สังคมมะกันเถื่อนเข้าเส้น??คืนเดียวกราดยิงกลางเมืองมินนีแอโพลิส 2 แห่ง!?!ดับ 3 บาดเจ็บ 12 อาชญากรรมจากปืนพุ่ง 30%ใน 34 เมือง

1172

มินนิแอโพลิส จุดเริ่มต้นแห่งการประท้วงใหญ่ลามทั่วสหรัฐ เพราะตำรวจผิวขาว กดคอคนอเมริกันผิวดำเสียชีวิตในระหว่างจับกุม จอร์จ ฟลอยด์ ต้นฉบับเกิดขบวนการ “Black Live Matter”ในปี 2563 ที่ผ่านมา และนายตำรวจที่กระทำความผิดเพิ่งได้รับการตัดสินมีความผิดไปไม่นานมานี้ จนเปลี่ยนผู้นำ จากอดีปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ผู้ปากพล่อยเป็นปธน.โจ ไบเดนผู้ปากหวาน ความสงบร่มเย็นยังหาไม่ได้ในมินิแอโพลิส ปัญหาความรุนแรงในเมืองนี้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งจากความแตกต่างในเรื่องต่างๆถูกแก้ไขด้วยการใช้ปืน และอาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดยปืนมีแนวโน้มสูงขึ้น ท่ามกลางความยากลำบากโควิด-19 ยังระบาดไม่จบ

เหตุการณ์ในวันเสาร์ที่ 22 พ.ค.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า เกิดเหตุกราดยิงในตัวเมืองมินนีแอโพลิส ทำให้ชาย 2 คนเสียชีวิตและอีก 8 คนได้รับบาดเจ็บ เป็นชาย 3 คนและผู้หญิง 5 คนได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในท้องถิ่นกรมตำรวจมินนิอาโพลิส เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า ผู้บาดเจ็บคนอื่น ๆ มีอาการบาดเจ็บที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวชายชาวเมืองบลูมิงตันอายุ 23 ปี เป็นผู้ก่อเหตุร่วมกับชายอีกคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตชื่อชาร์ลี จอห์นสันผู้ตายเป็นนักศึกษาวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเซนต์โทมัสที่กำลังจะรับปริญญาในวันรุ่งขึ้น ต้องมาจบชีวิตลงเพราะการทะเลาะเบาะแว้ง เป็นที่เสียใจแก่ครอบครัวและญาติพี่น้องที่ต้องเข้าร่วมพิธีรับปริญญาแทน

เอ็ลเดอร์กล่าวว่า “มันเหมือนกับที่เราเคยพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผู้คนต้องวางปืนลง” “มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จำเป็นต้องมีวิธีอื่นในการแก้ปัญหาความแตกต่าง”

เหตุการณ์ติดกัน อาชญากรรมไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในเมืองแห่งนี้ มีรายงานว่าในคืนเดียวกันมีผู้ถูกยิงอีก 5 คนโดยเสียชีวิต 1 คน ทำให้การฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในเมืองมีเหยื่อเสียชีวิตทั้งหมด 31 คนในรอบปี 2564

จากการศึกษาของ Council on Criminal Justice ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดการฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับปืนในเมืองต่างๆของสหรัฐฯได้เพิ่มขึ้น  พบว่ามีการฆาตกรรมเพิ่มขึ้น 30% และการข่มขืนด้วยปืนเพิ่มขึ้น 8% ใน 34 เมืองในสหรัฐอเมริกาในปี 2020

ผู้บัญชาการตำรวจเมดาเรีย อาร์ราดอนโด (Medaria Arradondo) เรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัยและผู้นำชุมชนประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น เขากล่าวว่า “การกระทำที่ไร้เหตุผลด้วยปืนต้องหยุด” 

จาค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีมินนีแอโพลิสกล่าวว่า การยิงครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมของเมือง แถลงการณ์ระบุว่า “ผลลัพธ์เหล่านี้ไม่ใช่โชคชะตา เราสามารถยับยั้งอาชญากรรมในเมืองของเราได้ แต่เราทุกคนจะต้องมาร่วมมือกันพร้อมกับความมุ่งมั่นในการทำงานป้องกันและการแก้ไขร่วมกันเพื่อหยุดความรุนแรงของปืน และนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”

เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากสาธารณชนที่เพิ่มขึ้นในการปฏิรูปกรมตำรวจของเมืองหลังจากการสังหาร จอร์จ ฟลอยด์ เฟรย์ได้เสนอติดกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่มีอาชญากรรมสูง และยุติการกระทำความผิดต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เสมอภาคในการปฏิบัติ

นายกเทศมนตรีย้ำว่า”ความรุนแรงจากปืน ได้สร้างความเจ็บปวดและสูญเสียในละแวกชุมชนของเรา” “ชาวเมืองมินนีแอโพลิสกำลังเรียกร้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา และเราจำเป็นต้องทำงานต่อไป หากมีเวลาเราจะรวมตัวกันเพื่อความปลอดภัยและ เราต่างมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบได้ก็ช่วงเวลานี้”