“บุญเกื้อ” ซัดเดือด “พิมรี่พาย” เบื้องหลังดราม่าอมก๋อย เจอพิสูจน์ความจริง กลับเงียบปาก แต่วันนี้บิดเบือนด่าเอาใจ “โทนี่”!?

923

จากกรณีที่ “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์ได้ออกมาไลฟ์สด พร้อมกราบขอโทษนายทักษิณ ถึงเหตุการณ์ที่ก่อนหน้านี้ ได้ใช้คำพูดรุนแรง และได้พูดพาดพิง ถึงนายทักษิณด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ไม่ได้คิดไตร่ตรอง และยังให้สัญญากับทุกคนว่า จะเป็นเด็กที่น่ารักกว่านี้

นอกจากนี้ยังต่อว่านพ.วรงค์ เดชวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี ที่ชื่นชมว่า พิมรี่พายนั้น กล้าที่จะว่านายทักษิณตรง ๆ ไม่ให้ตนเองต้องถูกโยงเป็นเครื่องมือทางการเมือง ต่อมาพิมรี่พายเลย ตอบกลับว่า นพ.วรงค์ โดยเรียกแทนว่า “คุณหมอ ส.ส.สอบตก” ก่อนจะขอบคุณที่ชื่นชมตนในเรื่องดังกล่าว พร้อมถามกลับว่า ทำไมไม่ชมตอนที่ตนสร้างแผงโซล่าเซลล์ที่ อมก๋อย ขุดบ่อบาดาล ติดไฟที่ชุมชนคลองเตย รวมถึงสร้างโรงพยาบาลสนาม อีกทั้งก่อนหน้านี้ ยังพูดปลุกปั่นทำให้พวกพ้องของตนเอง เข้าใจผิด ก่อนจะเปรียบ นพ.วรงค์ว่า เหมือนกาฝาก อีกทั้งใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ว่านพ.วรงค์ มาเกาะกระแสตัวเอง เก่งมาก

 

และยังกล่าวอีกด้วยว่า “เขามีแต่ไม้ซีกงัดไม้ซุง ดิฉันไม้ซีก ของัดกาฝากค่ะ จะไม่งัดไม่ได้หรอกค่ะท่าน ถ้าดิฉันไม่ทำอะไรสักอย่างเนี่ย เดี๋ยวกาฝากมันจะมาขออาหารจนเคยตัว แต่ก็ไม่น่าจะทันนะคะ อายุปูนนี้แล้ว”

ล่าสุดทางด้านนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว โฆษกกลุ่มไทยภักดี ได้ตอบประเด็นดราม่า ที่พิมรี่พาย กล่าวว่าหมอวรงค์ไปตรวจสอบเรื่องอมก๋อย เพราะต้องการจับผิด โดยระบุว่า “#ขอโทษหมาแล้วด่าหมอ

ตอนมีกรณีดราม่าที่อมก๋อย หมอจึงไปลงพื้นที่ค้นหาความจริงเพื่อให้สังคมได้รับรู้ วันนั้นถ้าเธอเสียหาย ทำไมเมื่อฟังข้อมูลของหมอแล้วจึงหุบปากเงียบเป็นเป่าสาก!?

เธอกับหมอมีต้นทุนทางสังคมที่ไม่เท่ากัน มีคุณธรรมจริยธรรม ภูมิรู้ภูมิปัญญาก็แตกต่างกับเธอมาก ทุกคนต่างก็รับรู้ เข้าใจดีว่าทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ
เธอจะเป็นแม่ค้า หรือย้อมแมวขายก็เรื่องของเธอ ไม่ช้าความจริงก็จะปรากฎเอง

ไม่แปลกใจเลย ที่เธอกับโทนี่จะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ระหว่างแม่ค้าปากตำแยที่ขายทุกอย่างกับพ่อค้าที่ขายชาติกิน ไม่แปลกอะไรที่วันนี้เธอกับโทนี่จะออกมาร่วมกันแสดงละครดราม่า..

ทำให้มีคอมเม้นต์ เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วยกับที่นายบุญเกื้อกล่าว เพราะว่ากลยุทธ์แม่ค้างูพิ ษหาเรตติ้งพื้นที่ข่าวให้ขายของได้

ทำตัวให้เด่นดัง และสร้างกระแสข่าวไม่หยุดหย่อน เช่น การทำบุญเอาหน้า เพื่อเป็นการเรียกเรตติ้ง และกระทบกระเทียบแดกดัน เพื่อให้ตัวเองมีความแปลก ความคูล ความเก๋ แต่จริง ๆ แล้วไม่มีอะไร อะไรที่ทำให้ขายของได้ ก็ทำหมด