ทนายครูแขก โร่ขอขมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ หลังโดนฟ้องหมิ่นฯหากลั่นแกล้งคดีระเบิดสมานแมนชั่นปี53

677

จากที่วันนี้ 24 พฤษภาคม 2564 ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวเบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความ ได้นำพานดอกไม้ ขอเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรี เพื่อกล่าวขอโทษ จากกรณีนำข้อความหมิ่นประมาทไปโพสต์ใน เฟซบุ๊ค ประชาไทนั้น

โดยนางสาวเบญจรัตน์  ได้กล่าวว่า การเดินทางมาพบครั้งนี้เมื่อขอโทษ ขมาที่ได้กล่าวล่วงเกิน ในกรณีที่เป็นคดีในศาล ขอให้ได้ยกโทษให้โดยให้ขอยอมความที่เป็นคดีในศาล ขณะพล.ต.อ.ศรีวาราห์ ได้กล่าวว่า การที่สำนึกผิดว่าได้นำข้อมูลที่ทำให้ตนเสียหาย ตนก็ขอยกโทษให้ อภัยให้ ไม่ติดใจเอาความถึงกรณีที่ไปโพสต์สื่อโซเชียลมีเดีย ว่าตนกลั่นแกล้ง จนถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี เมื่อสำนึกแล้วตนก็จะมอบหมายให้ทนายความไปแถลงต่อศาล ตามข้อตกลงต่อไป

สำหรับคดีดังกล่าวเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ 778/2563 ศาลอาญาธนบุรี โดยเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ฟ้องนางสาวเบญจรัตน์ มีเทียน เป็นจำเลย ในคดีนี้ได้นัดพร้อมเพื่อฟังผลคดี แต่ทางจำเลยได้ขอเจรจากับ พล.ต.อ.เอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ซึ่งเป็นผู้เสียหาย โดย ศาลไกล่เกลี่ยแล้ว ผู้เสียหายและจำเลยสามารถตกลงกันได้

ทั้งนี้จำเลยตกลงจะไปขอขมาผู้เสียหายที่ทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นที่ทำงานของผู้เสียหาย ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เวลา 9.00 น โดยจำเลยจะแจ้งนักข่าวไปทำข่าวด้วย และจำเลยจะลงประกาศขอขมาผู้เสียหายผ่านหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ คือ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และหนังสือพิมพ์มติชน เป็นเวลา 6 วัน และผ่านเว็บไซต์ขอหนังสือพิมพ์ทั้งสามฉบับ โดยจำเลยจะเข้าทำพิธีขอขมา ตามที่ได้กล่าวข้อความหมิ่นประมาทฯ

สำหรับ นางสาวเบญจรัตน์ คือ ทนายความของ น.ส.อัมพร ใจก้อน หรือ ครูแขก คดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่นปี 2553 โดยคดีดังกล่าว ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ.4237/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.อัมพร ใจก้อน หรือครูแขก อายุ 56 ปี ชาวเชียงใหม่ ผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“ในความผิดฐานมีวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่อง และกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2590 มาตรา 4, 38,74 โดยอัยการโจทก์ ฟ้องพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่าง ต้นเดือน มิ.ย.53 – 5 ต.ค.53 จำเลยกับพวกซึ่งเป็นแนวร่วม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง มีเจตนาร่วมกันมีวัตถุระเบิด ประกอบด้วยวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่อง จำนวน 5 ลูก (ถัง) ที่ประกอบเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องโดยใช้วงจรตั้งเวลา 1 สัปดาห์”

ขณะที่น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความของ น.ส.อัมพร เปิดเผยว่า คดีศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเหมือนศาลชั้นต้น โดยเตรียมจะฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กับพวกทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งด้วย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และใช้พยานหลักฐานเท็จ และคดีแพ่งชดใช้ค่าเสียหายระหว่างถูกจำคุก

ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ แจ้งความเอาผิด เบญจรัตน์ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ภายหลังให้ข่าวกับประชาไทว่าจะไปฟ้องคดีคณะตำรวจซึ่งเคยดำเนินคดีของครูแขก รวม 12 คน รวมถึง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ในคดีดังกล่าวนั้น น.ส.เบญจรัตน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบคำให้การพยานผู้ถูกกล่าวหา คือตนเอง ไปเมื่อวันที่ 2 กันยายน ซึ่งตนยืนยันว่าสิ่งที่ให้ข่าวจนเป็นเหตุถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทฯ นั้นเป็นคำพูดที่ครูแขกเองที่ว่าจะฟ้องกลับผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นเจตนาตัวผู้เสียหายไม่ใช่เจตนาตน ตนไม่มีส่วนได้เสีย เป็นเพียงทนายความของครูแขกเท่านั้น

“ไม่มีประเด็นไหนที่ตนได้ใส่ร้าย ที่ตนพูดนั้นต้องการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคมเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายว่าจะให้ร้ายคนใดคนหนึ่ง เพราะ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เป็นหัวหน้า อยากให้กำชับตำรวจทั่วประเทศ ให้ทำงานให้ดีเพื่อไม่ให้ต้องมีแพะในกระบวนการยุติธรรม เป็นความรู้สึกของตน และเป็นความรู้สึกที่ถ่ายทอดมาจากครูแขกที่เขายืนยันว่า เขาเป็นแพะและยืนยันว่าจะฟ้องคดีนี้ เพื่อต้องการให้ตำรวจทำงานดีขึ้น ไม่ต้องการให้จับคนบริสุทธ์ไปติดคุกประมาณนี้ พร้อมยืนยันอีกว่าตนไม่มีเหตุโกรธเคืองกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ มาก่อน” น.ส.เบญจรัตน์ กล่าว