อดีตพระพุทธะอิสระ ดึงสติแกนนำปลดแอก หลงเชื่อคำยุยง ผู้ใหญ่หนุนหลัง ถึงเวลาได้หมายเรียกกลับหายหัว ปล่อยให้สู้ลำพัง

1565

จากกรณีที่อดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ถึงข้อเรียกร้องและการชุมนุมของม็อบปลดแอกว่า ถึงเวลาออกมาปกป้องสถาบัน เพราะว่ายอมต่อพฤติกรรมของแกนนำไม่ได้แล้ว

ล่าสุดในเฟซบุ๊กหลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ได้เคลื่อนไหวระบุว่า “ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
๒๓ กันยายน ๒๕๖๓

ยังเด็กอยู่เลยต้องมารับหมายเรียก หมายศาล เป็นคดีความ และอาจติดคุก อนาคตที่สดใสต้องมาดับวูบลง เพราะหูเบาเชื่อคนยุยงปลุกปั่น จึงทำตามเพราะมันตรงอารมณ์ จนนำตัวเองออกมาสู้ ออกมาเสี่ยง ทั้งที่ยังไม่รู้แจ่มชัดเลยว่า ไอ้ที่ตนฟังมา และหลงเชื่อมันเป็นจริงหรือเท็จ

ซึ่งคนยุยงปลุกปั่นก็เลือกที่จะให้ข้อมูลอยู่ด้านเดียว เรียกว่า พูดความจริงไม่หมด เลือกที่จะพูดเฉพาะที่โดนใจเด็กและเยาวชน ด้วยการประดิษฐ์ถ้อยคำหว่านล้อมที่ชวนฝัน สวยหรู จนทำให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้ม ฝันเฟื่องในเรื่องที่ก็ไม่มีใครรับรองได้ว่า หากลงมือทำตามนั้นแล้วจักเห็นผลตามที่ฝันได้จริง

อีกทั้งผู้ปลุกปั่นก็ไม่กล้ารับรอง และไม่กล้าสู้ ไม่กล้าเสี่ยงทำตัวหลบ ๆ แอบ ๆ เหมือนมดที่คาบเอาเพลี้ยไปเลี้ยงอยู่บนยอดพริก เมื่อเพลี้ยดูดกินน้ำเลี้ยงจนอิ่มอ้วนแล้ว จึงย่องเข้ามาดูดกินตักตวงประโยชน์จากเพลี้ยอีกที่ พอเวลามนุษย์ฉีดสารเคมีป้องกันยอดพริก มดก็หนีไป แต่เพลี้ยนี่สิ ต้องถูกสารเคมีแห้งตายอยู่บนยอดพริกนั้น

พวกเด็ก ๆ ที่ออกมาเป็นแกนนำการชุมนุมเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเพลี้ย ที่ถูกมดคาบมาไว้บนยอดพริกเพื่อแสวงหาประโยชน์ แล้วก็ปล่อยให้แห้งตายอยู่บนยอดพริก

ช่างน่าสงสารยิ่งนัก เมื่อไหร่เด็ก ๆ พวกนี้เขาจะรู้สึกตัวว่าเขากำลังถูกหลอก

ไอ้ที่เลวร้ายก็คือ ไม่คิดว่าผู้ใหญ่จะเอาเปรียบเด็กๆ ได้ถึงเพียงนี้ คนพวกนี้มันช่างโหดร้ายจริง ๆ

มันกล้าที่จะใช้ชีวิตมนุษย์ที่สวยสดงดงาม มาเป็นเครื่องมือในการแย่งชิงอำนาจ

แล้วตอนนี้เด็กๆ เหล่านั้น ต้องถูกหมายเรียก หมายจับ ขึ้นโรง ขึ้นศาล

ไอ้ผู้ใหญ่ใจทรามเหล่านั้น กลับนิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ธุระไม่ใช่

แทบไม่อยากคิดต่อไปเลยว่า เด็กๆ พวกนี้จักต้องได้รับผลจากการตกเป็นเครื่องมือของผู้ใหญ่ใจชั่วนี้อย่างไร

เชื่อว่าในเวลานี้เด็กๆ ที่เป็นแกนนำชุมนุมผิดกฎหมาย คงจะรู้สึกเคว้งแคว้ง อ้างว้าง เหมือนถูกทิ้งดูได้จากภาพที่เดินทางไปรับฟังข้อกล่าวหาที่ สน.นางเลิ้ง มีผู้ไปให้กำลังใจแค่ไม่กี่คน

ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ เด็กที่แกนนำเหล่านั้นไปในที่ใด ก็จักมีผู้มาให้กำลังใจล้อมหน้าล้อมหลังส่วน ไอ้อีที่หลอกใช้ก็มาเสนอหน้า แสดงตนนั่งเฝ้า

แต่ในเวลานี้ดูเหมือนพวกเขาจะถูกทิ้ง โดยที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

เวรกรรม เวรกรรม ช่างน่าสงสารยิ่งนัก

อยากเตือน ด้วยความห่วงใยในฐานะที่เคยสู้เคยเสี่ยงมาก่อน ผู้ที่ออกมาสู้ออกมาเสี่ยงจะติดคุกหรือไม่ก็ตาย ผู้ที่คอยรับผลประโยชน์ก็คือพวกนักการเมือง และชนชั้นปกครอง

หยุดได้ก็หยุดเถิด เลิกได้ก็เลิกซะ หนูๆ ทั้งหลายจะได้ไม่ต้องรับชะตากรรม ดังแกนนำในอดีต”