักฐานยืนยัน ทั้งนี้ ปัจจุบันอองซานซูจีถูกตั้งข้อหารวม 7 ข้อหา ซึ่งอองซานซูจีให้การปฏิเสธทุกข้อหาและยืนยันว่าเป็นการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อดำเนินคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง 

หนังสือพิมพ์ของรัฐอ้างคำพูดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยกล่าวว่าข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดินในทางที่ผิดสำหรับมูลนิธิการกุศลดอว์คินยี (Daw Khin Kyi)  ซึ่งเธอดำรงตำแหน่งเป็นประธาน ตลอดจนข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ในการยอมรับเงินและทองคำจากนักธุรกิจรายใหญ่

โดยระบุว่า มีการเปิดแฟ้มคดีต่อซูจีและเจ้าหน้าที่อีกหลายคนจากกรุงเนปิดอว์ ที่สถานีตำรวจเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซูจีถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานทุจริตโดยใช้ยศของเธอ ดังนั้นเธอจึงถูกตั้งข้อหาภายใต้กฎหมายต่อต้านการทุจริตมาตรา 55  กฎหมายดังกล่าวกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 15 ปีสำหรับผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด

อย่างไรก็ตามศาลกรุงเนปิดอว์จะเริ่มตรวจสอบพยานหลักฐาน 5 ใน 6 ข้อหาของซูจีระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. จนถึงวันที่ 26 ก.ค. ซึ่งเธอได้ปรากฏตัวต่อศาลไปแล้วเมื่อวันที่ 24 พ.ค. และ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมาในการพิจารณาคดีที่จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถติดต่อทนายความของซูจีได้เพื่อขอความเห็น  คดีที่ซูจีเผชิญอยู่นั้นมีตั้งแต่การครอบครองวิทยุวอล์คกี้ทอล์คกี้อย่างผิดกฎหมายไปจนถึงการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติความลับทางการ ผู้สนับสนุนของเธอกล่าวว่าคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง

กองทัพโค่นล้มพรรคของซูจี โดยกล่าวว่าพรรคของเธอโกงการเลือกตั้งในเดือนพ.ย.2564 คณะกรรมการการเลือกตั้งครั้งก่อน ตั้งแต่นั้นมา กองทัพก็ต้องเผชิญกับการประท้วงทุกวัน การนัดหยุดงานต่อเนื่อง ทำให้เศรษฐกิจเป็นอัมพาตโดยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกลาง มีการเผาทำลายสถานที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า การโจมตีด้วยระเบิด และการปะทะทางทหารในพื้นที่ชายแดนของเมียนมากับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธ์ุ