สามกีบปั่นกระแสชังชาติ! ขณะนร.ฮ่องกง กลัวกม.มั่นคงปท.ตัวเอง แห่ย้ายประเทศ ขอเลือกมาไทย ปลื้มมีเสรีภาพ!

503

สามกีบปั่นกระแสชังชาติ ขณะนร.ฮ่องกง กลัวกม.มั่นคงปท.ตัวเอง แห่ย้ายประเทศ ขอเลือกมาไทย ปลื้มมีเสรีภาพ!

จากกรณีที่นายชินวัตร จันทร์กระจ่างหรือไบร์ท แกนนำม็อบราษฎร ถูกดำเนินคดีในข้อหาละเมิดอำนาจ เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ได้ร่วมชุมนุมหน้า ศาลอาญารัชดา เพื่อให้กำลังใจในวันที่จะยื่นประกันตัวราษฎรทั้ง 7 คน ได้แก่ เพนกวิน, รุ้ง, นุ๊ก-จัสติน, แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์, ทนายอานนท์, พอร์ท ไฟเย็น และไมค์ ภาณุพงค์

ล่าสุดวันนี้ (8 มิ.ย.64) เวลา 10.00 น. ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลที่มีผู้อำนวยการประจำสำนักอำนวยการศาลอาญา ผู้กล่าวหา นายชินวัตร หรือไบรท์ จันทร์กระจ่าง แกนนำราษฎรนนทบุรี ผู้ถูกกล่าวหาฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่าการนัดไต่สวนในวันนี้ จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย.64 ที่ นายชินวัตร ได้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมบริเวณหน้าบันไดทางขึ้นอาคารศาลอาญาและให้เครื่องขยายเสียงในการปราศรัยลักษณะไม่เคารพศาลอาญา และกล่าวถ้อยคำด่าหยาบคายอื่นๆ โดยส่วนตัวไม่มีความเห็นและในฐานะทนายความไม่สามารถบอกได้ว่า นายชินวัตร กระทำผิดหรือไม่ ต้องฟังการไต่สวนของศาลจะกล่าวหาอย่างไร หากศาลระบุว่ามีความผิดก็ต้องว่าไปตามนั้น

โดยทาง ทวิตเตอร์ สหายสำนักข่าวราษฎร @opol999 ได้โพสต์คลิปขณะไบร์ทได้เดินทางมาถึงบริเวณศาลอาญา โดยระบุข้อความว่า

10.00 ไบร์ท ชินวัตร หอบลูกน้อย มาฟังคำไต่สวน คดี #ละเมิดอำนาจศาล จากการชุมนุม #ม็อบ29เมษา โปรดจับตาศาลจะมีคำสั่งอย่างไร เพราะคดีที่แล้ว โทษขังรอลงอาญา ครับ

ในขณะที่ทางด้าน กลุ่มคณะราษฎรในประเทศไทย ได้เคลื่อนไหวเพื่อโจมตีรัฐบาลและโจมตี ใส่ร้าย สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทูตพาณิชย์ ณ เมืองฮ่องกง รายงานโดยอ้างอิงสื่อในฮ่องกงว่า จากผลสำรวจของสหภาพครูพบว่านักเรียนในฮ่องกงกว่าพันคนลาออกจากโรงเรียนในปี 2563 ซึ่ง 1 ใน 4 ของโรงเรียนเหล่านี้ มีนักเรียนอย่างน้อยโรงเรียนละ 20 คนได้ย้ายถิ่นฐาน ออกจากฮ่องกงแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2563
อย่างไรก็ดีโฆษกของสำนักงานการศึกษาได้กล่าวว่า ผลสำรวจที่พบเป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมายที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงจำนวนนักเรียนที่ลาออกในแต่ละปี แต่ทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในความรับผิดชอบควรช่วยกันแก้ไข ปัญหานี้เพื่อรักษาจำนวนนักเรียนในฮ่องกงไว้ ทูตพาณิชย์ ณ เมืองฮ่องงกงให้ความเห็นว่า
1. การศึกษา เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งบัณฑิตที่มีคุณภาพจะเป็นทรัพยากรบุคคลที่เป็นที่ต้องการในการพัฒนา และบริหารบ้านเมือง ดังนั้นผู้ปกครอง และนักเรียนเอง ต่างใส่ใจเลือก สถานศึกษา และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการศึกษา
2. จากสถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงนั้น ส่งผลให้รัฐบาลกลางปักกิ่งประกาศบังคับใช้กฎหมายความ มั่นคงแห่งชาติขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ทำให้ชาวฮ่องกงจำนวนมากรู้สึกกังวลต่อเสรีภาพในการแสดงออก และความไม่ปลอดภัยในการต่อต้านรัฐบาล ซึ่งผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา ที่มีความคิด และอุดมการณ์ที่แตกต่างจึงเป็นสาเหตุหลักของการอพยพย้ายออกจากฮ่องกงเพื่อความปลอดภัย
3. จากการต้องการย้ายถิ่นฐานที่เกิดขึ้น ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกในการเป็นบ้านหลังที่ 2 ของชาวฮ่องกง เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกกว่าฮ่องกงมาก การเดินทางระหว่างไทย-ฮ่องกง ที่สะดวกเพียง 2-3 ชั่วโมง วัฒนธรรม และประเพณีที่คล้าย ๆ กันกับชาวฮ่องกง ตลอดจนสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติที่มีหลักสูตรใกล้เคียงกันอีกด้วย
4. สคต. ณ เมืองฮ่องกง มีแผนประชาสัมพันธ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย รวมถึงโรงเรียนนานาชาติไทย เพื่อเป็นทางเลือกรองรับชาวฮ่องกงที่กำลังมองหาบ้านหลังที่ 2 เพื่อพักอาศัย เนื่องจากชาวฮ่องกงเป็นลูกค้าชั้นดีที่มีกำลังซื้อ โดยจะเป็นการช่วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ล้นตลาดอยู่ขณะนี้ด้วย