75 ปีUN-สีจิ้นผิงขอโลกเคารพและร่วมมือกัน!?! หมดยุคแบ่งแยกอุดมการณ์ หนุนจัดสรรผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม

1176

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2563 สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แถลงคำปราศรัยต่อที่ประชุมสหประชาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบก่อตั้ง 75 ปีซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นการประชุมทางออนไลน์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เรียกร้องมหาอำนาจโลกพึงเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และหลีกเลี่ยงแนวคิดแบบสงครามเย็น ที่แบ่งแยกอุดมการณ์ เลือกปฏิบัติต่อกันด้วยการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ เพราะเป็น“เกมศูนย์ (zero-sum game) ที่ต้องมีผู้ชนะและผู้แพ้ ไม่ใช่สูตรแก้ไขปัญหาของประเทศใดอีกต่อไป และยิ่งไม่ใช่คำตอบสำหรับปัญหาร่วมที่มนุษย์ชาติกำลังเผชิญหน้า

สีย้ำว่า “พวกลัทธิปฏิบัติการแต่ฝ่ายเดียวได้ตายไปแล้ว” 

ระหว่างปราศรัย ผู้นำสูงสุดแดนมังกรได้เรียกร้องนานาประเทศหันมามาร่วมมือและนับถือกันซึ่งกันและกัน  ในท่ามกลางสถานการณ์โลกที่นับวันย่ำแย่ ทั้งสัมพันธ์ที่ตกต่ำอย่างที่สุด ระหว่างสองมหาอำนาจจีนและสหรัฐฯ โรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ศึกพิพาทการค้าไปจนถึงสิทธิมนุษย์ชน ตลอดจนความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียระหว่างจีนกับเหล่าเพื่อนบ้านที่ขัดแย้งเรื่องดินแดนหมู่เกาะในทะเลจีนใต้

“ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความร่วมมือในการแบ่งปันผลประโยชน์กันต้องอยู่บนพื้นฐานกฎกติกา และจะต้องไม่ขึ้นกับพวกที่มีอำนาจบาตรใหญ่กว่า” สี กล่าว

ในการปราศรัยนี้ สีมิได้กล่าวถึงชื่อ “สหรัฐฯ” ที่กำลังกดดันบีบบังคับ กลุ่มบริษัทเทคฯรายใหญ่ของจีนอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ถ้อยคำและท่าทีของประธานาธิบดีจีนคล้ายการแสดงความเห็นในปักกิ่งเมื่อเร็วๆนี้ที่โจมตีนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งผู้นำจีนบางกลุ่มชี้ว่า “มันเป็นเป็นวิกฤตอันตรายที่เข้าใกล้สงครามเย็นครั้งใหม่”

โดยเฉพาะเมื่อทรัมป์เรียกร้องให้นานาชาติระวังและถอยห่างจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจีนที่กำลังขายผลิตภัณฑ์อย่าง เครือข่าย 5G และชี้ว่ามันเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ล้วงความลับของจีน

ในช่วงนี้ ทรัมป์กำลังเร่งสกัดแอพพลิเคชั่นยอดนิยม วีแชท (WeChat) และ ติ๊กต็อก (TikTok) แอพลิเคชันวิดีโอที่กำลังมาแรงครองโลก ด้วยความวิตกกังวลว่ามันจะเป็นช่องทางให้รัฐบาลจีนเข้ามาล้วงเอาข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐ

“ไม่มีประเทศใดที่อาจครอบงำกิจการต่างๆของโลก ตัดสินอนาคตของผู้อื่น หรือสร้างข้อได้เปรียบในการพัฒนาทุกๆด้านของตัวเอง” สี กล่าวระหว่างปราศรัยในยูเอ็น

ด้านกลุ่มผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ด้วยขณะนี้กลุ่มผู้นำจีนใช้นโยบายที่ยึดมั่นหลักการแบบไม่ประนีประนอมมากขึ้นทั้งในประเทศและที่อื่นในโลก ดังนั้น คำกล่าวของสีในยูเอ็นเกี่ยวกับ  ลัทธิหลายขั้วอำนาจและกฎหมายระหว่างประเทศ ดูจะไม่ทำให้พวกนักการเมืองสหรัฐฯเปลี่ยนใจเปลี่ยนท่าทีใดๆแม้แต่น้อย

ปธน.ทรัมป์ ปัดไม่มาร่วมด้วยตนเอง

การที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่สนใจเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ และการไม่ให้ความร่วมมือในมติจากสหประชาชาติหลายครั้งที่ผ่านมา สะท้อนความคิดของสหรัฐภายใต้การนำของปธน.ทรัมป์ ต่อองค์กรกลางระดับโลก ว่าไม่ได้ให้ความสำคัญแต่อย่างใด