ยิ่งลักษณ์ พล่าม 7 ปี รัฐประหาร ประยุทธ์ ทำประเทศถอยหลัง! แต่รบ.ก่อหนี้โกงจำนำข้าว-ตัวเองหนีคุกไปตปท.ไม่พูดถึง!

1939

ยิ่งลักษณ์ พล่าม 7 ปี รัฐประหาร ประยุทธ์ ทำประเทศถอยหลัง! แต่รบ.ก่อหนี้โกงจำนำข้าว-ตัวเองหนีคุกไปตปท.ไม่พูดถึง

จากกรณีที่วันนี้ (22 พฤษภาคม 2564) เป็นวันครบรอบ 7 ปี รัฐประหารเมื่อปี 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อันมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ รัฐประหารโค่นรัฐบาลรักษาการนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นับเป็นรัฐประหารครั้งที่ 13 ในประวัติศาสตร์ไทย รัฐประหารดังกล่าวเกิดขึ้นหลังวิกฤตการณ์การเมืองซึ่งเริ่มเมื่อเดือนตุลาคม 2556 เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ

ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีรัฐประหารเมื่อปี 2557 โดยระบุข้อความว่า 7 ปีก่อนรัฐประหารวันนั้น กับ 7 ปี หลังรัฐประหารวันนี้ประเทศไทย และประชาชนสูญเสียโอกาส อะไรไปบ้าง

ดิฉันขอย้อนเวลากลับไปช่วงนี้เมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนั้นดิฉันถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยข้อกล่าวหาเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเพียงตำแหน่งเดียว ทั้ง ๆ ที่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร และต่อมาในวันรุ่งขึ้น ป.ป.ช. ได้เร่งชี้มูลความผิดดิฉันในคดีจำนำข้าว ทั้ง ๆ ที่ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อสรุปคดีดังกล่าวในระดับรัฐมนตรีเลย แต่ทำไปเพื่อส่งเรื่องถอดถอนดิฉันออกจากนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพียงแค่ให้แน่ใจว่าดิฉันจะพ้นสภาพจริง ๆ ทำให้เชื่อได้ว่ามีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าจากหลายเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างทำรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
ดิฉันอยากให้ทุกท่านช่วยคิดว่า 7 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสูญเสียโอกาสอะไรไปบ้าง ทั้งศักยภาพในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจที่นับวันยิ่งแย่ลง เกิดปัญหาการว่างงาน นักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำ คุณภาพชีวิตแย่ลง ขาดการพัฒนาทักษะของประเทศให้รองรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป สิทธิเสรีภาพถูกลิดรอนปิดกั้นความเห็นต่าง จากบุคคลที่อ้างว่าขออาสาเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ ไม่มีใครทำได้ เป็นคนเก่งสุด รู้ดีสุด ต้องคุณประยุทธ์เท่านั้น
ตลอดเวลา 7 ปี ดิฉันเจ็บปวดใจ และขมขื่นแทนพี่น้องประชาชน พยายามเฝ้าอดทนด้วยความหวังที่ว่ารัฐบาลจะทำสิ่งดี ๆ ให้กับประเทศบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำสัญญา และเหตุผลที่อ้างเพื่อรัฐประหารรัฐบาลดิฉัน จนถึงวันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะทำได้ แม้จะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่นั่นเป็นการสร้างภาพว่าคืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะได้มีการออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตนเองได้สืบทอดอำนาจ ประชาชนจึงออกมาเรียกร้องขอให้แก้ไข แต่ถูกยื้อ และไม่ให้ความสำคัญ
ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ย่อมไม่เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน ไม่เคยแม้แต่เป็นที่พึ่งพิง หรือให้ความอบอุ่นเอื้ออาทร การบริหารประเทศแบบแนวทหารไม่สามารถทำให้ประเทศเศรษฐกิจดีได้ แถมยังซ้ำเติมด้วยการบริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ล้มเหลวล่าช้า แล้วแบบนี้ประชาชนจะหันหน้าไปพึ่งใครได้
ถึงวันนี้ทุกคนคงเห็นแล้วว่า 7 ปีของรัฐประหาร เป็น 7 ปีที่ประเทศ และคนไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนา เป็น 7 ปี ที่เสียงของประชาชนไม่มีความหมาย และเป็น 7 ปี ที่ประชาชนได้แต่เฝ้ารอรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ไม่รู้ว่าจะได้เห็นหรือไม่ สุดท้ายนี้ดิฉันจึงขอทวงถามคุณประยุทธ์แทนพี่น้องประชาชนว่า คุณได้ทำตามที่สัญญาว่าจะคืนความสุขให้กับประชาชนแล้วหรือยัง มิเช่นนั้นรัฐประหารเมื่อ 7 ปีก่อน ที่บอกว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้งคงเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น
อย่าไรก็ตาม ยิ่งลักษณ์ โดนทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 และได้ยื่นเรื่องต่อป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีอาญาและคดีการเมือง ซึ่งทุกอย่างยุติแล้วด้วยการจำคุก และได้ยื่นเรื่องต่อป.ป.ง. ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ คดียึดทรัพย์มาเริ่มหลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าคดีอาญามีความผิด การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์ซึ่งเป็นคดีแพ่ง เกิดขึ้นโดยป.ป.ง.เป็นเจ้าของคดี
เนื่องจากทรัพย์ที่ยึดมีจำนวนมาก ทางป.ป.ง.ได้แยกฟ้องเป็นคดีๆไป จึงทำให้ต้องขึ้นเบิกความเป็นพยาน แยกแต่ละคดีไป และต้องร้องผ่านศาลแพ่งชั้นต้นก่อน เนื่องจากไม่ใช่คดีของนักการเมือง ความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าว ในภาพรวมไม่น้อยกว่า 5.36 แสนล้านบาท รัฐบาลนี้ได้ตั้งงบชดใช้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยปีละ 5 หมื่นล้านบาท ติดต่อกัน 16 ปี