สยบข่าวลือ “ในหลวง-พระราชินี” เผยความจริง ทั้ง 2 พระองค์ “ทรงปิดทองหลังพระ” ช่วยเหลือเครื่องมือแพทย์ แบบเงียบๆ ทั้ง 77 จังหวัด

2131

สยบข่าวลือ “ในหลวง-พระราชินี” เผยความจริง ทั้ง 2 พระองค์ “ทรงปิดทองหลังพระ” ช่วยเหลือเครื่องมือแพทย์ แบบเงียบๆ ทั้ง 77 จังหวัดแล้ว!?

สืบเนื่องจากกรณีที่ทางด้านของ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ถูกออกหมายจับตามความผิดมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้โพสต์ข้อความโดยบอกว่า มีข่าวลือว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระประชวร และประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชนั้น ซึ่งในตอนหลังทางด้านของ “วาสนา นาน่วม” นักข่าวสายทหารชื่อดัง ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางสำนักพระราชวังฯ ได้กล่าวถึงข่าวลือนั้นเป็นเรื่องโกหก

ล่าสุด ทางด้านของ เพจสาธารณะ “เฉลิมพระเกียรติองค์ราชัน เฉลิมพระขวัญองค์ราชินี” ก็ได้เรียบเรียง และเผยแพร่เรื่องดังกล่าวไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ข่าวลือ “ในหลวง-พระราชินี” ทรงพระประชวร ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ทั้งสองพระองค์ยังทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พสกนิกรชาวไทยต่างรู้สึกสับสนและกังวลใจ เมื่อได้ทราบข่าวเกี่ยวกับพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งมีการเผยแพร่กันอย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระอาการประชวร เกี่ยวกับระบบทางการหายพระทัย และเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระองค์ในโรงพยาบาล ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระอาการประชวร เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โรคโควิด-๑๙)

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

เมื่อมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จากรายงานข่าวและสำนักพระราชวัง พบว่า ข้อความและข้อมูลข่าวลือดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง โดยปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เป็นการส่วนพระองค์ ภายในบริเวณรอบเขตพระราชฐาน พระราชวังดุสิต

เมื่อยามว่างจากการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทั้งสองพระองค์ จะทรงออกกำลังพระวรกาย เป็นประจำทุกวัน ด้วยทรงกีฬาต่างๆ เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล รวมถึงทรงจักรยาน ภายในบริเวณรอบเขตพระราชฐาน พระราชวังดุสิต ตลอดจน ทรงอาราธนา พระราชาคณะ และพระเถรานุเถระ ผู้ทรงภูมิรู้ภูมิธรรม เข้าไปภายในพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อทรงสนทนาธรรมและถวายความรู้การปฏิบัติธรรมกรรมฐาน เป็นประจำทุกวัน เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชา” พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์ข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิดด้วยพระองค์เอง พร้อมกับทรงติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของโครงการจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. และโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนชาวไทย ในสถานการณ์โรคโควิด-๑๙ ด้วยทั้งสองพระองค์ทรงตั้งมั่นในพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร ตลอดจนนำความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติ

ทั้งนี้ แม้ว่าช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงงดพระราชกรณียกิจ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด และทรงเลื่อนหมายกำหนดการ พระราชกิจ และหมายกำหนดการ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทั้งหมดออกไปก่อน อย่างไม่มีกำหนด พร้อมกับพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยให้พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงงดและเลื่อนหมายกำหนดการ พระราชกิจ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙)

ในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ อย่างใกล้ชิด ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัยของประชาชน และพระราชทานความช่วยเหลือทั้งแก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อ จึงพระราชทานเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์ ครบ ๗๗ จังหวัด รวมถึงพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ รถเอกซเรย์เคลื่อนที่ พร้อมเครื่องเอกซเรย์แบบดิจิทัลพร้อมอุปกรณ์ และห้องตรวจหาเชื้อ ตามโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทานเพื่อรับมือสถานการณ์โรคโควิด-๑๙ ระลอกใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย สามารถรองรับและรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด-๑๙ ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นและมีอาการหนัก ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์พิเศษในการรักษาพยาบาล พร้อมกับ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ จิตอาสาพระราชทาน เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ไปมอบแก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนแออัดเขตต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร และในพื้นที่เขตปริมณฑล ตลอดจนชุมชนรอบเขตพระราชฐานต่างจังหวัด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อปวงพสกนิกรชาวไทยที่ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบารมี

ในโอกาสนี้ จึงขออัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยตรัสเกี่ยวกับ “ข่าวลือ” มาเผยแพร่อีกครั้ง ความตอนหนึ่งว่า “…ยิ่งกว่าถูก ไม่ถูก คืออะไรมันจริง อะไรมันไม่จริง ถ้าคนแน่จริง เขาเชื่อความจริง เขาทำตามความจริง เขาไม่ได้เชื่อข่าวลือข่าวลวง ใครพูดว่าอย่างไร แน่จริง ความจริง ชนะเสมอ…” (พระราชดำรัส พระราชทานในโครงการค่ายผู้นำเยาวชนจิตอาสา “LOVE CAMP” เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓) นอกจากนี้ ทรงเคยพระราชทานพระราชดำรัส เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ความตอนหนึ่งว่า “…เรื่องข่าวลือ ไปไหนก็มีข่าวลือ ใครก็โดนข่าวลือ ถ้ามัวแต่ยุ่งกับข่าวลือ ก็ไม่ต้องทำงาน…” (พระราชทานสัมภาษณ์พิเศษนิตยสารดิฉัน พ.ศ.๒๕๓๐)

ดังนั้น พสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย ผู้มีความยึดมั่นและตั้งมั่นในความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดคลายความรู้สึกสับสนและกังวลใจ ในพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และโปรดรับฟังข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยสติสัมปชัญญะและวิจารณญาณ และขออัญเชิญพระคติธรรมของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช เพื่อเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนของพุทธศาสนิกชน ในสถานการณ์ปัจจุบัน ความตอนหนึ่งว่า

“…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยกระแสข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือยุยง ซึ่งอาจนำไปสู่ความร้าวฉานถึงขั้นประหัตประหารกัน หากทุกท่านยึดมั่นอุดมการณ์ที่จะไม่กล่าวร้าย และไม่ทำร้ายใครๆ ไม่ว่าในกาลไหนๆ ตามหลักการของโอวาทปาติโมกข์ ถ้าท่านได้รับข้อมูลข่าวสารใดๆ ที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจ ก่อให้เกิดความโกรธเคือง หรือขุ่นข้องหมองใจ ท่านย่อมสามารถระงับการกระทำทางกายและทางวาจาที่เกรี้ยวกราด หยาบช้า หรือรุนแรงไว้ได้ ก่อให้เกิดสันติภาพในหมู่คณะรอบตัวท่าน อันจักขยายผลไปสู่ชาติบ้านเมือง และสังคมโลกได้ในที่สุด…”

อนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจมายังประชาชนชาวไทยทั้งหลาย ที่แสดงพลังความจงรักภักดี และมีความห่วงใยต่อพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมกับพระราชทานพรทุกท่าน ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้ประสบความสุขความเจริญ พร้อมด้วยพรอันเป็นมงคลทุกประการ

ขอขบคุณเพจ “เฉลิมพระเกียรติองค์ราชัน เฉลิมพระขวัญองค์ราชินี” เรียบเรียงและเผยแพร่