บิ๊กตู่ถกงบสภา เปิดวงเงินเกือบ 6 พันล้านปลูกจิตสำนึกรักเทิดทูนสถาบัน ขณะสมพงษ์ร่าย 4 ด้านรับไม่ได้ ท่องนายกต้องลาออก

563

จากที่วันนี้ 31 พฤษภาคม 2564  ได้มีประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระแรก มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมนั้น

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงบางช่วงว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี2565 ตั้งไว้ 3.1ล้านล้านบาท เป็นการดำเนินงบประมาณแบบขาดดุล โดยดำเนินการให้สอดคล้องสภาวะทางเศรษฐกิจภายใน ประเทศ รวมทั้งสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

สำหรับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 387,909 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.5 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อให้การบริหารงานด้านความมั่นคงมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพประชาชนมีความสุข

“รวมทั้งเพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทด้านความมั่นคงเป็นที่ชื่นชมและได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติโดยตั้งงบประมาณทั้งสิ้น 5,938 ล้านบาท เพื่อให้คนในชาติมีจิตสำนึกรักและหวงแหนพร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ โดยการพิทักษ์รักษาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงค์ ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ทั้งสนับสนุนกิจกรรมพิเศษหลวง ส่วนการรักษาความสงบภายในประเทศตั้งงบประมาณไว้ 21,674 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่การพัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตั้งงบประมาณไว้ทั้งสิ้น 216 ล้านบาท เพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพและธรรมาภิบาล

ขณะที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้อภิปรายบางช่วงด้วยว่า สิ่งที่เห็นจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 เหมือน พล.อ.ประยุทธ์ อยู่คนละโลกกับประชาชนเจ้าของประเทศ ไม่อยู่บนโลกความเป็นจริง เพราะความเป็นจริงที่ทุกคนเผชิญอยู่ในขณะนี้ ประชาชนลำบากแสนสาหัส แต่รัฐบาลกลับวางแผนจัดงบประมาณปี2565 ราวกับประเทศอยู่ในภาวะปกติ สะท้อนความล้มเหลว หละหลวมในการบริหาร

“ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ไม่อาจยอมรับให้ผ่านได้ใน 4 ประเด็น คือ 1.เป็นงบประมาณที่ไม่จัดลำดับความสำคัญของปัญหา ไม่บรรเทาความเดือดร้อน ที่เห็นได้ชัดเจนคือ จัดงบให้กระทรวงกลาโหมมากที่สุด มากกว่ากระทรวงสาธารณสุขเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบกระทรวงสาธารณสุขถูกปรับลดเป็นครั้งแรกในรอบ 12ปี ถึงกว่า 4,000ล้านบาท

2.ไม่คำนึงถึงปัญหาทุกข์ร้อนประชาชน ในสภาวะที่ประเทศต้องการสวัสดิการดูแลชีวิตประชาชน แต่งบประมาณกระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงแรงงาน ถูกตัดลดลงอย่างมาก รัฐบาลใจดำกับประชาชน  3.ไม่มีวิสัยทัศน์ ขาดการคิดวางแผนงบประมาณในการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเตรียมให้ประเทศออกจากวิกฤต เช่น การฟื้นฟูส่งเสริมกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี

และ4.สะท้อนถึงความอ่อนด้อยการบริหารจัดการ ไม่ทำให้เกิดความเชื่อมั่น จะก้าวพ้นวิกฤตในอนาคตได้  จัดงบปี 2565 ชนเพดาน กู้ชดเชยขาดดุลเพิ่มไม่ได้อีกแล้ว ไม่รู้จักหาเงินเข้าประเทศ รู้จักแต่การกู้ นำมาใช้แบบไม่ก่อให้เกิดรายได้ งบประมาณประเทศที่ถูกจัดอย่างไร้ยุทธศาสตร์ ไม่อาจยอมรับให้ผ่านสภาฯได้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละตนเอง ลาออกคืนความสุขให้ประชาชน” นายสมพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย