เปิดชัดๆ!? ฟาดหน้า “ส.ส.ก้าวไกล” จี้ประเทศไทยคนจนรอวันตาย หนุนให้ย้ายประเทศ แท้จริง “โฮมเลสในสหรัฐฯ” โหดร้ายยิ่งกว่าไทย

589

จากกรณีที่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ว่า การออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เป็นการกู้ครั้งที่ 2 แล้ว ยืนยันพรรคก้าวไกลไม่ได้ต่อต้าน แต่สาเหตุที่ต้องมาคัดค้าน มีเหตุผลสั้น ๆ 2 ข้อ

โดยใจความสำคัญในข้อแรก ที่หยิบยกมาพูด คือ “ตนและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเห็นตรงกันว่า คนกู้เงิน คนใช้เงิน คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไร้ความสามารถในการบริหารเงินที่มีอยู่ แต่ยังมีหน้าจะไปกู้เงินมาบริหารอีก ที่ผ่านมาเคยกู้ไป 1 ล้านล้านบาท แต่ยังทำเอาพี่น้องประชาชนเจ็บปวดทั้งประเทศ แค่มาตรการง่าย ๆ อย่างการแจกเงินก็ยังทำให้คนด่าทั้งประเทศได้ เราไม่ทิ้งกัน, เราชนะ, เรารักกัน ไม่ถ้วนหน้า ทั่วถึง ทันการณ์ รอบที่ผ่านมา เงินเยียวยาแต่ละครั้งต้องรอจนเยี่ยวราด มีคนขู่ฆ่าตัวตาย กินยาเบื่อหนูหน้ากระทรวง ลงทะเบียนแล้วลงทะเบียนเล่าคนจนตายรายวัน นี่จึงเป็นการแจกเงินที่มีคนด่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่แม้แต่ ส.ส. รัฐบาลเองยังพูดกลางสภา”

 

ทั้งนี้การนำเรื่องคนยากจน ของนายณัฐชา มาเป็นประเด็นในการอภิปรายนั้น ทำให้มีการถูกเปรียบเทียบตัวเลขคนยากจน คนไร้บ้าน หรือ Homeless ในสหรัฐอเมริกา ว่ามีชะตากรรมชีวิตที่แย่กว่าคนไทยหลายเท่า โดยมีรายงานเมื่อปี 2560 จากสำนักข่าวเอพีรายงานจากเมืองลอสแอนเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า กระทรวงการเคหะและการพัฒนาชุมชนเมืองสหรัฐอเมิรกา เผยแพร่รายงานประจำปี Point in Time เมื่อวันพุธ แสดงให้เห็นว่ามีคนไร้บ้านเกือบ 554,000 คน อยู่ทั่วสหรัฐ จากการตรวจนับของท้องถิ่นในเดือน ม.ค. ปีนี้ โดยตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 1 % จากปี พ.ศ. 2559

คนไร้บ้าน 193,000 คนจากจำนวนดังกล่าว ไม่สามารถเข้าถึงสถานที่พักพิงยามกลางคืน ต้องอาศัยหลับนอนในรถยนต์ เต็นท์ ริมถนน และสถานที่อื่นๆ ที่ไม่น่าอยู่อาศัยได้ จำนวนคนไร้บ้านสูงขึ้นกว่า 9 % เมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อน

จำนวนคนไร้บ้านสูงขึ้นในหลายเมืองทางฝั่งตะวันตก ซึ่งการปะทุของคนเร่รอนทำให้เจ้าหน้าที่ของอย่างน้อย 10 เมืองและเคาน์ตี ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนับตั้งแต่ปี 2558

นอกจากนี้ยังมีรายงานข้อมูลจาก “ฟิลิป อัลสตัน” อ้างอิงข้อมูลปี 2559 จะเสนอต่อ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยในรายงานฉบับนี้ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯดำเนินนโยบายคุ้มครองทางสังคมที่มั่นคงและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แทนที่จะจับกุมคุมขังคนยากจนที่ไม่มีงานทำ รายงานของสหประชาชาติระบุว่า มีคนยากจนอยู่ในสหรัฐฯ 41 ล้านคน คิดเป็น 12.7% ของประชากรสหรัฐฯ 325 ล้านคน ในจำนวนคนยากจน 41 ล้านคน มี 18.5 ล้านคน จัดอยู่ในกลุ่มยากจนที่สุด ที่น่าเศร้าใจก็คือ มีเด็กอเมริกันถึง 1 ใน 3 ที่อยู่ในภาวะยากจน ส่งผลให้ สหรัฐฯเป็นประเทศที่มีเด็กยากจนมากที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม (จี 7 จี 20)

