ดร.กิตติธัชชำแหละแก๊งตบตาอ้างขอนำเข้าซิโนฟาร์ม! ขณะดวงฤทธิ์ปั่นหัวมวลชนเจอตอใหญ่ถ้าพูดวัคซีนถึงชีวิต

2282

จากกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่จดหมายจาก บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด อ้างว่าส่งถึง ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เรื่องการเสนอขายวัคซีนต้านโควิด-19 ยี่ห้อ SINOPHARM

ทั้งนี้โดยระบุว่า จากบริษัท TELLUS AGROTECH PRIVATE LIMITED จำนวน 20 ล้านโดส ซึ่งศ.นพ.นิธิ ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวไปแล้ว ต่อมา ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนี้ไว้อย้างน่าสนใจถึงตัวละคร บุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องและข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า

“สรุปประเด็นจริงๆ ของเรื่องมันอยู่ที่ว่า…ตอนนี้เป็นภาวะฉุกเฉิน บริษัทวัคซีนจะดีลโดยตรงกับรัฐบาลหรือตัวแทนรัฐบาลเท่านั้น (บางบริษัทไม่ดีลแม้แต่กับรัฐบาลท้องถิ่นด้วย ต้องเอารัฐบาลกลางอย่างเดียวเลยเช่น Pfizer)

ทีนี้ก็มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์เจ้าหนึ่งที่มีครอบครัวเป็นหมอใหญ่ ออกมาติดต่อเพื่ออยากจะนำเข้าวัคซีน จำนวน 20 ล้านโดส โดยบอกว่ารู้จักกับบริษัทในสิงคโปร์ที่มีวัคซีน บริษัทนี้ก็อ้างว่าไปขอติดต่อกับรัฐบาลเพื่อจะได้สิทธิในการนำเข้าวัคซีน (ซึ่งติดต่อจริงหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เขาอ้างว่าได้ขอติดต่อ)

หมายเหตุ: โฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า การเจรจาติดต่อเรื่องการนำเข้าวัคซีนสามารถติดต่อผ่านทางองค์การเภสัชกรรม หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้โดยตรงในเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องมาติดต่อขอเข้าพบนายกฯ ดังที่อ้าง

ประเด็นคือ บริษัทอสังหาฯ ดังกล่าวเขาไม่ทราบว่าบริษัทต้นทางเขาจะติดต่อกับรัฐบาลเท่านั้นเพราะการนำเข้าวัคซีนในภาวะฉุกเฉินมันต้องติดต่อต้องให้บริษัทวัคซีนออก Dossier (รายละเอียดรายการประกอบยาและการผลิต ) จากบริษัทเจ้าของเพื่อมาใช้ขอใบอนุญาตจาก อ.ย. (https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/940520)

เขาคิดว่าเขารู้จักคนนู้นคนนี้ในสิงคโปร์ แล้วจะเอาวัคซีนเข้ามาได้เลย (น่าจะออกจาก Twitter หรือ CH มาเสพข่าวบ้างนะครับ)พอบริษัทที่ว่านี้ไม่ได้รับ Dossier จากผู้ผลิตวัคซีนก็นำเข้ามาไม่ได้ แต่เป็นอีกบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้มาขึ้นทะเบียนกับ อ.ย.แทน  บริษัทที่อยากนำเข้า(มาจากบริษัทอื่นในสิงคโปร์) 20 ล้านโดสก็ไม่พอใจ แล้วก็ไปบอกต่อสถาปนิกดังที่เคลื่อนไหวอยู่กับนักการเมืองฝ่ายค้าน เพื่อจะได้เอาประเด็นนี้มาโจมตีภาครัฐต่อ ก็เท่านั้นเองครับ

ส่วนคำตอบของคุณหมอ นิธิ ก็ชัดแล้วนะครับ #คงไม่ได้พบผมเช่นกัน *** คำตอบ 5 ข้อของคุณหมอ นิธิ คือที่สุดที่รัฐบาลนี้ควรอธิบายให้ได้แบบนี้ แต่ไม่สามารถทำได้ จนคุณหมอออกมาอธิบายสั้นๆ และจบเลย ทีนี้ใครจะมาอ้างว่า “ทำไมไม่เปิดให้เอกชนนำเข้า” น่าจะพิจารณาตัวได้แล้วนะครับ…

ตอนแรกกะโหนหน่วยงานของสถาบันฯ มาด่ารัฐบาล แต่พอ ผ.อ.หน่วยงานของสถาบันฯ ออกมาจับโกหกเรื่องเป็นตัวแทนนำเข้าวัคซีน จนหน้าแหก

ตอนนี้รีบแก้เกมส์โดยออกมาบอกว่า เรื่องนี้มี “ตอใหญ่ พูดต่ออาจถึงชีวิต” จากนั้นก็บอกขอไม่พูดแล้ว เพื่อให้มวลชนของตนเข้าใจไปว่าสถาบันฯ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และกีดกันวัคซีน

#ไม่สกปรกจริงทำไม่ได้แบบนี้นะครับ # เกลียดและวิจารณ์รัฐบาลก็ทำไปเถอะ # แต่อย่ามาเล่นการเมืองสกปรกแบบนี้

จริงๆ มีสรุปย่อกว่านี้อีกนะครับ แบบไม่ต้องอธิบายประกอบเลยคือ 1. บริษัทอสังหา รู้จักบริษัทในสิงคโปร์ที่มีวัคซีน 20 ล้านโดส เลยอยากเป็นคนกลางเพื่อติดต่อกับตัวแทนเอามาขายให้รัฐบาลไทย

  1. แต่บริษัทนี้ไม่เสพข่าวสาร เลยไม่รู้ว่าการนำเข้าวัคซีนในช่วงนี้ มันเป็นการขออนุญาตใช้แบบฉุกเฉินที่ต้องเว้นข้อกฎหมายเรื่องผลกระทบจากวัคซีน ดังนั้นบริษัทวัคซีนจึงติดต่อกับรัฐบาลเท่านั้น (ซึ่งนี่คือมาตรฐานที่ทำกันทุกประเทศทั่วโลก)
  2. บริษัทอสังหาอ้างว่าจะนำเข้า แต่รัฐบาลไม่ให้พบ ซึ่งรัฐบาลก็ออกมาบอกว่าถ้าอยากติดต่อเรื่องนี้ ทำผ่าน อ.ย.หรือสาธารณสุขก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปเจอนายกฯ หรือรองนายกฯ อะไรเลย และบริษัทนี้ก็ไม่เคยติดต่อขอพบดังที่อ้างด้วย
  3. มีบริษัทที่เป็นตัวแทนจริงๆ และได้เอาวัคซีนไปขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว 5. บริษัทอสังหานี่ไม่พอใจ ก็เลยโวยวายแล้วไปฟ้องสถาปนิกดังที่อยู่กับฝ่ายค้าน เพื่อมาอัดรัฐบาล”