มติกอ.เลือก “สิงห์ชัย” นิติศาสตร์มธ. นั่งอสส.คนใหม่ ชนะ “ชาติพงษ์” ผู้ทำคดี “โอ๊คฟอกเงิน”-โกงสหกรณ์ยูเนี่ยนธรรมกาย!

1313

มติกอ.เลือก “สิงห์ชัย” นิติศาสตร์มธ. นั่งอสส.คนใหม่ ชนะ “ชาติพงษ์” ผู้ทำคดี “โอ๊คฟอกเงิน” – โกงสหกรณ์ยูเนี่ยนธรรมกาย

สืบเนื่องจากนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบันจะมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2564 นี้ ซึ่งตามกฎหมายต้องพ้นจากตำแหน่ง อสส.ไปดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส ตามความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 สำหรับขั้นตอนต่อไป สำนักงานอัยการสูงสุดจะดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 10 โดยสำนักงานอัยการสูงสุดจะมีหนังสือกราบเรียนประธานวุฒิสภา เพื่อให้นำเข้าที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ก็จะนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ ต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ ตำแหน่งรองอสส.ที่มีประเด็นน่าสนใจได้แก่นายสิงห์ชัยเป็นรอง อสส. อาวุโสลำดับที่ 5 เเละนายชาติพงษ์ จีระพันธุ เป็นรอง อสส.ลำดับที่ 7 โดยในช่วง 1 ต.ค.64 คิวของทั้งสองคนจะขึ้นเป็นอสส.เเละรอง อสส.อันดับ1 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเเคนดิเดตอสส.ทั้งคู่

ล่าสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน รองอัยการสูงสุด ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด (อสส.) คนใหม่

สำหรับนายสิงห์ชัย ว่าที่อัยการสูงสุดคนที่ 16 สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐศาสตรมหาบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย ผ่านการอบรมหลักสูตรที่สำคัญ เช่น หลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 8 วิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ นักบริหารกระบวนการยุติธรรมชั้นสูง รุ่นที่ 22 จากวิทยาลัยการยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง รุ่นที่ 4 สำนักงาน ป.ป.ช.

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

สำหรับประวัติผลงาน นายสิงห์ชัย ปัจจุบันเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาซึ่งเป็นสำนักงานหลักที่มีคดีที่เป็นข่าวดังน่าสนใจในพื้นที่หลักของนครบาลไว้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการบริหารงานควบคุมในการสั่งคดีหลายคดีโดยไม่พบปัญหาร้องเรียน รวมถึงเป็นตัวเต็งกรรมการเนติฯที่คาดว่าจะได้ขึ้นนั่งตำเเหน่งบริหาร เนติฯเเน่นอน รวมทั้งเป็น ก.อ.ที่ได้รีบเลือกโดยคะเเนนสูงมาก นับว่าเป็นที่นิยมในหมู่อัยการ

เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญทั้งรองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดสำนักงานอัยการสูงสุด รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการเนติบัณฑิตยสภา กรรมการเนติบัณฑิตยสภา และกรรมการในสภามหาวิทยาลัยบูรพาอีกด้วย

ส่วนนายชาติพงษ์ ในสมัยหลายปีที่เเล้วขึ้นชื่อในฝีมือเรื่องปราบการทุจริตฯ มีประสบการณ์มาก เคยนั่งรองอธิบดีคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะทำงานที่คุมคดีสำคัญ ของสำนักงานคดีพิเศษหลายคดี เช่น คดีนิติบุคคล Philip Morris นำเข้าบุหรี่โดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซึ่งขณะนี้มีกรณีพิพาท ระหว่างประเทศไทยกับประเทศฟิลิปปินส์ ในเรื่องนี้ที่องค์การการค้าโลกWTO,คดีทุจริต สหกรณ์เครดิต ยูเนี่ยนคลองจั่นซึ่งเกี่ยวพันถึงคดีทุจริตฟอกเงินเครือข่ายวัดธรรมกายคดีธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้ กลุ่มบริษัทกฤษดามหานครโดยทุจริตที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีเเละนักการเมืองนักธุรกิจนายธนาคารตกเป็นจำเลย เเละยังมีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน พัวพันถึง นายพานทองแท้ ชินวัตร ,รวมถึงคดีทุจริต การฟอกเงินในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านโดยก่อนขึ้นรอง อสส.ได้เข้ามาคุมคดีเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนถือเป็นอัยการมีฝีมือก็ ปัจจุบันเป็น ก.อ.เช่นเดียวกันกับนายสิงห์ชัย

สำหรับคดีของนายพานทองแท้ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด อาวุโสลำดับ 1 รักษาราชการเเทนนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ซึ่งขณะนั้นเดินทางไปราชการในพื้นที่ภาค 7 มีคำสั่งชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดี โดยสำนวนดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาความเห็นเเย้ง ได้ทำความเห็นว่าควรไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าว ส่งมายังอัยการสูงสุด โดยมีนายเนตร ซึ่งรักษาราชการแทนดังกล่าวพิจารณาแล้วมีความเห็นควรไม่อุทธรณ์คดีตามที่สำนักงานชี้ขาดคดีทำความเห็นส่งมาจึงมีความเห็นชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าวต่อศาลสูง โดยมีการชี้ขาดเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2563

โดยก่อนหน้านี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้ง นายพชร ยุติธรรมดำรง เป็นประธานกรรมการอัยการ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ซึ่งนายพชร เคยมีคำสั่งถอนฟ้อง พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์สินไปเป็นของตนโดยทุจริต เมื่อปี 2549ด้วย