ซึ่งไม่น่าจะเชื่อว่า ประเทศที่ร่ำรวยและเป็นมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา มีจีดีพี 19.39 ล้านล้านดอลลาร์ มากเป็นอันดับ 1 ของโลก มีรายได้ประชากรต่อหัว 59,501 ดอลลาร์ 1.9 ล้านบาท กลับเป็นประเทศที่มีประชากรยากจนสุดโต่งมากมาย และมี “เด็กยากจน” มากที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีถ้อยคำเล่าเรื่องราวของหญิงไทย ที่ไปใช้ชีวิตในสหรัฐฯ เล่าผ่านบล็อกที่ชื่อว่า สมุดบันทึกของแต๋ม โดยบอกเราเรื่องคนไร้บ้านในสหรัฐฯ ว่ามีความเป็นอยู่ที่แย่กว่าคนจนในประเทศไทย ระบุว่า “Homeless โฮเลส หรือคนไร้บ้านในอเมริกา วันนี้ขอแชร์อีกมุมนึงของอเมริกาที่หลาย ๆ คน
อาจไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ และอยากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังท้อ หรือคิดว่าตัวเองประสบปัญหาอะไรหนัก ๆ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี และรู้เสียว่า แม้ว่าคุณจะอยู่บ้านเรา เมืองไทย และเจออะไรอยู่
คุณยังโชคดีกว่าคนในโลกนี้อีกเยอะ

โฮมเลสในอเมริกาแล้วต้องออกมาขอทานนั้นมีเหตุหลายปัจจัย ที่ทำให้เขาต้องทำและเป็นแบบนี้
เหตุผลปะปนกันไป เช่น ติดยา ติดเหล้า, ขี้เกียจทำงาน บางคนเจอมรสุมชีวิต เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีค่ารักษาพยาบาลไม่มีเงินเช่าบ้าน

บางคนสูญเสียธุรกิจ ล้มละลาย
บางคนบางคนหย่าร้างกับเมีย
ทำงานโดนหักไปให้เมีย
ไม่พอจะผ่อนรถผ่อนบ้าน
ไม่เหลือจะเก็บ ไปขอญาติพี่น้อง พ่อแม่หรือให้ใครช่วยไม่ได้ จึงเลือกที่จะเป็นโฮมเลสกัน

บางคนไม่มีคุณสมบัติตามแผนกที่เขาประกาศรับงาน
ยังมีอะไรเยอะแยะที่เรายังรู้ไม่หมด
เหมือนประเทศไทยก็มีคนไร้บ้าน มีขอทาน
(ซึ่งอาจทำกันเป็นแก๊งค์ก็มี)
บางแก๊งค์ข้ามฝั่งมาจากเขมร ตอนเช้าออกไปหาขอทาน
สายมากชับเข้าที่พัก นั่งดื่มเหล้าแบบนี้ก็เยอะ

แต่เทียบแล้ว ยังไงซะที่ไทยยังไม่ได้เยอะขนาดที่อเมริกา
แล้วใครจะนึกว่า ในประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา
จะต้องมาเจออะไรแบบนี้

ฉะนั้น ตอนนี้ไม่ว่าคุณกำลังเจอปัญหาหรือมรสุมชีวิตอะไรอยู่ แต๋มอยากบอกให้คุณรู้ว่า คุณยังโชคดีกว่าโฮมเลส
และคนหลายล้านชีวิตในอเมริกามากนะ
อย่างน้อยยังมีอาหาร ที่พัก
และมือถือหรืออุปกรณ์ที่ทำให้คุณได้อ่าน

และดูรูปภาพเหล่านี้
แต่อย่าอยู่กับความโชคดีนี้จนกลายเป็นความเคยชิน
แล้วไม่ได้ทำให้คุณพัฒนาหรือก้าวไปข้างหน้า

(ขอบคุณ : สมุดบันทึกของแต๋ม )

ทั้งนี้การหยิบยกเรื่องราวของคนยากจนในประเทศไทย มาโจมตีรัฐบาลของพรรคก้าวไกลนั้น อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่เป็นความจริงในมุมเดียว คนยากไร้ในประเทศไทย ยังได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ยังเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ได้ และมีชีวิตที่ดีกว่าคนยากไร้ในสหรัฐฯอย่างมาก

แม้ว่าในช่วงนี้จะมีกลุ่มหนุนให้เยาวชนย้ายประเทศเกิดขึ้น รวมทั้งมีกระแสของสาวขับรถบรรทุกที่สหรัฐฯอ้างว่า ตนเองนั้นมีรายได้ 15,000-20,000 US Dollar ต่อสัปดาห์ จึงทำให้คนกลุ่มหนึ่งอยากจะย้ายประเทศตาม แต่ก็ยังมีนักวิชาการอีกหลายท่าน ออกมาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ต้องใช้เงิน และทุกประเทศทั่วโลกก็มีอะไรที่แตกต่างกัน แต่ขอว่าอย่าด้อยค่าประเทศตัวเอง ด้วยการโจมตีแบบผิด ๆ