จรรยาบรรณสื่อ ต้องมีบ้าง!? “ทนายตั้ม” เตือน “สรยุทธ” รายงานข่าวคดีน้องชมพู่ ส่อเสี้ยมประชาชน “พาดพิงลุงพล” ระวังจะโดนคดี!!

1580

จากกรณีที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ได้ออกมาพูดถึงประเด็นของลุงพล ไว้ในบางช่วงบางตอนโดยบอกว่า “ในรอบหนึ่งปีเศษที่ผ่านมา ลุงพลกลายเป็นเซเลบคดีฆาตกรรม ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทย จะมีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้น

ก็คือผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม กลายเป็นเซเลบ เป็นคนที่ผู้คนให้ความสนใจ และบางส่วนให้ความเห็นใจ เวลาผ่านไปหนึ่งปีกว่า ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ลุงพลยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ คือหลังการของกระบวนการยุติธรรม” นอกจากนี้ สรยุทธ ยังได้บอกอีกว่า “ปรากฎการณ์ของข่าวสารที่เกิดเซเลบคดีฆาตกรรมขึ้นมาในสังคม ไม่น่าเชื่อจริง ๆ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว”

และในช่วงหนึ่งของการไลฟ์สด นายสรยุทธได้มีการพูดคุยกับผู้สื่อข่าวภาคสนาม ที่ลงพื้นที่เกาะติดคดีของน้องชมพู่ในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งพิธีกรข่าวชื่อดังได้เน้นย้ำกับผู้สื่อข่าวภาคสนามว่า ในฐานะสื่อมวลชนจะต้องรายงานข่าวคดีน้องชมพู่ และลุงพลในฐานะคดีอาชญากรรมที่มีเหยื่อเป็นเด็กวัย 3 ขวบ และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากลุงพลจะออกมาเต้นกับแฟนคลับ ผู้สื่อข่าวก็ไม่ควรเข้าไปเต้นกับลุงพลอย่างมีความสุข แต่ควรรายงานข่าวลุงพล ซึ่งเป็นผู้ต้องหา ที่กำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาร้ายแรงในเวลานี้ว่ายังหาเวลามาคลายเครียดด้วยการเต้นรำ ไม่ควรรายงานข่าวแบบตามติดว่า วันนี้ลุงพลกินอะไร ลุงพลจะไปออกงานที่ไหน บรรดายูทูปมาติดตามชื่นชม แม้ยังคงมีคดีติดตัว หรือวิเคราะห์คิ้ว ดวงตา หรือดวงชะตาของลุงพล แต่ให้ผู้สื่อข่าวมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์ และนำเสนอในแง่ของคดีอาชญากรรม ที่มีความสลับซับซ้อน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ล่าสุดทางด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้เปิดเผย ถึงประเด็นนี้ผ่านไลฟ์สด เพจเฟซบุ๊ก freedom ข่าว เล่าถึงเบื้องลึกการออกหมายจับ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ยืนยันว่าลุงพลไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนีและไม่เคยเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

นอกจากนี้นายษิทราได้ฝากข้อความถึงนายสรยุทธ ที่มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว กรณีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดี ๆ และการใส่ #เซเลบคดีฆาตกรรม ว่าการกระทำนี้อาจเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าลุงพลเป็นผู้ก่อคดีฆาตกรรม ซึ่งอาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้ ซึ่งส่วนตัวชื่นชอบการทำงานของคุณสรยุทธ และเข้าใจเจตนาที่ต้องการจะชี้นำการทำงานของสื่อมวลชนให้กลับมามีจรรยาบรรณดังเช่นในอดีต

ดังนั้นตนเองจึงอยากให้สื่อติดตามคดีนี้ในกระบวนการทางด้านคดี มากกว่าการนำเสนอชีวิตประจำวันที่มีการโต้เถียง และสร้างความขัดแย้งให้กับบุคคล

“ผมเข้าไปดูในเฟซบุ๊กของคุณสรยุทธเพราะติดตามอยู่ มีการพูดถึงลุงพลในเรื่องคดี แต่ผมไม่สบายใจที่ใช้คำว่า “เซเลบคดีฆาตกรรม” คุณสรยุทธอย่าลืมว่า การไปบอกแบบนั้นเหมือนกับว่าลุงพลก่อคดีฆาตกรรม หมิ่นเหม่ตอการหมิ่นประมาทคนอื่น ผมก็ไม่เข้าใจเจตนาคุณสรุยทธทำไมกล่าวแบบนั้น ตอนหลังก็พยายามดูการนำเสนอข่าวก็พบว่าเป็นกลางไม่ได้ว่าอะไรลุงพล ผมได้ฟังคลิปๆหนึ่งคุณสรยุทธบอกว่า

การเป็นนักข่าวที่ดี ไม่ควรไปสร้างกระแสจุดพลุให้คนเป็นเซเลบ เหมือนสื่อสร้างลุงพลมาเป็นเซเลบ คุณสรยุทธพยายามโฟกัสเรื่องคดี ผมถึงเข้าใจเจตนาคุณสรยุทธให้สื่อเดินตามแนวทางของสื่อที่ดี ไม่ได้มาตำหนิ เป็นกำลังใจให้คุณสรุยุทธอยากให้สื่อมวลชนเดินตาม ไม่ใช่ข่าวสร้างความเกลียดชังขายข่าว คุณสรยุทธไม่ได้หิวแสง คุณสรยุทธไม่เคยชี้นำ อ่านข่าวและบรรยายไปแบบนั้น ตั้งแต่มาจัดรายการใหม่ไม่ได้ชี้นำอะไร ผมชื่นชอบคุณสรยุทธมาก ในการอ่านข่าวบรรยายข่าว และเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ติงนิดหนึ่งคุณสรยุทธถูกดำเนินคดีไม่ได้ การบอกว่าการเป็นเซเลบคดีฆาตกรรมอย่าไปทำที่ไหนอีก แต่ผมกับลุงพลไม่ได้มีปัญหาอะไร”